วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยนผ่านเพื่อการปฏิรูป

โดย สายล่อฟ้า

แม้จะเป็นเพียงการพิจารณาร่างแรกของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ กมธ.ยกร่างฯได้จัดทำเสร็จเรียบร้อย กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของ สปช. ซึ่งอาจจะถูกยำใหญ่หรือถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ว่ากันไปเกี่ยวกับสาระของรัฐธรรมนูญ

แต่ดูเหมือนว่าจะมีการมองกันไปไกลกว่านั้น คือฟันธงกันเลยว่า “ผ่าน-ไม่ผ่าน”...ไปถึงขั้นนั้นเสียแล้ว

ประเด็นที่ทำให้ต้องมองกันก็คือ หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านเพราะ สปช. ยกมือควํ่าคงทำให้การเมืองวุ่นวายแน่ เนื่องจากจะต้องมีการเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่ทั้งหมด

สปช.-กมธ.ยกร่างฯต้องถูกยุบเลิกทั้งหมด

จากนั้นก็จะต้องมีการตั้ง สปช. และ กมธ.ยกร่างฯชุดใหม่ทั้งหมดและบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งนี้ก็ไม่สามารถเข้ามาทำหน้าที่ได้ พูดง่ายๆว่าไปกันทั้งพวง

ดังนั้น การที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปเสร็จเรียบร้อยตามโรดแม็ปที่วางเอาไว้จึงเป็นไปไม่ได้ การเลือกตั้งก็จะต้องเลื่อนออกไปตามเงื่อนไขใหม่

หรือ คสช. อาจจะใช้อำนาจพิเศษ ม.44 เพื่อผ่าทางตันก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

แน่นอนว่าหากรูปการณ์เป็นไปเช่นนั้นย่อมมีผลต่อการดำรงอยู่ของ คสช. เมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่เรื่องผิดกติกา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้กำหนดหลักเกณฑ์เอาไว้อย่างชัดเจน

จะไปโทษว่า คสช. ต่อท่ออำนาจตัวเองก็พูดได้ไม่เต็มปาก แต่เป็นเพราะความจำเป็นเนื่องจากจะต้องปฏิบัติตามกติกา

แต่น่าจะไปโทษ กมธ.ยกร่างฯมากกว่า เพราะสร้างกฎกติกาที่ทำให้เกิดปัญหาจนไม่ได้รับการยอมรับนำไปสู่การควํ่า เจตนาก็ไม่ต้องการให้ผ่านเพื่อจะให้ คสช. อยู่ยาวออกไป

เหล่านี้ย่อมขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนอยู่ที่ว่าจะใช้เหตุผลอะไรเป็นตรรก ถ้าจะหาเรื่องกันก็พยายามที่จะใช้เหตุผลเพื่อให้แนวคิดของตัวเองได้รับการยอมรับ แม้จะเป็นเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ก็ตามมันเป็นเสียอย่างนี้แหละ...

แต่ด้วยองค์ประกอบของ กมธ. ยกร่างฯนั้นมาจากแม่นํ้า 5 สาย คือ สปช. สนช. คสช. ครม. ตามสัดส่วน ซึ่งว่าให้ถึงที่สุดต่างก็มาจากการแต่งตั้งจากเจ้าของเรือคือ “แป๊ะ” สรุปก็คือ ลงเรือลำเดียวกับแป๊ะที่จะต้องไปไหนไปกัน

ยิ่งเฉพาะ สปช. ซึ่งต้องทำหน้าที่ปฏิรูปประเทศโดยตรงมีสัดส่วนใน กมธ.ยกร่างฯมากที่สุดจำนวน 20 คน จึงไม่ต่างกับเป็น “สภาคู่แฝด” แทบจะเป็นเนื้อนาบุญเดียวกัน

หากจะถล่มกันให้จมธรณีพังกันไปข้างย่อมเป็นไปไม่ได้

สำคัญกว่านั้นก็คือ หากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านทั้ง สปช. และ กมธ. ยกร่างฯก็ต้อง “ตกงาน” กันทั้งหมด และในส่วน กมธ. ยกร่างฯนั้นมีข้อกำหนดด้วยว่าห้ามเล่นการเมือง 2 ปีอีกด้วย

เช่นกัน คสช. เองโดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ที่ต้องรับหน้าเสื่อทุกอย่างไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม หากฟังจากแนวคิดแล้วคงต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่านเพื่อให้เป็นไปตามโรดแม็ปที่วางเอาไว้

แม้จะไม่วิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาสาระร่างแรกของรัฐธรรมนูญ แต่ได้ยํ้าอยู่เสมอว่า หากต้องการให้เกิดการปฏิรูปก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ใช้รูปแบบเดิมๆ

อีกทั้งยังพยายามหาวิธีการให้รัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับด้วยการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และยังให้อำนาจเชิญต่างชาติเข้ามาร่วมด้วย

ถ้าจะตีความกันก็คงเป็นความต้องการที่จะให้รัฐธรรมนูญผ่านและได้รับการยอมรับจากในประเทศและต่างประเทศ

ผมว่า สปช. ก็คงเข้าใจตรงกัน ซึ่งเมื่อถึงที่สุดน่าจะให้ผ่านโดยไม่ต้องมีการทำประชามติเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

เพียงแต่จะต้องยอมรับใน “หลักการ” ที่ต้องเปลี่ยนไป.

“สายล่อฟ้า”

20 เม.ย. 2558 09:15 20 เม.ย. 2558 09:15 ไทยรัฐ