วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ส.อ.ท.-สวทช." ชูสินค้านวัตกรรม จ่อออกบัญชีรายชื่อ 200 รายการ รอราชการซื้อตามคำสั่งรัฐบาล

"ส.อ.ท.-สวทช." ชูสินค้านวัตกรรม จ่อออกบัญชีรายชื่อ 200 รายการ รอราชการซื้อตามคำสั่งรัฐบาล

  • Share:

นายเชิญพร เต็งอำนวย ประธานสถาบันวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัว “โครงการขับเคลื่อนผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์” ว่า ส.อ.ท.ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มีราคาถูกให้กับภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี เพราะที่ผ่านมา ภาคเอกชนที่จะเข้ามารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากหน่วยงานภาครัฐได้น้อย เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง มีขั้นตอนการงาน และใช้เวลามาก รวมทั้งมีความเสี่ยงในการใช้ผลงานวิจัยของไทยมากกว่าการซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เนื่องจากผลวิจัยของไทยเป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่ผ่านการทดลองด้านตลาด และความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ ขณะที่การซื้อเทคโนโลยีจากต่างประเทศมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะมีการทดลองใช้จริงมาแล้ว ซึ่งความร่วมมือกับ สวทช.ในครั้งนี้ จะช่วยให้เอสเอ็มอีเข้าถึงงานวิจัยและต่อยอดไปสู่การผลิตสินค้าได้ในราคาที่ถูก รวมทั้งภาครัฐยังได้ให้การสนับสนุนในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการตลาด

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก-รัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายว่า ให้หน่วยงานราชการ ต้องใช้งบจัดซื้อจัดจ้างสินค้าของไทย ที่มีนวัตกรรม 10-30% จากงบประมาณแผ่นดิน ที่มีจำนวน 2.5 ล้าน ล้านบาท หรือต้องใช้งบในการซื้อสินค้าที่ใช้นวัตกรรม 750,000 ล้านบาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด เพราะว่าช่องทางการตลาดเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการทำให้สินค้าที่ใช้นวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

“ปัญหาหลักของสินค้าไทย ที่ใช้นวัตกรรมใหม่ก็คือ การหาตลาดจำหน่าย ซึ่งหากภาครัฐเข้ามาช่วยซื้อในจุดนี้ ก็จะทำให้ผู้ประกอบการมีเงินทุนในการผลิตสินค้า ทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง รวมทั้งทำให้ผู้ซื้อมีความไว้วางใจมากขึ้น ซึ่งแม้ว่าสินค้าไทยอาจมีราคาสูงกว่าสินค้านำเข้าเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมคุ้มค่ากว่ามาก เพราะเม็ดเงินที่ซื้อจะกลับมาหมุนเวียนภายในประเทศ แต่ถ้านำเข้ามีแต่เงินไหลออกนอกประเทศ”

นายเชิญพรกล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าว จะเกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการโดยรวม เพราะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อให้ยกระดับภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบ และลดต้นทุนในการวิจัยพัฒนา ซึ่งจะเกิดผลดีมากกว่าในอดีต ที่เป็นการเจรจาถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นรายๆ

นายทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.อยู่ระหว่างการจัดทำบัญชีรายชื่อผลงานนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการ นำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ และเป็นแนวทางให้หน่วยงานรัฐเข้าไปซื้อสินค้านวัตกรรมเหล่านี้ ล่าสุดมีจำนวนนวัตกรรม 200 รายการ ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมอาหาร การเกษตร สุขภาพ เช่น ข้อกระดูกเทียม เครื่องช่วยฟัง เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ ซึ่งหากสามารถนำนวัตกรรมเหล่านี้มาใช้ให้มากขึ้น ก็จะลดการนำเข้าเทคโนโลยีที่มีมูลค่า 100,000 ล้านบาทต่อปี ขณะนี้ สวทช. มีการพัฒนาโครงการวิจัยต่างๆปีละ 1,500 โครงการ ในจำนวนนี้จะคัดโครงการที่มีศักยภาพทางการตลาดมาต่อยอดเป็นผลิตสินค้า 100 โครงการเพราะการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใช้เงินทุนวิจัยพัฒนาสูงมาก ซึ่งผลการวิจัยโครงการเหล่านี้ ภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมลงทุน วิจัยให้เกิดสินค้าใหม่ๆต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้