วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้ำลั่น! ส่งออกไม่ได้ย่ำแย่

ย้ำลั่น! ส่งออกไม่ได้ย่ำแย่

  • Share:

พาณิชย์ขีดเส้น 1 เดือนผุดแผนกู้วิกฤติไทย

“ฉัตรชัย” สั่งเข้มแบ่งสินค้า 10 กลุ่ม ทำแผนดันส่งออก ขีดเส้น 1 เดือนได้ข้อสรุป และปูพรมลุยขายสินค้ารายตลาด พร้อมปรับลดเป้าส่งออก ศุกร์นี้รู้ผล คาดบวกได้ไม่ ต่ำกว่า 1% ลั่น! ส่งออกไทยไม่ได้แย่ แต่ ธปท.มองปีนี้ส่งออกมีโอกาสขยายตัวติดลบ พร้อมเชียร์รัฐเร่งแก้ปัญหาส่งออกประมงไปอียู หากแก้ไม่ได้กระทบส่งออกหนักแน่

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับภาคเอกชน ทั้งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า จะแบ่งกลุ่มสินค้า ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการรวมกว่า 10 กลุ่ม เพื่อทำแผนผลักดันการส่งออกเป็นรายสินค้าและรายตลาด โดยให้ดูว่าจะขยายตลาดเก่าและเจาะตลาดใหม่ได้อย่างไร ซึ่งให้ทำแผนให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จากนั้นจะเดินหน้าทำงานตามแผนทันที

“ได้ขอให้อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นัดหารือกับภาคเอกชนทุกกลุ่มที่กำหนดไว้ และให้ทำแผนให้เสร็จภายใน 1 เดือนว่าจะทำอะไรบ้าง สินค้าไหนมีโอกาส เอกชนเสนอให้ทำอะไร และเมื่อได้แผนออกมาแล้ว ผมจะเริ่มปูพรมทำงานพร้อมกันทุกสินค้า ทุกตลาดทันที โดยเริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.นี้ เพื่อเพิ่มยอดการส่งออก”

สำหรับ 10 กลุ่มที่กำหนด เพื่อทำแผนผลักดันการส่งออก คือ เกษตรและอาหาร, เครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน, ยานยนต์และชิ้นส่วน, สิ่งทอ, อัญมณีและเครื่องประดับ, วัสดุก่อสร้าง, กลุ่มสินค้าสุขภาพ, กลุ่มไลฟ์สไตล์, โลจิสติกส์ และตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) ส่วนการปรับปรุงเป้าหมายการขยายตัวของมูลค่าการส่งออกนั้น คาดว่า 24 เม.ย.58 นี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะประกาศปรับลดเป้าหมายที่ได้ทบทวนใหม่จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 4% น่าจะเหลือขยายตัวมากกว่า 1% เพราะยังเชื่อว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจคู่ค้าน่าจะฟื้นตัวดีขึ้น ส่งผลให้การส่งออกกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ แม้คาดว่าเดือน มี.ค.นี้ มีแนวโน้มอาจติดลบ

อย่างไรก็ตาม การส่งออกของไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆยังไม่ถือว่าแย่มาก เพราะจากการตรวจสอบประเทศที่ส่งออกสูงสุด 30 อันดับแรกทั่วโลก พบว่า ส่วนใหญ่ติดลบทั้งหมดมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่เป็นบวก คือ จีน สวิตเซอร์แลนด์ และชิลี ส่วนฮ่องกงเสมอตัว สำหรับปัญหาที่ภาคเอกชนได้เสนอแนะมากระทรวง ก็จะรวบรวมและประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปแก้ไขต่อไป

ด้านนายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ได้เสนอให้กระทรวงพาณิชย์เพิ่มงบประมาณในโครงการเอสเอ็มอี โปรแอคทีฟ ที่สนับสนุน เอสเอ็มอีให้มีโอกาสในการส่งออก หลังจากที่งบประมาณเดิมหมดลง พร้อมฝากให้กระทรวงพาณิชย์ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งแก้ปัญหาค่าเงินบาทที่ขณะนี้แข็งค่าขึ้น 1% ขณะที่คู่แข่งอย่างมาเลเซียอ่อนค่าลง 10% สิงคโปร์อ่อนค่าลง 5-6% อินโดนีเซียอ่อนค่าลง 5-6% และเวียดนามอ่อนค่าลง 2% ซึ่งถือว่าเงินบาทไทยแข็งค่ามากที่สุดในโลก ติดอันดับ 1 ใน 3

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สรท. กล่าวว่า เอกชนประเมินว่าการส่งออกไตรมาสแรกน่าจะติดลบ 4-5% แต่ไตรมาส 2 จะเริ่มทรงตัว และไตรมาส 3 ไตรมาส 4 จะกลับมาส่งออกได้ดีขึ้น คาดว่าน่าจะขยายตัวเป็นบวกได้ประมาณไตรมาสละ 3% จากการที่เศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัว และจะทำให้การส่งออกทั้งปีโตได้ในระดับ 0% หรือเป็นบวกเล็กน้อย

ขณะที่นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจมหภาค ฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า จากตัวเลขภาครัฐคาดว่าไตรมาสแรกจะติดลบ 4% นั้น ส่งผลให้ตัวเลขการประมาณการการส่งออกทั้งปีของ ธปท.มีโอกาสติดลบมากขึ้น ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมลงมติภาคทัณฑ์หรือให้ใบเหลืองกิจการประมงของไทยนั้น รัฐบาลได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ และพยายามเร่งแก้ปัญหาอยู่ แต่อย่างไรก็ตาม การส่งออกสินค้าประมงของไทยไปอียู มีสัดส่วนเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่น และสหรัฐฯ มูลค่าส่งออกรวม 700-800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หากเกิดข้อผิดพลาดจนอียูไม่นำเข้าสินค้าประมงของไทยจริง คาดว่าจะกระทบ 500 ล้านเหรียญฯ ซึ่งถือว่ามากพอสมควรสำหรับสถานการณ์ส่งออกที่ซบเซาในปัจจุบัน.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้