วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายจับ6 คดีคาร์บอมบ์ เกาะสมุย

หนุ่มร้านอาหาร คล้ายรูปสเกตช์ พบตร.ปัดเอี่ยว

ตำรวจเตรียมขออนุมัติศาลออกหมาย จับแก๊ง “คาร์บอมบ์” ห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย ชุดแรก 6 คน ในจำนวนนี้มี “ฮาจิม” แนวร่วมโจรใต้ “บังนิง” พร้อมลูกน้อง และ รปภ.ห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย รวมอยู่ด้วย หลังพบหลักฐานกล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในคนร้ายเอาไว้ได้ชัดเจนขณะลงจากรถไปซื้อของร้านสะดวกซื้อภายในปั๊ม น้ำมัน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ทหารส่งตัว “บังนิง” กับลูกน้องรวม 2 คน ให้ตำรวจสอบต่อ หลังพบเชื่อมโยงคาร์บอมบ์ ด้านหนุ่มใหญ่เจ้าของร้านอาหารใน จ.พัทลุง ซึ่งมีใบหน้าคล้ายภาพสเกตช์ของคนร้ายวิ่งโร่พบตำรวจ ปฏิเสธไม่เกี่ยว เหตุคาร์บอมบ์ “ประยุทธ์” ชี้บึมสมุยโยงนักการเมือง ด้าน “เสธ.หมึก” ออกโรงปกป้อง “บิ๊กจิ๋ว” ซัดตำรวจอย่านำไปโยงเหตุคาร์บอมบ์

คดีอุกอาจสะเทือนขวัญคนร้ายนำระเบิดแสวงเครื่องซุกรถกระบะทำเป็น “คาร์บอมบ์” ถล่มลานจอดรถใต้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 7 คน รถยนต์และรถ จยย. เสียหายกว่า 10 คัน เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยตำรวจให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองจัดฉากสร้างสถานการณ์หวังเบี่ยงเบนประเด็นให้เชื่อมโยงกับเหตุไฟใต้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนายอับดุลรอนิง ดือราแม หรือ “บังนิง” หรือ “แบนิง” นายหน้าซื้อขายรถมือสองไปสอบสวน หลังมีข้อมูลเชื่อมโยงว่าเป็นคนซื้อรถกระบะที่ประกอบ “คาร์บอมบ์” กับรถคุ้มกันรวม 3 คัน เพื่อสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการ พร้อมกันนี้ตำรวจยังเผยแพร่ภาพสเกตช์ของคนร้ายที่ขับรถกระบะคาร์บอมบ์โดยระบุเป็นคน จ.พัทลุง ล่าสุดตำรวจเตรียมขออนุมัติศาลออกหมายจับแก๊งคาร์บอมบ์แล้ว

เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร. กล่าวว่า ชุดสืบสวนพิเศษกองปราบปรามและตำรวจพื้นที่กำลังสืบสวนขยายผลคดีระเบิดคืบหน้าไปมาก มีกลุ่มเป้าหมายที่ได้มาจากการรวบรวมพยานหลักฐานที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการติดต่อเช่าซื้อรถ ภาพจากกล้องซึ่งมีผู้ร่วมก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัลฯเกาะสมุย แนวทางสืบสวนน่าเชื่อเป็นเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่การขยายพื้นที่ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาขึ้นอยู่ที่พยานหลักฐาน ผบ.ตร.กำชับให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบตรงไปตรงมา

มีรายงานว่าวันเดียวกันเจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวผู้ต้องสงสัยส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไว้ที่ บช.ศชต. 2 คนคือ นายอับดุลรอนิง ดือราแม หรือ “บังนิง” หรือ “แบนิง” อยู่บ้านเลขที่ 49/3 ซอยถนนปากน้ำ ต.สะบารัง อ.เมืองปัตตานี นายหน้าซื้อขายรถมือสอง และนายซาบีดี สาและบิง อยู่บ้านเลขที่ 19/4 หมู่ 3 ต.สะนอ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ลูกน้องนายอับดุลรอนิง ซึ่งเป็นคนรับรถที่ร่วมก่อเหตุจากนายอับดุลรอนิง และมีส่วนเกี่ยวข้องในการขับรถร่วมกับกลุ่มทีมวางระเบิดห้างเซ็นทรัลฯเกาะสมุย

