วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ลองของโหด MITSUBISHI NEW TRITON DOUBLE CAB 4x4 2.4L

Mitsubishi คือหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่สั่งสมประสบการณ์ในการสร้างยานยนต์แบบวิบากมาช้านานแล้ว ประวัติศาสตร์อันยาวนานของ Mitsubishi เต็มไปด้วยเรื่องราวและความสำเร็จของรถยนต์แนวออฟโรด ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะหรือรถลุยแบบ SUV จากแบรนด์นี้ต่างได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศบ้านเกิดเมืองนอนแพร่หลายไปถึงผู้ใช้รถยนต์ทั่วโลก รถจากค่าย Mitsubishi สามารถทำตลาดได้อย่างต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน Mitsubishi New Triton Double Cab 4x4 2.4L เป็นสายพันธุ์ปิกอัพเวอร์ชั่นที่ 5 ภายใต้แนวคิดการเป็นที่สุดของรถปิกอัพอเนกประสงค์ หรือ Ultimate Sport Utility Truck โดยไม่ได้จำกัดการใช้งานในชีวิตประจำวันเพียงแค่การบรรทุกเท่านั้น สายพันธุ์ใหม่ของ New Triton ยังมีการปรับช่วงล่างหรือระบบรองรับให้นั่งขับหรือโดยสารได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น Concept เปลี่ยนทุกความเชื่อ กับนวัตกรรมการผลิตยานยนต์อเนกประสงค์ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อน เครื่องยนต์คลีนดีเซลตัวใหม่ที่มีขนาดเล็กลงแต่มีกำลังมากขึ้น ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 5 สปีดรุ่นใหม่ที่ถูกปรับอัตราทดให้ครอบคลุมการใช้งานมากกว่าเดิม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบล่าสุด ครอบคลุมประโยชน์ของการใช้สอยในชีวิตประจำวันที่สามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ สมรรถนะสูงขึ้นแต่ประหยัดเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นจากอุปกรณ์ในรุ่นสูงสุดและความปลอดภัยตามมาตรฐานของรถยนต์กระบะเพื่อการพาณิชย์

ระยะเวลาทดสอบยาว 10 วันเต็มๆ ในช่วงสงกรานต์กับอุณหภูมิความร้อนในระดับมหาโหดไม่ใช่ปัญหาของ New Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ราคา 1,008,000 บาท คันทดสอบ หลังจากรับรถผมพยายามใช้สายตาสังเกตความเปลี่ยนแปลงของกระบะตัวเข้มที่เข้ามาทำตลาดรถปิกอัพในประเทศตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา การขับทดสอบแบบกลุ่มของสื่อมวลชนสายยานยนต์สิ้นสุดลงไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว จากทริปทดสอบสมรรถนะของรถรุ่นที่จัดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนจากเหนือจรดใต้ พอได้มีเวลานำมาขับทดสอบแบบเดี่ยวๆ จึงสามารถสังเกตรูปลักษณ์และความเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรถกระบะที่จัดหนักแบบยัดอุปกรณ์ครบๆ มาให้สำหรับรุ่นสูงสุดที่มีราคาทะลุ 1 ล้านบาทไปนิดหน่อย จุดเด่นที่บริเวณด้านหน้าของเจ้า New Triton GLS LTD 2.4L อยู่ที่กระจังหน้าสีเงินทำจากพลาสติกโครเมียมที่สื่อหลายสำนักต่างวิพากษ์วิจารณ์ลงความเห็นว่ามันธรรมดาไปนิดนึง แต่เมื่อลองลงลึกถึงรายละเอียดต่างๆ เช่น โคมไฟหน้าแบบ LED Day time Runing Light พร้อมด้วยไฟต่ำแบบใหม่ HID ที่ให้แสงสว่างโทนสีขาวกระจ่างตาในเวลากลางคืนทำให้ด้านหน้าของรถรุ่นนี้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบมวยกับด้านหน้าของ Triton รุ่นที่ผ่านมา กันชนหน้าหรือสปอยเลอร์หน้ามีไฟตัดหมอกทรงกลมล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกสีเงิน ตะแกรงทรงรังผึ้งออกแบบให้มีการเหนี่ยวนำเอากระแสอากาศมาระบายความร้อนให้กับหม้อน้ำ เครื่องยนต์และอินเตอร์คูลเลอร์ ฝากระโปรงหน้าไม่มีการเจาะช่องรับอากาศแบบที่นิยมกันสำหรับรถปิกอัพเครื่องยนต์เทอร์โบ นักออกแบบของ Mitsubishi ใช้ฝากระโปรงหน้าแบบยกสันนูนขึ้นเล็กน้อยตรงบริเวณกรอบไฟหน้าเพื่อให้มีมุมมองที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกับแก้มข้างและเสาหน้า

