วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรียงคิวถลก 'รัฐธรรมนูญ'

วันชัย-สปช. โต้รองปชป. ไม่มีวันควํ่า!

สปช.คึกคัก กมธ.ปฏิรูปแต่ละด้านรอชำแหละร่าง รธน.ร่างแรก “เสรี” ลุยปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม วางหลักเกณฑ์ตรวจสอบอำนาจ “ตำรวจ-อัยการ-ศาล” ชุดปฏิรูประบบราชการหวังดันยุทธศาสตร์ชาติลงในแนวนโยบายรัฐแห่งรัฐ “พงศ์โพยม” ขอตีแผ่การเมืองท้องถิ่น “วันชัย” โต้นักการเมืองเลิกมโนซะที ตอกเลิกฝันไม่มีวันร่าง รธน.จะถูกคว่ำ จากปลาน้ำเดียวกัน “เทียนฉาย” กางปฏิทินปฏิรูปต่อ ปชป.ซัดพิสดารดึงต่างชาติร่วมแจม “ปึ้ง” ย้ำ “ทักษิณ” หยุดแล้ว ปล่อย “บิ๊กตู่” โชว์เต็มที่ ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำหนดให้มีการประชุมเพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. ซึ่ง กมธ.ปฏิรูปด้านต่างๆ เตรียมความพร้อมที่จะอภิปรายให้ข้อเสนอแนะกันอย่างคึกคัก

“เสรี” วางหลักเกณฑ์ตรวจสอบเข้ม

เมื่อวันที่ 18 เม.ย. นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการประชุม สปช. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้ว ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. ว่า จะให้อิสระกมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ อภิปรายโดยไม่ตีกรอบ ซึ่งกมธ.หลายคนสนใจอภิปรายประเด็นทางการเมือง อาทิ ระบบเลือกตั้ง ที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ส. และ ส.ว. รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ที่เน้นเรื่องความมีอิสระของคนที่จะมาอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจที่ต้องปฏิรูปไม่ให้ถูกครอบงำจากฝ่ายการเมือง การเลื่อนตำแหน่งต้องมาจากความสามารถ ยึดอาวุโส ไม่ใช่การข้ามหัวซื้อขายตำแหน่ง และควรให้มีคณะกรรมการตรวจสอบการทำหน้าที่ขององค์กรกระบวนการยุติธรรม ทั้ง ตำรวจ อัยการ ศาล ที่ต้องประเมินการทำงานทุกปีโดยประชาชน เพื่อให้มีความระมัดระวังในการทำหน้าที่

ดันยุทธศาสตร์ชาติลงในนโยบายรัฐ

นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน สปช.กล่าวว่า เบื้องต้นจะเน้นอภิปรายประเด็นยุทธศาสตร์ชาติ เพราะถือเป็นครั้งแรกที่มีการบัญญัติเรื่องยุทธศาสตร์ชาติประกอบการบริหารราชการแผ่นดินไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยจะพยายามผลักดันให้เรื่องนี้ไปอยู่ในส่วนของแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก มีเป้าหมายและทิศทางที่ชัดเจน เชื่อว่าการอภิปรายจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และ กมธ.ยกร่างฯ คงพร้อมรับฟังความเห็นข้อเสนอแนะที่สมาชิก สปช.นำเสนอ โดยหลังการอภิปรายเสร็จสิ้นลงวันที่ 26 เม.ย. กมธ.เตรียมคำแปรญัตติไว้แล้ว ส่วน กมธ.ยกร่างฯจะปรับแก้ไขหรือไม่ต้องรอดูอีกครั้งช่วงเดือน ก.ค.นี้

“พงศ์โพยม” ขอชำแหละเรื่องท้องถิ่น

นายพงศ์โพยม วาศภูติ ประธาน กมธ.ปฏิรูปท้องถิ่น สปช.กล่าวว่า วางแนวทางให้สมาชิกอภิปรายเป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่าย ในส่วนของตนจะอภิปรายภาพรวมเรื่องท้องถิ่นเป็นหลัก อะไรที่เห็นว่าจะมีผลกระทบก็ต้องท้วงติงเพื่อสะท้อนไปยัง กมธ.ยกร่างฯ โดยเฉพาะประเด็นที่บังคับใช้กับนักการเมืองระดับชาติ ที่อาจส่งผลกระทบต่อนักการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากบางเรื่องหลายภาคส่วนในท้องถิ่นอาจได้รับผลกระทบ หากมีประเด็นไหนที่สมาชิก สปช.ไม่เห็นด้วย หรือมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ต้องมาเสนอคำแปรญัตติเพื่อขอแก้ไข แต่ กมธ.ยกร่างฯ จะเห็นสมควรแก้ไขตามหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ กมธ.ยกร่างฯ