นอกจากนี้ ฝ่ายสืบสวนได้เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นชายขณะเดินทางโดยใช้รถกระบะที่มีส่วนร่วมก่อเหตุแล้วลงมาซื้อของร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันพื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติทราบชื่อ “ฮาจิม” เป็นกลุ่มที่เคยก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยู่ในข่ายที่จะถูกขออนุมัติหมายจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุเป็นชุดแรก ก่อนขยายผลเข้าสู่กลุ่มผู้บงการที่เป็นอดีตนักการเมืองใหญ่ นักการเมืองท้องถิ่น ข้าราชการและกลุ่มหัวคะแนนมีส่วนสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีรายงานว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อศาลทหารขออนุมัติหมายควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 6 คน ตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน คาดว่าจะมีชื่อนายอับดุลรอนิง ดือราแม หรือ “บังนิง” หรือ “แบนิง” นายซาบีดี สาและบิง ลูกน้องบังนิง นายฮัมดี แวกูนิง รปภ.ของห้างเซ็นทรัลฯเกาะสมุยรวมอยู่ด้วย

ตอนสายวันเดียวกันนายนุกูล ยงหนู อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 241 หมู่ 10 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง ผู้จัดการพัทลุงเคเบิลทีวี และเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณหาดแสนสุขลำปำ เขตเทศบาลเมืองพัทลุง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ภวัต ประชาญสิทธิ์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยนายนุกูล กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ ในชีวิตไม่เคยเดินทางไปยังเกาะสมุยแม้แต่ครั้งเดียว ตอนเกิดเหตุหลังจากดูแลการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ อ.ตะโหมด จ.พัทลุง แล้วได้ไปดูแลกิจการร้านอาหาร ต่อมาน้องชายเป็นทนายความอยู่ใน กทม.ส่งภาพและรายละเอียดมาให้ดู ทำให้รู้สึกตกใจ จึงรีบเข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในขณะที่ พ.ต.อ.ภวัตกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของคดีว่ามีการออกหมายจับนายนุกูลแล้วหรือยัง ได้มอบหมายให้ พ.ต.ท.ชำนาญ คงชู รอง ผกก. (สส.) สภ.เมืองพัทลุง สอบปากคำนายนุกูลไว้เพื่อรวบรวมรายละเอียดรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ต่อมานายวินัย บัวประดิษฐ์ ผวจ.พัทลุง ได้รับรายงานเดินทางไปยัง สภ.เมืองพัทลุง ร่วมกับ พล.ต.ต.ดำรัส วิริยะกุล ผบก.ภ.จ.พัทลุง สอบปากคำนายนุกูล ผู้ต้องสงสัยตามภาพสเกตช์ในคดีคาร์บอมบ์ โดยใช้เวลาสอบปากคำและทำประวัตินานร่วม 4 ชม. ก่อนจะปล่อยตัวไป โดย พล.ต.ต.ดำรัสกล่าวว่า ในเบื้องต้นตำรวจได้ร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทหารสอบปากคำพร้อมทำประวัตินายนุกูล ผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏใบหน้าตามภาพสเกตช์โดยละเอียดและสอบทุกข้อมูลที่คาดว่าจะเชื่อมโยง เบื้องต้นนายนุกูลได้ปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากตรวจสอบไปที่ สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดยังไม่มีหมายจับเจ้าหน้าที่จึงได้ปล่อยตัวไป โดยนายนุกูลยืนยันจะไม่หนีออกจากพื้นที่ จ.พัทลุง โดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ ก็ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอด 24 ชม. หากต้องการสอบสวนเพิ่มเติมสามารถไปพบได้ที่บริษัทพัทลุงเคเบิลทีวีได้ทันที