โครงสร้างของแชสซีในรถกระบะชื่อยาวเหยียด Mitsubishi New Triton GLS LTD 2.4L Double Cab Plus 4 WD 2015 ผลิตขึ้นรูปจากเหล็กหล่อชิ้นเดียว ใช้การขึ้นรูปแบบประกบสองชั้นโดยไม่มีรอยเชื่อมต่อตลอดความยาวของแชสซี การออกแบบในลักษณะดังกล่าวช่วยทำให้เกิดความแข็งแกร่งทนทานต่อการโค้งงอหรือบิดตัว รองรับการใช้งานในลักษณะของการบรรทุกหรือโดยสาร โครงสร้างแบบนิรภัยเหล็กกล้า RSE - Reinforced Impact Safety Evolution Safety ใช้โลหะแรงดึงสูง High Tensile Steel ช่วยในการคงรูปของห้องโดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนปะทะที่ด้านหน้าหรือด้านข้าง ในรุ่นสูงสุดมีกระจกมองข้างแบบไฟฟ้าที่สามารถพับเก็บได้พร้อมเลนส์ไฟเลี้ยวในกรอบกระจกมองข้าง ใบปัดน้ำฝนออกแบบใหม่เพื่อเพิ่มแรงกดจากกระแสลมขณะขับขี่ กระจกมองข้างฝั่งคนขับขึ้น-ลงแบบอัตโนมัติ ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วลายใหม่ที่ค่อนข้างล้างทำความสะอาดยากเนื่องจากออกแบบให้เป็นซี่ ยางออฟโรดกึ่งเรียบกึ่งลุยของ Dunlop รุ่น Grandtrek AT20 ไซส์ 245/65R17 ทั้งสี่ล้อ มือจับที่เปิดประตูทำจากพลาสติกโครเมียมสีเงิน พลาสติกหุ้มซุ้มล้อทำออกมาให้ดูโหดดิบด้วยการออกแบบคล้ายโป่งซุ้มล้อของรถ SUV กาบบันไดสำหรับอำนวยความสะดวกในการขึ้น-ลงจากรถ ฝาท้ายของรถกระบะพันธุ์โหดรุ่นสูงสุดยังมีไฟท้ายแบบใหม่ ที่เปิดฝาท้ายสีเงิน ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบหลอด LED และกล้องมองหลังพร้อมเส้นสีเหลืองและแดงซึ่งเป็นระนาบในการกะระยะของการขับถอยหลังให้มีความปลอดภัยเนื่องจากขนาดและสัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถเก๋ง

ห้องโดยสารใน Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ราคา 1 ล้านกับอีก 8 พันบาท อุดมไปด้วยพลาสติกสีเทา-ดำ เบาะทุกตำแหน่งหุ้มหนัง เฉพาะเบาะคนขับปรับตั้งด้วยไฟฟ้า ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้ายังคงใช้การปรับด้วยมือเหมือนเดิม คอนโซลแดชบอร์ดขึ้นรูปจากพลาสติก กึ่งกลางคอนโซลมีจอภาพขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเครื่องเสียงและระบบนำทางแบบสั่งงานด้วยการสัมผัสไปที่หน้าจอ จอกลางยังรับหน้าที่เป็นจอมอนิเตอร์สำหรับกล้องมองหลังอีกด้วย ห้องโดยสารสไตล์ทูโทนของ Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) รุ่นสูงสุด ยังประกอบไปด้วยปุ่มสตาร์ตหรือดับเครื่องยนต์ พวงมาลัยแบบสามก้านพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและสวิตช์ระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ Cruise control

มาตรวัดแบบ Combination meter เรียบง่ายให้มาทั้งวัดรอบเครื่องยนต์และวัดความเร็วแบบเข็มที่อ่านค่าได้ง่าย กึ่งกลางของมาตรวัดเป็นที่อยู่ของจอ Multifunction Display แจ้งเตือนระยะทางด้วยทริปมิเตอร์ A-B ตำแหน่งของเกียร์ออโตในโหมดแมนนวล แจ้งอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์ ระดับเชื้อเพลิงในถัง คำนวณระยะทางที่เชื้อเพลิงในถังสามารถวิ่งถึง แจ้งเตือนการบำรุงรักษา อุณหภูมิภายนอก สำหรับแผงประตูและส่วนต่างๆ ของห้องโดยสารใน Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) เนื่องจากทำตัวเป็นรถอเนกประสงค์ขาลุยจึงต้องมีอุปกรณ์ให้มาเยอะมากเป็นพิเศษ เช่น ปุ่มปรับตั้งระดับของไฟหน้า ที่วางแก้วน้ำ ช่องเชื่อมต่อ USB สำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงจากภายนอก พนักเท้าแขนที่เบาะตอนหลังมีช่องวางแก้วน้ำแถมมาให้ รวมถึงกล่องเก็บแว่นตากันแดดที่อยู่ใกล้กับแผงไฟบนเพดานของรถของที่ขาดไม่ได้สำหรับการขับรถในสภาพแดดจัดจ้า เจ้า Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ยังมีสวิตช์ทรงกลมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ใกล้กับซุ้มเกียร์ เป็นสวิตช์ควบคุมปรับตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งมีให้เลือกใช้งานทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อปกติ และขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้ง 4 ล้อ

