วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าให้เสียของก่อนลงหลังเสือ

โดย สายล่อฟ้า

การยกเลิกกฎอัยการศึกแล้วนำ ม.44 มาใช้ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.นั้น น่าจะมีเป้าหมายเพื่อใช้อำนาจได้อย่างเต็มๆในการแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นและหวังผลพลอยได้เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวและการลงทุน

แม้ว่าการนำ ม.44 มาใช้จะสุ่มเสี่ยงสักหน่อยตรงที่เป็นการใช้อำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เหนือกว่าฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารและฝ่ายตุลาการซึ่งอาจจะถูกโจมตีซ้ำอีก

แต่เมื่อประเมินจากสถานการณ์เป็นจริงแล้วน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า เพราะที่ผ่านมาก็ถูกโจมตีอยู่แล้วเปลี่ยนใหม่ก็โจมตีอีก

ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ว่าจะใช้ ม.44 อย่างไรเท่านั้น

หากนายกฯ นำไปใช้อย่างสร้างสรรค์เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆที่เงื่อนไขปกติไม่สามารถแก้ไขได้ หรือไม่ทันต่อสถานการณ์ ติดขัด

ในแง่กฎหมาย กฎระเบียบของระบบราชการทำให้ต้องล่าช้าและเสียเวลาจนไม่อาจแก้ไขปัญหาได้

ม.44 ที่ได้ใช้ไปแล้วไม่ว่าจะเป็นการรุกป่า การแก้ปัญหาสลากกินแบ่งฯที่มีราคาแพง การแก้ไขปัญหาการบิน การโยกย้ายแต่งตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการและปลดบอร์ดคุรุสภา อย่างที่ปฏิบัติมาและคงจะมีอีกหลายเรื่องที่มีความจำเป็นจะต้องใช้

ที่ยกตัวอย่างมานี้ได้รับการขานรับจากประชาชนที่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจนี้ เพราะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และแก้ปัญหาได้ทันที

นอกจากปัญหาซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว การจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันน่าจะเป็นภารกิจสำคัญที่ คสช.จะต้องเดินหน้าเพื่อสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้

หลังจากเข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศโดย พล.อ.ประยุทธ์แทบจะไม่ได้นำ ม.44 มาใช้แม้แต่น้อย

นั่นเพราะเชื่อว่า คสช.มีอำนาจอยู่ในตัวอยู่แล้วน่าจะเพียงพอ

แต่เมื่อลึกลงไปในรายละเอียดแล้วไม่สามารถดำเนินการได้อย่างคาดหวังเอาไว้ เพราะติดอุปสรรคต่างๆจนแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่เรื่องสลากแพงที่ดูผิวเผินน่าจะแก้ไขได้ง่ายแต่เอาเข้าจริงแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย

พูดง่ายๆว่าเสียฟอร์มไปเลยทีเดียว

การเลือกใช้เครื่องมือสำคัญอย่าง ม.44 เป็นกลไกสะสางปัญหาจึงถือเป็นช่องทางพิเศษที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว ถือว่าเป็นไปเพื่อการแก้ไขปัญหาข้อติดขัดที่จำเป็นเร่งด่วนเพราะไม่สามารถรอการแก้ไขตามกระบวนการปกติได้

เท่าที่ประเมินดูแล้วน่าเชื่อว่ายังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่กำลังรอการแก้ไขและมิอาจรอต่อไปด้วยการแก้ไขด้วยวิธีการปกติ

อยู่ที่ว่าจะพิจารณาว่าเรื่องไหนเร่งด่วนหรือไม่ มีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นดุลพินิจที่จะต้องใช้อย่างรอบคอบ

เพราะหากนำมาใช้จนเหลือเฟือเกินไปอาจจะเกิดปัญหาได้

การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันนั้นถือว่าเป็นความสำคัญลำดับต้นๆ ที่ คสช.จะต้องสร้างผลงานในเรื่องนี้และควรจะมีการวางหลักเกณฑ์พื้นฐานเพื่อเป็นแนวทางสำหรับอนาคตข้างหน้า เนื่องจาก คสช.มีอำนาจเต็มๆที่จะจัดการได้

ไม่สามารถรอรัฐบาลปกติซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะไปตั้งความหวัง

“สี จิ้น ผิง” ผู้นำจีนต้องอาศัยอำนาจในลักษณะนี้เพื่อจัดการกับปัญหาทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่แค่ไหนก็ไม่ไว้หน้า

วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ก็มีอำนาจในลักษณะนี้แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะกล้าหาญพอที่จะจัดการให้เกิดผลในทางความจริงมากน้อยแค่ไหน

เป็นการพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงอีกด้วย.

“สายล่อฟ้า”

21 เม.ย. 2558 08:41 21 เม.ย. 2558 08:41 ไทยรัฐ