วาง “สุจิต–เสธ.อู้–เจษฎ์” แจงปมร้อน

พล.ท.นคร สุขประเสริฐ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ตนอยู่อนุ กมธ.ปกครองท้องถิ่น และอนุ กมธ. กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและชี้แจงในเรื่องที่รับผิดชอบ ไม่หนักใจเพราะเตรียมทำการบ้านเพื่อตอบข้อซักถามไว้แล้ว และคาดว่าหลังการอภิปรายคงไม่มีการแถลงตอบโต้เหมือนที่ฝ่ายการเมืองทำกัน หากสื่อมีประเด็นใดสงสัยอาจแถลงชี้แจงเป็นกรณีไป โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับระบบการเมือง การเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ที่มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยมีนายสุจิต บุญบงการ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช และนายเจษฎ์ โทณวณิก เป็นผู้รับผิดชอบ

“วันชัย” โต้นักการเมืองเลิกมโนซะที

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช.กล่าวถึงกรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ร่างรัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำแน่ว่า การร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ กมธ.ยกร่างฯ และ สปช. ร่างเพื่อประชาชน 60 ล้านคน ไม่ใช่เพื่อนักการเมืองราว 5 พันคน ต้องแก้ปัญหาประเทศ ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ เพราะอดีตนักการเมืองเหลวแหลก จนบ้านเมืองป่นปี้มามาก นักการเมืองคนใดที่ไม่พอใจจึงไม่ใช่สาระ แต่สาระอยู่ที่ประชาชนและประเทศชาติได้ประโยชน์อะไร เชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องผ่านแน่นอน เพราะ กมธ.ยกร่างฯ มาจาก สปช. และ สปช.ก็เป็นพวกเดียวกับ กมธ.ยกร่างฯ ทำงานร่วมกันตลอดเป็นเนื้อเดียวกันทุกขั้นตอน ไม่มีเหตุใดให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่าน เราทำงานเสียเวลามาแล้วเกือบปี อยู่ๆมาบอกว่าเราจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับรัฐบาลอยู่ต่อไป ขอให้นักการเมือง อย่ามโนกันมากนัก อย่าบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเทวดา เพราะบางคนที่ออกมาพูดยังไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเลยด้วยซ้ำ

ตอกกลับมีสติปัญญาคิดเองได้

นายวันชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่นายนิพิฏฐ์ระบุว่ากมธ.ยกร่างฯ ไม่เคยคิดจะพูดคุยกับนักการเมือง มีแต่คุยกันเองคิดกันเองนั้น ที่ผ่านมาเราฟังเสียงประชาชนตลอด นักการเมืองก็ฟัง แต่จะเชื่อหรือไม่เราจะเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะ กมธ.ยกร่างฯ และสปช.มีประสบการณ์ มีสิติปัญญา มีบทเรียน มีข้อมูล สิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อประเทศเราถึงทำตาม นักการเมืองเราเชิญมาหลายครั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เชิญมา รวมถึงเอกสารที่พรรคการเมืองส่งมา เราก็เอามาประกอบการพิจารณา ส่วนบรรยากาศการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก แม้อาจจะมีบรรยากาศดุเด็ดเผ็ดมัน แต่คงเป็นด้วยเหตุผล จะไม่ใช้วาทกรรม ไม่มีประท้วงเสียดสี เหน็บแนมประชดประชัน อะไรที่นักการเมืองเคยเหลวไหลเลอะเทอะจะไม่เอามาเป็นตัวอย่างเด็ดขาด เชื่อว่าสมาชิกทุกคนมุ่งมั่นทุ่มเท ใครไม่ตั้งใจถือว่าตกขบวน แต่ดูทุกคนกระตือรือร้นศึกษา เจอใครก็พูดแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ ทุกคนจะได้เห็นทุกกระบวนการเปิดเผยโปร่งใส ไม่มีประชุมลับแน่นอน จะไม่ทำให้ยืดเยื้อเสียเวลาโดยเด็ดขาด