ซุ้มเกียร์ออโต 5 สปีดแบบร่องหยัก มีตำแหน่ง Trip Tronic ในโหมดแมนนวลมาให้ใช้งานสำหรับการชิฟเกียร์ด้วยตัวของผู้ขับขี่เอง พนักเท้าแขนที่บริเวณกึ่งกลางของเบาะคู่หน้าออกแบบให้ใช้เก็บแผ่นซีดีรวมถึงของกระจุกกระจิก ชุดควบคุมอุณหภูมิแบบดิจิตอลที่มีการดีไซน์ให้เข้ากับจอแสดงผลติดตั้งอยู่ใต้จอโดยใช้ปุ่มควบคุมที่ออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วในการปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารรวมถึงระดับความแรงของพัดลมแอร์ ช่องแอร์ทรงเหลี่ยมล้อมกรอบด้วยงานพลาสติกสีเงิน พื้นที่ของ Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ในรุ่นดับเบิ้ลแคป มีความกว้าง 1470 มิลลิเมตร ยาว 1520 มิลลิเมตร และมีสัดส่วนความสูงของห้องโดยสาร 475 มิลลิเมตร ระบบกุญแจแบบอิมโมบิไลเซอร์ โดยระบบจะอนุญาตให้ทำการติดเครื่องยนต์ได้เฉพาะลูกกุญแจที่ส่งสัญญาณรหัสตรงกับระบบเท่านั้น ระบบกุญแจ KOS Keyless Operation System สามารถล็อกประตูและปลดล็อก รวมถึงการสตาร์ตเครื่องยนต์โดยไม่ต้องใช้กุญแจ ระบบกระจกไฟฟ้านิรภัยด้านคนขับ กระจกมองข้างแบบโครเมียมที่สามารถสั่งกดพับเก็บได้


เครื่องยนต์ใหม่ของ Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) รุ่นสูงสุดเป็นเครื่องยนต์ดีเซลขนาดกะทัดรัดแบบ 4 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ เครื่องรหัส 4N15 DOHC 16 วาล์ว MIVEC มีปริมาตรความจุหรือ ซีซี ที่ 2442 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร วิศวกรของ Mitsubishi เคลมว่า กระบะ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลง 20% รวมถึงการปล่อยมลพิษก็ยังลดลงอีก 17% จากความสามารถของระบบเชื้อเพลิง ระบบควบคุมการทำงานของวาล์ว อัตราทดของเกียร์และชุดควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ เครื่อง 4N15 ยังมีเสียงการทำงานที่ลดต่ำลงมากกว่าเครื่องยนต์รุ่นเก่า รวมถึงยังมีแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ที่ลดลงมากอีกด้วย

เครื่องรหัส 4N15 DOHC 16 วาล์ว MIVEC เทอร์โบแปรผัน อินเตอร์คูลเลอร์ เป็นแบบอะลูมินั่มบล็อก ที่มีน้ำหนักเบาซึ่งเกิดขึ้นจากการพัฒนาด้านชิ้นส่วนที่เข้ามาช่วยให้น้ำหนักของตัวเครื่องยนต์ลดลง 4N15 มีน้ำหนักส่วนเกินที่ถูกตัดออกไปมากถึง 35 กิโลกรัม แต่ยังคงความแข็งแรงทนทานจากสภาวะการใช้งานในลักษณะต่างๆ ระบบระบายความร้อนแบบใหม่และการเลือกใช้กระบอกสูบแบบเหล็กกล้าหรือ Steel Cylinder Liner การติดตั้งโซ่สายพานไทมิ่งเข้ามาช่วยเพิ่มความคงทน ยืดอายุการใช้งานและลดค่าใช้จ่ายในด้านการบำรุงรักษา ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน หรือ VG Turbo บูสอัดไอดีเข้าไปยังห้องเผาไหม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในด้านของแรงบิดรอบต่ำได้ดี ทำให้เครื่องยนต์มีแรงบิดเพียงพอต่อการขับเคลื่อนตัวรถตั้งแต่รอบต่ำตอนออกตัวไปจนถึงรอบสูงสุดในการเร่งความเร็ว นับเป็นครั้งแรกของวงการรถปิกอัพยกสูงขับ 4 ที่มีการติดตั้งระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง MIVEC หรือ Mitsubishi Innovative Valve Timing Electronic Control System เป็นระบบควบคุมการปิดเปิดของวาล์วไอดีแบบแปรผันทำงานสอดคล้องกับความเร็วรอบเครื่องยนต์ การออกแบบในลักษณะดังกล่าวของระบบวาล์วแปรผัน MIVEC ช่วยทำให้เครื่อง 4N15 มีแรงบิดที่ดีในรอบต่ำและเพิ่มแรงบิดในรอบสูงอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้เครื่องยนต์มอบอัตราเร่งที่ดี เผาไหม้หมดจดและประหยัดเชื้อเพลิง

