วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ในสงบนอกกระฉอก!

ในสงบนอกกระฉอก!

  • Share:

คลื่นลมในสภาราบเรียบ ไร้พายุแปรปรวน

ตามปรากฏการณ์อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ “โมเดลแรก” ในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นไปแบบราบรื่น ไร้ปฏิกิริยายื้อยุดฉุดกระชาก

ส่วนใหญ่เอาด้วยกับโมเดลของ “36 อรหันต์ทองคำ”

ซึ่งมันก็เป็นไปตามฟอร์มที่นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) ยืนยัน คณะกรรมาธิการยกร่างฯก็มาจาก สปช.

สปช.ก็เป็นพวกเดียวกับกรรมาธิการยกร่างฯ ทำงานร่วมกันอยู่ตลอด เป็นเนื้อเดียวกันทุกขั้นตอน

แนวโน้มสถานการณ์ “ขบเหลี่ยม” ภายใน สปช.น่าจะจูนกันได้

แต่ที่กระเพื่อมหนัก ตั้งท่าหักลำกันอย่างจัง กลับเป็นสถานการณ์แรงต้านจากภายนอก

ถึงขั้น “กระฉอก” เลยก็แล้วกัน

ผลจากมาตรการป้องกันการเมืองแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ทำให้กระทบอำนาจหลายจุด

อันดับแรกเลย กระตุกการขยับของ “ท่านเปา” ผู้พิพากษา 427 คน ล่ารายชื่อส่งถึงประธาน คสช. ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ สปช. ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

แสดงท่าทีคัดค้านมติของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ให้เพิ่มสัดส่วนคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) จากตัวแทนฝ่ายการเมือง จากเดิมมีอยู่ 2 คน เป็นอย่างน้อย 1 ใน 3

ทำให้ฝ่ายการเมืองเข้ามามีอิทธิพลในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา

“ตุลาการ” แสดงพลังในระดับสูงสุด

พร้อมๆกับอีกด้านหนึ่ง ก็มีแรงต้านจากข้าราชการตำรวจที่ไม่เอาด้วยกับการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่เขียนล็อกไว้ในรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะการแยกงานสอบสวนให้เป็นอิสระจาก สตช.

อ้างเป็นเรื่องยากในการปฏิบัติ อัดคณะกรรมาธิการยกร่างฯ “ยัดไส้” โดยไม่มีการหารือกับฝ่ายตำรวจมาก่อน ตั้งป้อมเคลื่อนไหวคัดค้านหัวชนฝา

ด่ากันยับในเครือข่ายสังคมออนไลน์แวดวงคนสีกากี

และก็ได้จังหวะโหนกระแส ก็แน่นอนไม่เอาด้วยอยู่แล้ว กับคิวของนางอมรา พงศาพิชญ์ และทีมงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่ต่อต้านรัฐธรรมนูญใหม่ในประเด็นการควบรวม กสม.กับผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิของประชาชน”

ระดมเครือข่าย “เอ็นจีโอ” ดาหน้าออกมาตะโกนโห่กันเสียงหลง

และที่จุดกระแสรออยู่แล้วก็คือปฏิกิริยาที่พร้อมหักธงของ

“นักเลือกตั้งอาชีพ” ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์ ที่พร้อมใจกันส่ง “ทนายหน้าหอ” ออกมาตีฆ้องร้องป่าวให้ได้ยินกันทั่วประเทศ

ถ้ารัฐธรรมนูญยังมุ่งเตะตัดขานักการเมือง ละเมิดอำนาจประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตย

ก็จะพร้อมใจกัน “บอยคอต” ไม่ลงสนามเลือกตั้ง

ศาล ตำรวจ องค์กรอิสระ นักเลือกตั้งอาชีพ โฟกัสแรงต้านรัฐธรรมนูญใหม่อยู่ที่นอกสภา

กระตุกพลังให้พลิกคว่ำพลิกหงายได้เหมือนกัน

ขณะที่จับสัญญาณจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ที่บอกให้รอผ่านช่วงเวลา 7 วันที่ สปช.อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญก่อน รวมถึงขั้นตอนที่ต้องฟังความเห็นจากคณะรัฐมนตรี หาก สปช. เสนอให้ไปแก้ไข หรือ ครม. เสนอให้ไปแก้ไข แล้วคณะกรรมาธิการยกร่างฯแก้ไขหรือไม่

ถ้าไม่แก้ไขแล้วยืนยันจะส่งต่อไปจะมีปัญหาอะไร ถึงตอนนั้นจะรู้ว่าควรต้องทำอย่างไร

“ผมเองยังไม่อยากใช้อำนาจอะไรตรงนี้”

เรื่องของเรื่องมันก็ย้อนกลับไปโยงกับคำถามมั่นใจหรือไม่ว่ากลุ่มการเมืองที่พยายามเคลื่อนไหวจะไม่สามารถเอาชนะโรดแม็ป คสช.ที่วางไว้ได้ ซึ่ง “บิ๊กตู่” ตอบแบบมีนัย

“ถ้าให้ผมใช้อำนาจทั้งหมด ผมก็มั่นใจอยู่แล้ว แต่ก็คงถามว่า จะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายอะไรขึ้นหรือไม่ อย่าให้ผมจำเป็นจะต้องใช้แบบนั้น มันยังมีอีกหลายวิธีการ”

แปลความตามสถานการณ์งานนี้ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ฟาวล์ โรดแม็ปสะดุด

มุกสุดท้ายหนีไม่พ้น “ดาบสารพัดนึก” มาตรา 44 ที่อยู่ในมือ.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้