“เทียนฉาย” กางปฏิทินปฏิรูปทุกด้าน

ด้านนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. กล่าวว่า วางกรอบการทำงานของ สปช.ว่า หลังเสร็จสิ้นการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 26 เม.ย. ได้ทำปฏิทินการพิจารณาวาระปฏิรูปด้านต่างๆไว้ โดยตกลงกับประธาน กมธ.แต่ละคณะเพื่อถกแนวคิดนำไปทำแผนปฏิรูป จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 28 เม.ย. เป็นวาระปฏิรูปด้านแรงงาน วันที่ 29 เม.ย. วาระปฏิรูปกิจการตำรวจ วันที่ 6 พ.ค. วาระปฏิรูปปรับโครงสร้างอำนาจส่วนกลางภูมิภาคท้องถิ่น วันที่ 11 พ.ค. วาระปฏิรูประบบพลังงาน วันที่ 12 พ.ค. วาระปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภค และปฏิรูปการกีฬา วันที่ 18 พ.ค. วาระปฏิรูปการกำกับดูแลสื่อ สิทธิเสรีภาพสื่อบนความรับผิดชอบ และการป้องกันการแทรกแซงสื่อ และวันที่ 19 พ.ค. วาระปฏิรูปศิลปวัฒนธรรมและปฏิรูปการส่งเสริมความเข้มแข็งของสถาบันศาสนา โดยคาดว่ากรอบแนวคิดการปฏิรูปรอบแรก น่าจะเสร็จปลายเดือน พ.ค. จากนั้นจะนำแผนปฏิรูปรอบสุดท้ายกลับเข้ามาพิจารณาใน สปช.อีกครั้ง

“เจ๊สด” กระตุกอย่าคิดสืบทอดอำนาจ

นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงแนวคิดที่จะให้มีการจัดตั้งองค์กรใหม่ 11 องค์กร ว่า การร่างรัฐธรรมนูญไม่ ว่าจะฉบับใด ไม่ควรเขียนให้มีลักษณะเป็นการสืบทอดอำนาจไว้ ตอนร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ก็เคยเขียนปิดกั้นไม่ให้ กมธ.ยกร่างฯเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมือง เช่นเดียวกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น แต่การที่มาระบุให้สมาชิกสนช. และ สปช.ในปัจจุบันนี้ สามารถมีตำแหน่งต่อไปหลังจากที่มีการเลือกตั้ง ดูมีลักษณะเป็นการสืบทอดอำนาจ ชงเองกินเอง จะทำให้เกิดข้อครหาตามมาว่าแท้จริงแล้วคนพวกนี้ไม่ได้เสียสละเข้ามาช่วยประเทศชาติ แต่จะเข้ามาสืบทอดอำนาจ หาผลประโยชน์เพื่อตนเอง

“สิงห์ชัย” เย้ยแค่อภิปรายเป็นพิธี

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า การอภิปรายรัฐธรรมนูญร่างแรกเชื่อว่าข้อเท็จจริงไม่มีอะไร เพียงแค่หวังผลให้ได้แสดงตัวตนเท่านั้น แต่อาจมีบางกลุ่มที่แรง เช่น นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง เพราะนายดิเรกยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย แต่สุดท้ายพลังหรือกลุ่มก้อนคงสู้ไม่ได้ ส่วนการแก้ไขทบทวนร่างรัฐธรรมนูญนั้น เชื่อว่าลึกๆ กมธ.ยกร่างฯพูดคุยกันใต้โต๊ะแล้ว เพียงแค่เปิดสภาให้สมาชิก สปช.ได้แสดงบทบาท ดังนั้นการจะให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไปอย่างที่นักการเมืองทำกัน เลิกคิดได้เลย อย่าลืมว่ามีสมาชิก สปช.ไปเป็น กมธ.ยกร่างฯด้วย ภาพที่ออกมาแค่ต้องการให้ประชาชนและต่างชาติได้เห็นเป็นแค่พิธีการ แต่เนื้อหาสาระหรือธงมีไว้แล้ว ดังนั้นหากจะมีการแก้ไขต้องเกิดจากนายกฯ แต่โอกาสที่จะเปลี่ยนแบบหักลำโค่นคงไม่มี

ปชป.ซัดพิสดารดึงต่างชาติแจม

นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ติดตามข่าวจากสื่อว่า กมธ.ยกร่างฯไม่ยอมแจกร่างรัฐธรรมนูญให้สื่อมวลชนโดยอ้างว่าผิดกฎหมายว่า ไม่ทราบว่า กมธ.ยกร่างฯคิดได้อย่างไร เพราะปากอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นให้ประชาชนเป็นใหญ่ แต่พฤติกรรมกลับสวนทาง แล้วประชาชนจะรับรู้และเข้าใจได้อย่างไร ที่น่าแปลกใจที่สุด คือมีข่าวว่าจะเชื้อเชิญให้ต่างประเทศมาร่วมแสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเป็นจริงก็พิสดารมากที่ปิดบังสื่อและประชาชนในชาติตัวเอง แต่กลับให้ต่างชาติมาร่วมแสดงทรรศนะ จะทำเพื่อสร้างภาพอะไรก็แล้วแต่ คิดว่าต่างชาติคงไม่ให้ความสำคัญ และไทยไม่ใช่เมืองขึ้นของชาติใด