สภาพการควบคุมในเมือง เนื่องจากมีสัดส่วนของความยาวมากถึง 5,280 มิลลิเมตร และสูงมากถึง 1,780 มิลลิเมตร ทำให้การขับเคลื่อนไปท่ามกลางสภาพการจราจรที่หนาแน่นของกรุงเทพมหานครต้องใช้ความระแวดระวังในเรื่องของการกะระยะกันเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ผมขับทดสอบรถยนต์ที่มีความยาวไม่เกิน 4,850 มิลลิเมตร ซึ่งควบคุมในการถอยเข้า-ออกได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว พอโดดขึ้นมาขับเจ้ายักษ์ขับ 4 ล้อคันนี้ก็ต้องปรับความรู้สึกในเรื่องของระยะกันใหม่ทั้งหมด การขับทดสอบในเมืองช่วงแรกๆ จึงเป็นการทำความรู้จักและปรับตัวให้คุ้นเคยกับสัดส่วนความยาวและความสูงกันพอสมควร ช่วงแรกก็ถึงกับเงิบเมื่อต้องขับถอยเข้า-ออกจากที่จอดรถที่ออกแบบไว้สำหรับรถขนาดปกติทั่วไป ดีที่มีกล้องมองหลังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการกะระยะถอย กล้องหลังยังมีเส้นระนาบแจ้งเตือนการถอยเข้าไปใกล้กับวัตถุกีดขวาง ช่วยหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์ เช่นการถอยไปปะทะกับกระถางต้นไม้ เสา หรือสิ่งมีชีวิตพวกหมาแมวและเด็กเล็กๆ กล้องมองหลังของ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 กลายเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นมากเมื่อต้องขับรถที่มีขนาดใหญ่โตมโหระทึกแบบนี้ สำหรับทัศนวิสัยมุมมองรอบคันของเจ้านี่ค่อนข้างโปร่งโล่งมองเห็นได้ไกลมากกว่ารถเก๋ง ท่านั่งที่สูงโด่งโจ้งประมาณ 1,780 มิลลิเมตร ทำให้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนหลังช้างพลายตัวโตทำให้ผมสามารถมองได้ไกลมากกว่าปกติ ทำให้การควบคุมรถไซส์ยักษ์คันนี้ไม่ยากอย่างที่คิดเอาไว้แต่แรก

วันหยุดยาวในกรุงเทพฯ ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีจำนวนรถราร่วมถนนน้อยลงไปมากทำให้ขับได้สบายใจมากยิ่งขึ้น ถนนโล่งเหมาะกับการขับทดสอบที่ไม่ต้องระแวดระวังกันให้มากเรื่อง การออกตัวจากสัญญาณไฟจราจร แรงบิดที่ดีเยี่ยมซึ่งมาในรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำมากทำให้การขยับเคลื่อนตัวไปตามถนนหนทางมีความคล่องแคล่วราวกับกำลังขับรถเล็กเครื่องแรง ระดับของกำลังเกินพอต่อความต้องการเมื่ออยากไปให้เร็วก็แค่กดคันเร่งเอาไว้ เจ้า Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 พุ่งทะยานออกตัวอย่างปรู๊ดปร๊าดไม่มีคำว่าชะงักชักช้าหรือลังเลใดๆ ทั้งสิ้น คันเร่งตอบสนองต่อการกดได้ดีแทบจะไม่มีจังหวะของการรีเลย์หรืออาการหน่วงแต่อย่างใด พลังในรูปของแรงบิด 430 นิวตันเมตร ทะลักล้นเมื่อคันเร่งถูกจมลงจนหมดมิดพรมปูพื้น ไม่ต้องมาแปลกใจในความแรงของรถกระบะยุคใหม่ที่ใส่พลังมาให้ใช้งานกันอย่างเหลือเฟือ แต่แรงบิดที่ดีเยี่ยมของรถคันนี้จะสามารถสำแดงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาให้เห็นอย่างจะจะเมื่อนำมันไปลุยทางวิบาก แรงบิดระดับรถสปอร์ตจากเครื่องดีเซลตัวเล็กสาแก่ใจจนแอบชมวิศวกรที่ได้ลงมือลงแรงพัฒนาเครื่องยนต์ 4N15 จนไม่มีความจำเป็นที่จะสร้างเครื่องให้ใหญ่โตไปมากกว่านี้ เครื่อง 2.4 ลิตร ทำงานด้วยความเรียบเนียน จากการออกแบบจุดยึดใหม่ของยางแท่นเครื่องแท่นเกียร์รวมถึงจุดยึดโยงกับแซสซีที่ช่วยเข้ามาตัดทอนแรงสั่นสะเทือนให้เหลือน้อยลงมากจนไม่ส่งผลกระทบด้านความรู้สึกรำคาญหรือไม่สบายเนื้อตัว เครื่อง 4N15 ยังมีเสียงการทำงานที่ลดลงมากโดยเฉพาะในรอบเดินเบา แตกต่างจากกระบะอื่นๆ ที่มีเสียงในรอบเดินเบาดังสนั่นหวั่นไหว

ขับในเมืองจนเริ่มจะคล่องก็ถึงเวลาที่จะต้องออกเดินทางไกลเพื่อทดสอบการวิ่งบนไฮเวย์ที่ย่านความเร็วเดินทางและความสามารถประสิทธิภาพในการลุยทางวิบากซึ่งเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ ทางยาวๆลากกันจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดประจวบเหมาะกับออฟโรดไซส์ยักษ์คันนี้เป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่ได้บรรทุกสัมภาระหรือผู้โดยสารแม้แต่น้อยทำให้การวิ่งยาวจากถนนพระรามสองไปยังอำเภอชะอำมีความปราดเปรียวว่องไวให้ได้สัมผัส ตำแหน่งของการนั่งขับที่สูงมากๆ แม้จะปรับเบาะไฟฟ้าของคนขับให้กดต่ำลงจนสุดมันก็ยังสูงโด่งอยู่ดี ออกจากเมืองมาได้ไม่ไกล ผมเริ่มต้นบรรเลงคันเร่งโดยค่อยๆ เพิ่มความเร็วเพื่อดูการตอบสนองของอัตราทดในชุดส่งกำลัง ความเร็วเดินทางที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่อง MIVEC 2.4 ลิตร 181 แรงม้า ใช้รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ตัวเลข 2,350 รอบต่อนาที ไม่มากจนเกินไปซึ่งส่งผลดีไปถึงอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ส่วนระบบส่งกำลังแบบออโต 5 สปีด ก็ทำงานได้อย่างราบรื่น การเปลี่ยนเกียร์ในโหมดออโตไหลลื่นใช้ได้ อาการกระตุกกระชากเล็กๆ จะเกิดขึ้นเมื่อใช้คันเร่งลงลึกแบบฉับพลันทันทีทำให้เกิดอารมณ์สนุกสนานในการควบคุมเจ้ายักษ์ตราเพชรคันนี้ เกียร์อัตโนมัติที่มีอัตราทดแค่ 5 ตำแหน่งอาจเป็นรองเกียร์ลูกใหม่ของ Nissan Navara แต่ไม่ได้เสียเปรียบจนเห็นถึงความแตกต่างอะไรกันมากมายนัก การตัดต่อขึ้นลงตลอดการขับเดินทางบนไฮเวย์มีความต่อเนื่องราบเรียบใช้ได้ หากใส่กันหนักๆ ยังแถมอารมณ์สปอร์ตมาให้ได้สัมผัสจากการกระชากลากถูที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในรถเก๋งที่มีแรงบิดระดับอนุบาลไม่เกิน 300 นิวตันเมตร พอได้มาสัมผัสกับแรงบิด 430 นิวตันเมตร ความมันของการขับขี่จึงบังเกิดไปแทบจะตลอดเส้นทางของการทดสอบ


