วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คณะนาฎศิลป์ไทยเฉลิมพระเกียรติ "สมเด็จพระเทพฯ" ณ กรุงปักกิ่ง สานสัมพันธ์ "40 ปี ไทย-จีน"

“ไทย–จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน”

คำพูดที่ได้ยินกันจนคุ้นหูตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย

แต่หากจะมองในภาพของความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็น 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน

นับตั้งแต่ พ.ศ.2518 เป็นต้นมา ที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ปัจจุบันจึงถือว่าเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 แล้ว

ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ทั้งไทยและจีนมีการแลกเปลี่ยนในเรื่องต่างๆมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา และวัฒนธรรม รวมถึงมีการเดินทางเยือนของผู้นำระดับสูงของรัฐบาลทั้งสองประเทศอย่างสม่ำเสมอ

และที่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่งในการสานความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น คือการที่พระบรมวงศานุวงศ์ของไทย โดยเฉพาะ “สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” ที่เสด็จฯ เยือนจีนอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลจีนทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล 1 ใน 10 อันดับ มิตรชาวต่างชาติของจีนแด่พระองค์

ดังนั้น เนื่องในปีมหามงคล ครบ 5 รอบ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี 2 เม.ย.2558 และโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ที่เวียนมาบรรจบตรงกันใน พ.ศ.2558 นี้

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงจัด โครงการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้น ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5-6 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อใช้มิติทางวัฒนธรรมเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างไทย-จีนให้มั่นคงยาวนาน โดย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม เป็นหัวหน้าทีมในการนำคณะนักแสดงไทยจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ไปโชว์การแสดงทางวัฒนธรรมไทยในครั้งนี้ ซึ่ง “ทีมข่าววัฒนธรรม” ได้มีโอกาสติดตามไปร่วมสังเกตการณ์ด้วย

“วิศิษฏศิลปิน ยลยินโขนหลวง ดุจดวงปทุมทิพย์ แลลิบเมืองไทย สายใยวัฒนธรรม” คือชื่อชุดการแสดงศิลปะการแสดงของไทยในครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.การแสดงรำถวายพระพร ชุดวิศิษฏศิลปิน (มหาจักรีสถิตในใจประชา) 2.การแสดงโขนชุด ยลยินโขน 3.การแสดงชุดดุจดวงประทุมทิพย์ เป็นการขับร้องเพลงโม่ลี่ฮัว ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งขึ้นในยุคของจักรพรรดิเฉียนหลง 4.แลลิบเมืองไทย เป็นการแสดงทางวัฒนธรรมไทยจากทุกภูมิภาค และ5.การแสดงมหกรรมกลองไทย และหุ่นหลวง โดยใช้นักแสดงทั้งหมดกว่า 100 คน มากที่สุดตั้งแต่มีการนำศิลปะการแสดงของไทยไปแสดงยังต่างประเทศ โดยจัดขึ้น 2 รอบ คือ วันที่ 5-6 เม.ย. ที่โรงละครแห่งชาติกรุงปักกิ่ง

และสิ่งที่สร้างความปลื้มปีติและประทับใจต่อคณะนักแสดง ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม คณะทูตานุทูต และพี่น้องไทย-จีนทุกคน คือ ในรอบการแสดงวันที่ 5 เม.ย. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทอด พระเนตรการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ

ขณะที่การแสดงวันที่ 6 เม.ย. เป็นการแสดงรอบประชาชนทั่วไป มีประชาชนชาวจีนเข้าร่วมชมการแสดงจนเต็มโรงละครแห่งชาติกรุงปักกิ่ง ซึ่งทุกชุดการแสดงที่ทางกระทรวงวัฒนธรรมไทยนำไปจัดแสดง ล้วนสร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ จากพี่น้องชาวจีนที่เข้าร่วมชมอย่างกึกก้อง

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ปี 2558 นับเป็นปีมหามงคลที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา และครบรอบ 40 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ ทางการทูตระหว่างไทย–จีน กระทรวงวัฒนธรรมจึงจัดโครงการนี้ขึ้น ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ในการเผยแพร่ความเป็นเลิศของศิลปวัฒนธรรมไทยในสาขาศิลปะการแสดงที่เป็นแบบฉบับให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับโลก

“นับตั้งแต่ไทย-จีน สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อ พ.ศ.2518 ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศพัฒนาไปในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติทางด้านวัฒนธรรม ที่นับวันจะมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งต่อการส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน” รมว.วัฒนธรรม ระบุถึงความสำคัญในการนำมิติทางวัฒนธรรมมาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

สำหรับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรมครั้งนี้ ยังมีการลงนามความร่วมมือจัดทำแผนปฏิบัติการทางวัฒนธรรม ระหว่าง นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กับ นายลั่ว ซู่กัง รมว.วัฒนธรรมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ปี 2558-2560

“การลงนามครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะดำรงไว้ซึ่งการจัดงาน “ไทย–จีน : ครอบครัวเดียวกัน” ซึ่งสิ่งที่ต้องการเน้นคือการนำการแสดงทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศไปแสดงเพื่อให้เข้าใจในวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จะนำไปสู่ความร่วมมือทางการค้าการลงทุนต่อไป” นายวีระ บอกถึงความสำคัญในการลงนามความร่วมมือครั้งนี้

แม้การใช้มิติทางวัฒนธรรมมาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลเป็นรูปธรรมในเร็ววัน แต่ “ทีมข่าววัฒนธรรม” เชื่อว่า มิติทางวัฒนธรรมจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งยังสามารถ นำไปสู่ความร่วมมือในเรื่องต่างๆได้

เฉกเช่นความสัมพันธ์ระหว่างไทย–จีน ที่มีมาอย่างยาวนานด้วยมีมิติทางวัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญ

เพราะนั่นคือความสัมพันธ์ที่มั่นคงและยั่งยืนตลอดไป...

ทีมข่าววัฒนธรรม

“ไทย–จีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” คำพูดที่ได้ยินกันจนคุ้นหูตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย แต่หากจะมองในภาพของความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการแล้ว ถือเป็น 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน... 20 เม.ย. 2558 14:10 20 เม.ย. 2558 14:11 ไทยรัฐ