มีรายงานว่าวันเดียวกัน นายตำรวจระดับสูงในสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งสืบค้นติดตามหารถยนต์ต้องสงสัย 3 คัน ซึ่งร่วมก่อเหตุคาร์บอมบ์ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯเกาะสมุย หลังมีข้อมูลว่าหลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายได้นำรถทั้ง 3 คัน กลับเข้าไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หมดแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ยะลา ประกอบด้วยรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน วน 9157 กรุงเทพมหานคร รถกระบะมิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว 4 ประตู ทะเบียน ขจ 4031 ชลบุรี และรถกระบะอีซูซุดีแมคซ์ 4 ประตู ทะเบียน 3กม 8795 กรุงเทพมหานคร ซึ่งรถทั้ง 3 คัน ใช้ป้ายทะเบียนปลอม และคาดว่าอาจจะมีการดัดแปลงเปลี่ยนสีหรือสภาพรถใหม่ทั้งหมดแล้ว เพื่อเตรียมนำไปทำคาร์บอมบ์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งอีกใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นการทำลายหลักฐานรถทั้ง 3 คันไปในตัว ล่าสุดตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้เข้าใกล้ตัวกลุ่มคนร้ายแก๊งนี้แล้ว คาดว่าอาจจะมีการจับกุมตัวในเร็วๆนี้แน่นอน

พล.ต.เกื้อกูล อินนาจักร ผบ.จทบ.สุราษฎร์ธานี เผยว่า วันนี้ทางทหารค่ายวิภาวดีรังสิต จทบ.สุราษฎร์ธานี ได้ปล่อยตัว รปภ.ห้างเซ็นทรัลฯเกาะสมุยอีก 2 คน หลังถูกคุมตัวไปสอบสวนปากคำในค่ายทหารเมื่อวันที่ 15 เม.ย.ที่ผ่านมา เพราะครบกำหนด 7 วัน ตาม ม.44 เนื่องจากการสอบสวนไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยส่งมอบให้กับตำรวจ สภ.บ่อผุด เพื่อตรวจดีเอ็นเอและทำประวัติ นำไปตรวจร่างกายที่ รพ.เกาะสมุย เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีการถูกเจ้าหน้าที่ซ้อมทำร้ายร่างกาย ก่อนปล่อยตัวไป แต่จะต้องมารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน 7 วัน ตามกำหนด โดยห้ามออกนอกพื้นที่ อ.เกาะสมุยด้วย ขณะนี้ในพื้นที่ จ.กระบี่ จ.พังงา และ จ.ภูเก็ต ถือว่าเป็นจุดเสี่ยงหรือยุทธศาสตร์ที่ทางทหารจะต้องเข้าตรวจสอบและควบคุมดูแลเป็นพิเศษอีกด้วย ต้องมีการวางแผนระยะยาวอีกต่อไป รวมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าจะต้องมีการกลั่นกรองการรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะบุคคลที่มาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยถึงกรณีเจ้าหน้าที่ทหารได้ควบคุมตัวนายนรินทร์ อ่ำหนองบัว หรือ “เอ็ม เสื้อแดง” มือโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องระเบิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัว ตั้งแต่วันที่ 11 เม.ย. เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆว่า นายนรินทร์ ครบกำหนดการควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. และทางทีมสอบสวนได้ปล่อยตัวนายเอ็มไปแล้ว ไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาอะไร เจ้าหน้าที่นำมาสอบถามเพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนจะปล่อยตัวไป และจากการสอบสวนนายนรินทร์ไม่พบหลักฐานที่จะเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ แต่ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก อันเป็นการชี้ชวน หลังจากปล่อยตัวไปแล้วทางเจ้าหน้าที่จะติดตามพฤติกรรมของนายเอ็มอย่างต่อเนื่องต่อไป

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ.กล่าวถึงเหตุการณ์การวางระเบิดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯเกาะสมุย ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการตามอำนาจของกฎหมายพิเศษที่มีอยู่ ซึ่งเป็นเหตุจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ เป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างทหารและตำรวจ ยืนยันว่าการควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุดังกล่าวนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบความเชื่อมโยง จึงไม่ขอชี้ชัดว่าเป็นการจ้างวานของอดีตนักการเมืองในพื้นที่ อย่างไรก็ตามยืนยันว่าการก่อเหตุดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยายพื้นที่ก่อเหตุความไม่สงบจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะพบอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุบางส่วนมาจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ตาม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ในเรื่องเดียวกันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีความเกี่ยวโยงกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเมืองในอดีต ต้องพิจารณาดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรตอนนี้เราต้องให้น้ำหนักกับทุกประเด็น อย่าเพิ่งไปชี้ชัดว่าเป็นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่อย่างน้อยเราควรดีใจว่าเราสามารถจับกุมได้และมีการสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือกระทำจริง มีการไปนำรถจากที่นั่นที่นี่มา สิ่งที่พิจารณาในขณะนี้คือทำไมจึงต้องมีการวางแผนซับซ้อนขนาดนั้นในเรื่องการไปซื้อรถ มีการมอบหมายให้คนไปรับรถในที่ต่างๆ มีการเปลี่ยนสีรถ ตามปกติหากมีการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะไม่ทำซับซ้อนเช่นนี้ ดังนั้นต้องไปสอบต่อ เพราะมีรายละเอียดค่อนข้างมาก และบังเอิญว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องสังกัดพรรคการเมืองเก่า เป็นอดีต ส.ส.