อาการโคลงตัวนั้นเป็นปกติของรถปิกอัพยกสูงเรือนร่างโย่งโก๊ะซึ่งต้องระวังให้ดี อาการดังกล่าวแก้ให้ดีขึ้นได้แต่ไม่สามารถขจัดให้หมดไปได้และไม่ควรใช้ความเร็วสูงมากในการขับเข้าสู่ทางโค้ง รถกระบะขับ 4 ยกสูงกำลังแรงนั้น จุดด้อยของมันอยู่ที่สัดส่วนของความสูงที่มากกว่ารถทั่วไป การขับด้วยความเร็วที่สูงมากนั้น นอกจากจะผิดกฎหมายแล้วยังอาจทำให้เกิดอันตรายได้อย่างคาดไม่ถึงอีกด้วย เมื่อคุณขับรถกระบะยกสูงเครื่องแรงๆ ความเร็วที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางหรือความเร็วตามที่กฎหมายได้กำหนดเอาไว้ จะช่วยทำให้คุณอยู่รอดปลอดภัยไม่ไปแหน็บกับต้นไม้ข้างทางหรือพุ่งลงไปในคลองส่งน้ำของกรมชลประทาน

ลดความเร็วก่อนที่จะเข้าโค้งทุกครั้ง โดยเฉพาะในเส้นทางที่คุณเองไม่มีความคุ้นชิน โค้งมุมแคบคือของแสลงสำหรับรถปิกอัพยกสูงทุกรุ่นทุกยี่ห้อ หากใส่มาแบบไม่มียั้งมีหวังได้หลุดโค้งออกไปนอนนับดาวเล่นแถวๆ คูน้ำข้างทางอย่างแน่นอน กำลัง 181 แรงม้านั้นเหลือเฟือสำหรับการขับใช้งาน ยิ่งมีแรงบิดมากถึง 430 นิวตันเมตร ก็ยิ่งต้องระวังไม่บ้าระห่ำกดกระหน่ำกันไปตลอดทาง รถกระบะยุคใหม่ในปัจจุบันแทบจะทุกยี่ห้อนั้นมีเครื่องยนต์ที่แรงเกินช่วงล่างและระบบเบรก เมื่อรู้จักใช้ให้เกิดความพอดิบพอดีกับความสามารถในการควบคุมรถยนต์ของคุณเอง ความปลอดภัยในการใช้รถก็จะเกิดขึ้นและช่วยให้คุณสามารถหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่ไม่พึงประสงค์ได้อีกด้วย

กลับมาที่การทดสอบอัตราทดของเกียร์ออโต 5 สปีด ในเจ้า Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 กันดีกว่า เมื่อผมลองผลักคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง Trip Tronic เพื่อดูการตอบสนองเมื่อต้องชิฟเกียร์เอง ที่ตำแหน่งเกียร์ 4 ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงแรงดึงแบบเต็มเหนี่ยว การคิกดาวน์เพื่อเร่งความเร็วก็มีประสิทธิภาพดีพอสำหรับการใช้งานเร่งความเร็วเพื่อแซงรถช้า เอนจิ้นเบรกเมื่อผมลองเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำถึง 2 ตำแหน่งจากเกียร์ 5 ไปยังเกียร์ 3 ขณะขับเข้าโค้งมุมแคบ เกียร์ตอบสนองได้ดีในแบบที่ควรจะเป็น แต่จะดีกว่านี้มากหากเจ้า Triton Double Cab 4x4 คันนี้มีเกียร์ 7 สปีดแบบคู่แข่งอย่าง Nissan Navara สำหรับการลุยแหลกแจกสะบัด ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะตัวของรถออฟโรดยกสูงนั้นมีความโดดเด่นไม่น้อยหน้ารถคู่แข่ง เพียงแต่ควรระวังเมื่อใช้ความเร็วสูงในสภาพผิวถนนที่ไม่มีความสม่ำเสมอ เช่นถนนที่เป็นลอนคลื่นแบบหลังเต่า สัดส่วนความสูงทำให้เจ้า Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 สอบผ่านแบบสบายๆ เมื่อนำไปลุยทางโหดขรุขระที่เต็มไปด้วยปลักโคลนหลุมบ่อขนาดยักษ์ แรงบิดที่เจ๋งสุดช่วยฉุดกระชากตัวรถให้หลุดรอดจากหล่มโคลนได้อย่างใจนึก พวงมาลัยแรคแอนพีเนียนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรงเป็นแบบสายพานปั๊มพาวเวอร์ที่มีความแข็งแรงมากกว่าพวงมาลัยไฟฟ้า แม้จะกินกำลังเครื่องยนต์ไปบ้างแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แลกกลับด้วยความแข็งแรงของแรคพวงมาลัยที่มีการออกแบบให้ใช้ได้ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น

