วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

Road to The Final !

โดย MR .Unknown

ใจหาย ใจคว่ำ! จากเกมที่ดูจะง่ายๆ เกือบจะกลายเป็นนิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ใครจะไปนึกว่าการดวลกันของทีมที่อยู่ต่างกันคนละระดับจะต้องมาวัดถึง 120 นาทีเต็ม...

คุณค่าของ "เอฟเอ คัพ" ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นเกมลูกหนังชิงถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แถมยังขึ้นชื่อลือชาเรื่องความพลิกล็อกทีมเล็กน็อกทีมใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในซีซั่นนี้ที่บรรดาที่บรรดายักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดแดนผู้ดี อย่าง เชลซี,แมนฯซิตี้ และ สเปอร์ส ต่างพาเหรดโดนรองบ่อนน็อคเอาท์ตกรอบกันระนาว

ต้องยอมรับว่ารอบตัดเชือกนัดนี้ อาร์เซนอล ก็ต้องเสียเหงื่อเพื่อกลับมา เวมบลีย์ เป็นครั้งที่สองอยู่ไม่น้อย จนต้องชื่นชมกุนซือ สตีฟ คลาร์ก ของ "เดอะ รอยัล" เรดดิง ที่ทำการบ้านมาดีมากๆ

ไม่ว่าจะเป็นด้านการเตรียมความพร้อมก่อนเกมด้วยการเลือกพักนักเตะชุดใหญ่ในเกมลีกเพื่อรักษาความฟิตมาลุยกับถ้วยใบนี้อย่างเต็มตัว จนถึงแผนเน้นรับรอสวนกลับ ใช้การเล่นที่เป็นระบบลดช่องว่างด้านศักยภาพเฉพาะตัวของนักเตะ ไม่เสี่ยงไล่คว้าชัยใน 120 นาที แต่เน้นการยื้อให้ไปลุ้นในการดวลจุดโทษ ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาน่าจะมีโอกาสพลิกสถานการณ์มากกว่า ถึงสุดท้ายจะไม่ประสบความสำเร็จด้านผลลัพธ์ที่ออกมาแต่ก็เข้าท่าจนน่าชื่นชม

สำหรับ อาร์เซนอล ก็เล่นได้ตามฟอร์มทีมใหญ่คือครองเกมได้มากกว่า แต่ก็เล่นกันยีกๆยักๆใช้จังหวะมากเกินไปจนเสียบอลหลายครั้ง โดยเฉพาะ อารอน แรมซีย์ ที่เห็นแล้วชวนอึดอัด แถมยังมีช็อตชวนผิดหวังอย่างการหลุดเข้าไปยิงชนเสา แต่ในช่วงต่อเวลาพิเศษก็เล่นได้ดีขึ้น หรือเป็นเพราะถูกขยับจับลงในตำแหน่งที่ถนัด

ขณะที่ วอยเชียค เชสนี ก็ลดระดับตัวเองจากมือหนึ่งของทีม ไปเป็นมือสอง ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจังหวะที่เสียประตูที่ไม่น่าพลาด หรือการเคลียร์บอลที่ดูร้อนรน สร้างความตื่นเต้นให้กับกองเชียร์จนเหมือนว่า อาร์เซนอล กำลังเล่นกับทีมใหญ่

ซึ่งมันก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่าในเกมสำคัญอย่างนัดชิงฯ อาร์แซน เวนเกอร์ จะยังวางใจให้มือกาวคนนี้ลงเฝ้าเสาต่อหรือไม่ ?

อีกคนที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้คือ อเล็กซิส ซานเชซ ที่ต้องชื่นชมในการใช้ความสามารถเฉพาะตัวซัดสองประตูสุดสำคัญให้กับทีม (แอบสงสาร อดัม เฟเดริชี ที่ทำดีมาทั้งเกมแต่ดันดวงแตก) รวมถึงความขยันทั้งเกมรุกและรับวิ่งยับ 120 นาทีไม่มีหมด ส่วน เมซุต โอซิล ถึงจะไม่มีส่วนร่วมกับเกมมากนักแต่จังหวะแอสซิสต์ประตูแรกก็นับว่าเด็ดขาดจริงๆ

โดยสรุปแล้ว อาร์เซนอล ก็ได้เข้าไปป้องกันแชมป์ เอฟเอ คัพ สมใจ เป็นการชิงครั้งที่ 19 มากที่สุดในอังกฤษ แถมยังมีลุ้นเป็นแชมป์ 12 สมัย แซงหน้า แมนฯยู ที่ 11 สมัย ส่วนคู่ชิงจะเป็นใครมารอดูกันวันนี้.

ใจหาย ใจคว่ำ! จากเกมที่ดูจะง่ายๆ เกือบจะกลายเป็นนิทานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ ใครจะไปนึกว่าการดวลกันของทีมที่อยู่ต่างกันคนละระดับจะต้องมาวัดถึง 120 นาทีเต็ม... 19 เม.ย. 2558 05:43 19 เม.ย. 2558 05:58 ไทยรัฐ