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีรายงานข่าวว่าเกี่ยวโยงกับอดีตนักการเมืองที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมก็รู้ตามที่พวกท่านรู้” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่ามีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตรองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบย้ำว่า “ก็รู้อย่างที่ท่านรู้นั่นแหละ แต่อย่ามาบอกว่าผมพูดก็แล้วกัน” เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามีการรายงานว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักฐานที่ปรากฏตามสื่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็เป็นไปตามข่าวที่สื่อมวลชนได้นำเสนอไว้ ซึ่งผมก็ดูตามนั้นว่าจริงหรือเปล่า ก็มีการเช็กกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เขาก็รายงานว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่”

พล.ท.พิรัช สวามิวัสดิ์ หรือ เสธ.หมึก นายทหารใกล้ชิด พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวพาดพิงไปถึง พล.อ.ชวลิต เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ระเบิดห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯเกาะสมุย ว่า เป็นการโยงใยแบบจับแพะชนแกะ โดยการนำเหตุการณ์ที่ พล.อ.ชวลิตเดินทางไปร่วมงานรำลึกวีรชนช่องช้างมาผูกโยงว่าได้ไปพบกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านไปแค่ร่วมงานโดยเข้าไปวางพวงหรีดและกล่าวกับกำลังพลของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ถึงวิถีทางประชาธิปไตย โดยมีนายทหารยศพันเอกพิเศษ ตำแหน่งรองผู้บังคับการจังหวัดทหารบกสุราษฎร์ธานี มาบันทึกเทปคำกล่าวของท่านไป ซึ่งท่านก็อนุญาตและไม่ได้ว่ากล่าวแต่อย่างใด จากนั้นก็ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวและก็เดินทางกลับ

“ท่านก็ไปทั้งเหนือและอีสาน เพราะงานทำบุญ รำลึก ผรท. มีอยู่ทุกพื้นที่ ก็เหมือนเป็นหนี้ทางใจ เมื่อคนเหล่านั้นเขาวางอาวุธ เราก็สัญญาที่จะดูแล ก็ต้องตอบแทนเขา พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา ตำรวจที่อยากได้ดีก็ใส่ร้ายไว้ก่อน อยากขึ้นเป็นใหญ่ ต้องไปดูว่าใครให้ข่าว พล.อ.ชวลิต ท่านเป็นคนเสียสละให้บ้านเมืองมหาศาล จะมาทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร คนที่อยากได้ดีบนความทุกข์ของคนอื่น ขอให้ดูว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอให้นึกไว้ว่า เป็นคน ถึงอย่างไรก็ไม่มีทางใหญ่ไปกว่าโลงได้” พล.ท.พิรัช กล่าวและว่า สำหรับเหตุการณ์ระเบิดที่เกาะสมุย ตนมองว่ารูปแบบการประกอบระเบิดจะเป็นเหมือนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่คนพวกนี้เป็นพวกที่มีอุดมการณ์ คงไม่น่าจะไปรับจ้างทำงานแบบนี้

ตำรวจเตรียมขออนุมัติศาลออกหมาย จับแก๊ง “คาร์บอมบ์” ห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย ชุดแรก 6 คน ในจำนวนนี้มี “ฮาจิม” แนวร่วมโจรใต้ “บังนิง” พร้อมลูกน้อง และ รปภ.ห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย รวมอยู่ด้วย หลังพบหลักฐานกล้องวงจรปิด... 21 เม.ย. 2558 06:56 21 เม.ย. 2558 07:11 ไทยรัฐ