การเก็บเสียงทำได้ดีขึ้นมาก เสียงเครื่องยนต์และเสียงยางบดไปบนพื้นถนนลดลงมากจากวัสดุป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกที่ห่อหุ้มเอาไว้รอบๆ ห้องโดยสาร เมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วเดินทาง เสียงลมและเสียงยางจะเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยินที่ความเร็ว 120 กิโลเมตรเป็นต้นไปแต่ไม่ได้มากมายอะไรจนทำให้รู้สึกรำคาญ ช่วงล่างที่เน้นการลุยแหลกและการบรรทุก เมื่อขับตัวเปล่าๆ ก็ยังสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลในบางจังหวะโดยเฉพาะการขับบนถนนเรียบๆ มันจะพลิ้วจนคุณรู้สึกชอบ


รถ New Triton รุ่นท็อปสุด GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 ราคา 1 ล้านกับอีก 8 พันบาทไม่มีทอนเป็นปิกอัพตัวลุยรุ่นใหม่ที่ขับได้สนุกน่าประทับใจ ใช้เวลาไม่นานคุณจะปรับตัวได้กับสัดส่วนขนาดใหญ่ของมัน เจ้านี่มีทุกอย่างที่รถออฟโรดควรจะมี ทั้งพละกำลัง ความสบายหลังพวงมาลัยและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มีความประหยัดให้ได้สัมผัสตลอดการขับใช้งาน เครื่องยนต์ เกียร์ และช่วงล่างทำงานสอดประสานกันได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะแรงบิดรอบต่ำที่ทะลักล้นทันทีที่คันเร่งโดนจมมิด ทรงตัวได้ดีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของกระบะยุคใหม่ทั่วไป อุปกรณ์ในรุ่นสูงสุดเพียบพร้อมน่าใช้งาน เครื่องเสียงมีคุณภาพปานกลางรวมถึงลำโพงที่อยู่ในระดับแค่พอฟังได้ไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ ระบบสัมผัสที่หน้าจอสั่งงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ระบบนำทางด้วยดาวเทียมยังคงมีความละเอียดไม่มากเท่ากับรถที่มีราคาแพงกว่านี้ ลองไปหาขับทดสอบด้วยตัวของคุณเองหากมีความสนใจไยดีในรถรุ่นนี้ สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวของผมเกี่ยวกับเจ้านี่ก็อยู่ที่การบังคับควบคุมที่ดีของมัน แค่ระวังในเรื่องของความเร็วให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย คุณจะสนุกไปกับ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab 4x4 ได้แบบไม่น้อยหน้าปิกอัพขับ 4 รุ่นอื่นก็แล้วกัน.

All New Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab ข้อมูลจาก Mitsubishi Motor
Triton GLS LTD 2.4L (A/T) รุ่นสูงสุดดับเบิ้ลแคป 4x4 วางแชสซีให้มีการรองรับการใช้งานที่สมบุกสมบันแข็งแกร่งทั้งงานออฟโรดและงานบรรทุก แชสซีเหล็กหล่อขนาดใหญ่แบบชิ้นเดียวขึ้นรูปด้วยการประกบชิ้นงานไร้รอยต่อเชื่อม คานเหล็กกันกระแทกด้านหน้าถูกติดตั้งมาให้เพื่อลดความเสียหายจากอุบัติเหตุชนปะทะที่ด้านหน้า โครงสร้างห้องโดยสารนิรภัย RISE Body ใช้เหล็ก High Tensile Steel มีการออกแบบจุดยึดแชสซีกับตัวถังใหม่หมด โดยทำให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นสำหรับจุดยึดเชื่อมต่อ นอกจากจะแข็งแรงขึ้นแล้วจุดยึดใหม่ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนขณะขับใช้งานหรือเมื่อจอดเดินเบาอยู่กับที่ แรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่ลดลงไปมากช่วยให้การขับขี่ควบคุมมีความสะดวกสบายไร้แรงสั่นสะเทือนแตกต่างจากปิกอัพรุ่นเก่าที่พบว่ามีแรงสั่นสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์มากจนทำให้รู้สึกได้

