วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สั่งคลังใช้ “ภาษีบาป” ดูแลผู้สูงอายุ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในอนาคตประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าเงินที่จะช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอ โดยปัจจุบันมาจากกองทุนช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุ ที่รัฐบาลมอบให้เป็นรายเดือน เดือนละ 500 บาท 600 บาท หรือ 800 บาทตามเงื่อนไข รวมทั้งกองทุนการออมแห่งชาติ จึงมอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงการคลังพิจารณาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้สูงวัย โดยเฉพาะผู้ยากไร้ได้อย่างไร โดยให้จัดทำรายละเอียดมา ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการกำกับตัวผู้สูงวัยที่อยู่ในกองทุนนี้ด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้ใช้ชีวิตไม่ระมัดระวังต่อสุขภาพ เช่น สูบบุหรี่ ดื่มสุรา

“กองทุนการออมแห่งชาติที่มีอยู่ กำหนดสัดส่วนว่ารัฐบาลลงเงินสมทบเท่าใด ผู้สูงอายุลงเงินเท่าใด ส่วนใหญ่คนที่สมัครเข้ากองทุนมีเงินไม่มากนัก จึงดูแลผู้สูงอายุได้ระดับหนึ่งเท่านั้น วันข้างหน้าคนสูงอายุมากขึ้น การรักษาพยาบาลดีขึ้น คนตายน้อยลง รัฐบาลจะมีภาระจ่ายเงินในส่วนนี้มาก ถ้าจะนำงบประมาณมาจ่ายสมทบจะเป็นภาระงบประมาณ และทำให้เสียโอกาสในการลงทุน โดยเฉพาะการดำเนินการโครงสร้างพื้นฐาน จึงคิดหาเงินอื่นเอามาใส่ในกองทุนใหม่สำหรับดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะภาษีบาป เช่น ภาษีจากสุรา เพื่อไม่ให้กระทบกับงบประมาณ”

ขณะเดียวกัน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ได้รายงานถึงความคืบหน้าการตรวจสอบโครงการรัฐบาลที่มีงบประมาณมากกว่า 50 ล้านบาทว่า ขณะนี้เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว 29.08% ของงบประมาณที่ได้รับ และทำสัญญาแล้ว 591 รายการ วงเงิน 71,081 ล้านบาท คิดเป็น 18.99% ส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการอีก 241 รายการ คิดเป็น 51.93% ซึ่งไม่ได้หมายความว่าส่วนนี้เกิดความล่าช้า แต่วงเงินทั้งหมดเป็นวงเงินงบประมาณทั้งปี ซึ่งไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนที่ยังค้างอยู่ 51.93% จะดำเนินการไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ซึ่งได้เร่งรัดไปแล้ว โดยไตรมาส 3 จะทำสัญญาได้ 20-30% ต่อจากนี้ไปน่าจะไม่มีเสียงวิตกกังวลว่างบลงทุนรัฐบาลล่าช้า เพราะตัวเลขที่รายงานเป็นไปตามเป้าหมาย.

ในอนาคตประเทศไทยจะมีจำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น แต่นายกรัฐมนตรีเห็นว่าเงินที่จะช่วยเหลือดูแลผู้สูงอายุยังไม่เพียงพอจึงคิดหาเงินอื่นเอามาใส่ในกองทุนใหม่สำหรับดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะภาษีบาป เช่น ภาษีจากสุรา เพื่อไม่ให้กระทบงบประมาณ 21 เม.ย. 2558 01:35 21 เม.ย. 2558 01:35 ไทยรัฐ