วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วาระแห่งชาติต้องศักดิ์สิทธิ์

คสช.เป็นรัฐบาลที่พยายามแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านๆมา ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557 หลังจากที่ “ไทยรัฐทีวี” ได้เปิดโปงปัญหาแรงงานทาสในเรือประมง ที่ไปตกทุกข์ได้ยากในอินโดนีเซีย มีการช่วยเหลือนำแรงงานไทยกลับบ้านแล้วอย่างน้อย 244 คน ล่าสุด กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินไปรับแรงงานไทยกลับบ้าน 68 คน

ความจริงของรัฐบาลเห็นได้จากการประกาศ ให้การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็น “วาระแห่งชาติ” รวมทั้งแก้ไข พ.ร.บ.ปราบปรามการค้ามนุษย์ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลมากมายหลายคณะ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กระทรวงทบวงกรมต่างๆที่เกี่ยวข้องและประกาศ 8 มาตรการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวนสอบสวน และจับกุมเครือข่ายการค้ามนุษย์

ยังไม่ทราบว่ามาตรการต่างๆ ของรัฐบาลประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่รู้ก็คือยังไม่มีข่าวเกี่ยวกับการจับกุม หรือดำเนินคดีเจ้าของกิจการเรือประมง แม้แต่รายเดียว ทั้งๆที่แรงงานส่วนใหญ่ที่กลับบ้าน ต่างยืนยันตรงกันว่าถูกใช้เยี่ยงทาส เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียก็ยืนยันว่าแรงงานไม่ได้รับค่าจ้าง ใครทวงถามถูกจับยัดห้องขัง

การที่แรงงานไทย รวมทั้งแรงงานพม่า กัมพูชาและลาวหลายร้อยคน ต้องไปตกระกำลำบากในอินโดนีเซีย กลายเป็น “คนตกเรือ” เสมือนหนึ่งถูกปล่อยเกาะ ต้องพลัดพรากจากญาติพี่น้องหลายปี เสียชีวิตไปหลาย สิบคน และถูกฝังแบบศพไร้ญาติในต่างแดน เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะดิ้นรนไปหาความทุกข์ยาก แต่ต้องมีคนบังคับพวกเขาไป

เหตุผลที่สหรัฐอเมริกาลดอันดับการปราบปรามการค้ามนุษย์ในไทยลงสู่อันดับต่ำสุด เนื่องจากที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะประกาศมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 2554-2559 อย่างขึงขัง แต่องค์การแรงงานสากลระบุว่าเป็นแค่วาทกรรม สหรัฐฯกล่าวหาว่าไทยไม่ได้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง การดำเนินคดีล้มเหลว มีการทุจริตของเจ้าหน้าที่ทุกระดับและไม่คุ้มครองแรงงานเพียงพอ

จึงหวังว่ารัฐบาล คสช.ซึ่งมีอำนาจ เต็ม จะบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โปร่งใส และตรงไปตรงมา เพราะถึงจะแก้กฎหมายเพิ่มโทษผู้กระทำผิด จำคุก 8 ปีถึง 20 ปี ถ้าเหยื่อการค้ามนุษย์เสียชีวิต ผู้ทำผิดต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต แต่ถ้าไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ก็จะเปล่าประโยชน์ เป็นแค่วาทกรรมเหมือนเดิม

เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ เจ้าหน้าที่ บางคนยอมรับว่า เบื้องหลังขบวนการค้ามนุษย์มักจะเป็นผู้มีอิทธิพล น่าเป็นห่วงว่าเจ้าหน้าที่อาจไม่กล้าบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ทั้งๆที่เป็นการคุ้มครองคนไทยไม่ให้คนไทยด้วยกันกดขี่ขูดรีด ถ้าไม่กล้าบังคับใช้กฎหมาย การปราบปรามการค้ามนุษย์อาจไม่สำเร็จเหมือนกับในอดีต ถึงแม้จะประกาศเป็นวาระแห่งชาติ.

20 เม.ย. 2558 08:53 20 เม.ย. 2558 08:53 ไทยรัฐ