ระบบรองรับหรือช่วงล่างของ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ด้านหน้าแบบ อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังที่เน้นการบรรทุกหนักใช้แหนบพร้อมโช้คอัพแบบไขว้ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นขับ 4 ยกสูงหรือรุ่นขับ 2 ล้อ วิศวกรของ Mitsubishi ใช้ความพยายามในการปรับปรุงระบบรองรับให้ส่งความรู้สึกที่นิ่มนวลมากกว่า Triton รุ่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่มนวลที่เพิ่มเข้ามานั้น ถูกทำออกมาเพื่อรองรับการขับขี่บนทางวิบากได้ดีขึ้น สำหรับระบบบังคับเลี้ยวของ Triton GLS LTD 2.4L (A/T) ใช้พวงมาลัยแบบแรคแอนพีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงหมุน โดยมีระยะวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.9 เมตร น้อยสุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกัน การลดระยะของการหมุนพวงมาลัยจากซ้ายไปขวาที่ 3.8 รอบ ทำให้การควบคุมดีขึ้นที่ย่านความเร็วต่ำ ขณะเดียวกันรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อมีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.7 เมตร ส่วนระบบห้ามล้อใน Triton GLS LTD 2.4L ด้านหน้าใช้จานดิสเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนพร้อมคาร์ลิปเปอร์อัลลอย ส่วนระบบเบรกด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก ชุดห้ามล้อของ Triton GLS LTD 2.4L 4x4 มีการเสริมด้วยระบบช่วยเบรกเช่น ABS ป้องกันล้อล็อกขณะเบรกและระบบเสริมแรงเบรก EBD

ระบบความปลอดภัยใน Triton GLS LTD 2.4L รุ่นสูงสุด นอกเหนือนจากแซสซีและตัวถังนิรภัยแล้ว ยังมีการติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS เข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติในทุกตำแหน่งของเบาะโดยสาร ระบบ ES4 Easy Select 4WD ใช้สวิตช์ควบคุมด้วยไฟฟ้า สามารถปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อนจาก 2 ล้อเป็น 4 ล้อได้อย่างง่ายดายที่ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง โดยสามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนได้ทั้งแบบ 2 ล้อ 2H สำหรับการขับขี่เดินทางปกติใช้ความเร็ว หรือปรับมาขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4H สำหรับเส้นทางวิบากสมบุกสมบันที่ใช้ความเร็วสูงได้ และ 4L สำหรับเส้นทางออฟโรดโหดเต็มพิกัด

Triton GLS LTD 2.4L รถกระบะรุ่นใหม่ที่ออกจากสายการผลิตในโรงงานของประเทศไทยได้คะแนนจากทดสอบการทดสอบการชนปะทะที่ด้านหน้าและด้านข้างในระดับ 5 ดาว โดยมีผลงานอันโดดเด่นในด้านการชนท้ายด้วยการรองรับของพนักพิงศีรษะและการปกป้องคนเดินถนน ค่าการทดสอบอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โครงสร้างตัวถังโดยเฉพาะบริเวณห้องโดยสารขณะเกิดอุบัติเหตุมีความแข็งแกร่งที่เกิดจากการออกแบบและการเลือกใช้แชสซีแบบใหม่ ทำให้ห้องโดยสารไม่เสียรูป พร้อมปกป้องคนขับและห้องโดยสารอย่างปลอดภัยเมื่อเกิดการชน โดยคะแนนจากการชนด้านหน้า คะแนนเต็ม 16 ได้ 15.22 ชนด้านข้างได้คะแนนเต็ม และชนเสาเยื้องศูนย์ ได้ 2 เต็ม 2 คะแนนรวมจากการทดสอบการชนปะทะทำได้ 36.22 จากคะแนนเต็ม 37 คะแนน เป็นประสิทธิภาพด้านการปกป้องหลังเกิดอุบัติเหตุชนปะทะที่ถือว่ามีความโดดเด่นที่สุดในกลุ่มรถกระบะยกสูงขับเคลื่อน 4 ล้อ


Triton GLS LTD 2.4L รุ่นสูงสุด ยังมีตัวช่วยอีกเพียบ เช่น ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASTC Active Stability & Traction Control มีการทำงานเชื่อมต่อกับระบบ ASC คอยรักษาเสถียรภาพของการทรงตัวในสภาวะที่รถเริ่มเสียสมดุลเพื่อป้องกันการลื่นไถลออกนอกเส้นทาง และ ATC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี คอยควบคุมการหมุนของล้อทั้งสี่อย่างสมดุล ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS Hill Start Assist ป้องกันการลื่นไถลในกรณีที่ต้องเบรกรถบนทางลาดชันและต้องออกตัวอีกครั้ง ระบบเสริมแรงเบรก BA Brake Assist เพิ่มแรงดันน้ำมันเบรกในระบบเมื่อผู้ขับเหยียบเบรกแบบฉุกเฉิน


ระบบอำนวยความสะดวกและปลอดภัยจาก Mitsubishi ใน Triton GLS LTD 2.4L (A/T) Double Cab
ระบบตัดการทำงานของไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ไฟหน้าจะดับเองหลังจากดับเครื่องยนต์แล้วผู้ขับเปิดประตู

ใบปัดน้ำฝนปรับระดับความเร็วอัตโนมัติ ในกรณีที่ฝนตกและผู้ขับเปิดที่ปัดน้ำฝนในตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเมื่อรถใช้ความเร็วเกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่ปัดน้ำฝนจะเปลี่ยนเป็นจังหวะที่ 1 ให้โดยอัตโนมัติ และจะกลับมาที่ตำแหน่งปัดเป็นจังหวะเหมือนเดิมเมื่อความเร็วลดลงหรือเมื่อหยุดรถ

สัญญาณเตือนแจ้งลืมปิดไฟหน้า

ระบบเซนทรัลล็อก สามารถเปิด-ปิดประตูทุกบานด้วยปุ่มควบคุมที่ประตูด้านฝั่งคนขับ

ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน เมื่อขยับก้านไฟเลี้ยวเล็กน้อยไปตามทิศทางซ้ายหรือขวาเพื่อเปลี่ยนช่องทาง ไฟเสี้ยวด้านนั้นจะติดขึ้นและกะพริบ 3 ครั้ง

กุญแจรีโมตพร้อมระบบควบคุมการพับหรือกางกระจกมองข้างอัตโนมัติ เพื่อป้องกันความเสียหายของกรอบกระจกมองข้างในกรณีที่ต้องจอดรถในที่คับแคบ

ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดไฟส่องสว่างในห้องโดยสาร

สัญญาณเตือนและไฟกะพริบเมื่อปิดประตูไม่สนิท

เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมสปอร์ตโหมด

ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

กระจังหน้าโครเมียม

กันชนหลัง

ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์แบบ HID (ไฟสูง-ต่ำ)

ไฟตัดหมอกหน้า

พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง

เบาะปรับไฟฟ้าที่ตำแหน่งคนขับและวัสดุหุ้มเบาะหนังและหนังสังเคราะห์

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระซ้าย - ขวา

กุญแจอัจฉริยะ KOS / ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์

ระบบควบคุมความเร็วคงที่อัตโนมัติ (Cruise Control)

เครื่องเล่นวิทยุ, ดีวีดี, ซีดี, เอ็มพี 3 พร้อมจอภาพระบบสัมผัสระบบนำทางในรถ Navigation

All New Mitsubishi Triton มี 7 สีให้เลือก พร้อมสีใหม่สีเขียว (EarthGreen) และ สีเงิน (Sterling Silver)
(1) สีเขียว Earth Green
(2) สีเงิน Sterling Silver
(3) สีขาว Solid White
(4) สีขาวมุก White Pearl
(5) สีเทาดำ Titanium Gray
(6) สีดำ Pyreness Black
(7) สีน้ำตาล Quartz Brown

ราคา Mitsubishi Triton DC 2WD 2015 กระบะตอนเดียว
Mitsubishi Triton GLS Benzene 653,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS Diesel 690,000 บาท

ราคา New Mitsubishi triton Double Cab DC Plus Mega Cab
Mitsubishi Triton GLX ราคา 791,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS Benzene 791,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS Diesel 838,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS Navi (M/T) 881,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS (A/T) 882,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS Navi (A/T) 925,000 บาท

ราคา New Mitsubishi triton Double Cab Plus 4 WD 2015 4 ประตู
Mitsubishi Triton GLS 2.4L 837,000 บาท
|Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (M/T) 950,000 บาท
Mitsubishi Triton GLS LTD 2.4L (A/T) 1,008,000 บาท (คันทดสอบ)


MITSUBISHI NEW TRITON GLS LTD 2.4L (A/T) DOUBLE CAB 4x4 SPECIFICATIONS
แบบ............................................. ปิกอัพ 4 ประตู 5 ที่นั่งขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้ผลิต........................................... Mitsubishi Motor
รหัสเครื่องยนต์............................ 4 N15
แบบเครื่องยนต์........................... ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป
ระบบอัดอากาศ........................... เทอร์โบแบบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
ปริมาตรความจุ (ซีซี) ................. 2,442 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก................ 86.0 mm x 105.1 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด...................... 15.5:1
แรงม้าสูงสุด............................... 133 กิโลวัตต์ (181) แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด.............................. 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง..................... หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ คอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น
ระบบส่งกำลัง............................ เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ระบบบังคับเลี้ยว....................... แรคแอนพีเนียน พร้อมพาวเวอร์ผ่อนแรงหมุน
รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด................... 5.9 เมตร
ระบบรองรับ
ด้านหน้า......................................อิสระปีกนกสองชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง......................................แหนบพร้อมโช้คอัพแบบไขว้
ระบบห้ามล้อ
ด้านหน้า......................................จานดิสเบรกเหล็กหล่อแบบมีช่องระบายความร้อน คาร์ลิปเปอร์อัลลอย
ด้านหลัง...................................... ดรัมเบรก
ล้อและยาง...................................อัลลอยขนาด 17x7.5J ยาง Dunlop Grandtrek AT20 245/65R17
มิติตัวถัง
ความกว้าง.................................1,815 มิลลิเมตร
ความยาว................................... 5,280 มิลลิเมตร
ความสูง..................................... 1,780 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อ........................ 3,000 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อหน้า.............. 1,620 มิลลิเมตร
ความกว้างช่วงล้อหลัง.............. 1,515 มิลลิเมตร
ความยาวกระบะภายใน............ 1,520 มิลลิเมตร
ความกว้างกระบะภายใน.......... 1,470 มิลลิเมตร
ความสูงกระบะภายใน.............. 475 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถ.... 205 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง................... 75 ลิตร
น้ำหนักตัวรถ............................ 1,860 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

ทดสอบยานยนต์สายพันธุ์กระบะจอมลุย Mitsubishi New Triton Double Cab 4x4 2.4L ปิกอัพเครื่องดีเซล Mivec VG Turbo 181 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 1 ล้านบาทขาดตัว 20 เม.ย. 2558 15:32 21 เม.ย. 2558 19:21 ไทยรัฐ