พฤติกรรมคนสำคัญกว่ากฎหมาย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การระบุนิรโทษกรรมให้คสช.ไว้ในมาตรา 315 ของร่างรัฐธรรมนูญ ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อมีการทำรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง ก็ต้องเขียนไว้เพื่อป้องกันการถูกยกมาอ้างว่าทำความผิด สำหรับตนถือเป็นปกติ แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือถ้ารัฐธรรมนูญนี้ผ่านและประกาศบังคับใช้แล้ว วัฒนธรรมการเมืองของคนไทยจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะหากยังกลับมาเป็นเหมือนเดิม ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียง หรือประชาชนยังยอมรับนักการเมืองที่ทุจริตโกงเงินแผ่นดินแล้วเอาเงินที่โกงมาแจกจ่ายให้ ทุกอย่างก็ไร้ค่า การลงทุนลงแรงของ คสช.และ กมธ.ยกร่างฯก็สูญเปล่า ถามว่า 1 ปีที่ผ่านมา รัฐบาล หรือ กมธ.ยกร่างฯได้ติดอาวุธทางความคิดให้ชาวบ้านหรือไม่ ซึ่งจะเป็นไปตามหลักรัฐศาสตร์ที่ว่า “พฤติกรรมคนสำคัญกว่ากฎหมาย” ไม่ว่าเราจะเขียนกฎหมายดีเลิศอย่างไร แต่พฤติกรรมคนยังเหมือนเดิมก็สูญเปล่า

ย้ำ “ทักษิณ” หยุดแล้วปล่อย “บิ๊กตู่” โชว์

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะแกนนำ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. พยายามพาดพิงถึงนายใหญ่ว่าเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อนำโลกล้อมประเทศไทยนั้น ฝากไปถึงนายถาวรว่า ต่างชาติไม่โง่ที่จะปล่อยให้ใครจูงจมูกเหมือนบางคนได้ ไม่มีเหตุผลที่จะต้องซ้ำเติมประเทศ ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่ต่างประเทศใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ท่านอยู่นิ่งๆปล่อยให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บริหารประเทศเต็มที่ แต่มีพวกอันธพาลที่คอยไปดึงท่านลงมาแปดเปื้อนใส่ร้ายป้ายสีไม่หยุดหย่อน แบบนี้บ้านเมืองจะสงบได้อย่างไรเมื่อยังมีคนจำพวกนี้อยู่ พ.ต.ท.ทักษิณคิดแต่สิ่งดีๆสำหรับคนไทย ต้องการเห็นคนไทยอยู่ดีกินดี ไม่มีหนี้สิน ลูกหลานมีการศึกษาทุกคนมีโอกาสเข้าถึงบริการภาครัฐและได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง แม้ชีวิตและครอบครัวท่านถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ไม่เคยผูกใจเจ็บหรือผูกพยาบาทใคร ชีวิตนี้ของท่านรู้จักแต่การให้อภัย

จี้รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัด

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การแถลงผลงาน 6 เดือนของรัฐบาล แม้เนื้อหาจะเป็นพรรณนาโวหาร อธิบายความรู้สึกที่เป็นนามธรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ถือเป็นโอกาสดี ประชาชนจะรับทราบผลงานของรัฐบาล น่าเสียดายที่รัฐบาลควรได้ประโยชน์จากการแถลงผลงานครั้งนี้อย่างเต็มที่ แต่กลับไม่ค่อยมีเนื้องานที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ โดยเฉพาะสิ่งที่ประชาชนชาวไทยรวมถึงต่างประเทศอยากได้ยิน คือ ประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งวันไหน กติกาการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญที่ดีที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายหน้าตาจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าถ้ารัฐบาลส่งสัญญาณให้ชัด บรรยากาศการค้าการลงทุนจะพลิกกลับมาคึกคักแน่นอน

แนะวางโรดแม็ปแก้ปมเศรษฐกิจ

น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ขอให้กำลังใจรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนต่อไป แม้ว่าการแถลงผลงานด้านเศรษฐกิจจะเป็นเหมือนรายงานประจำปีมากกว่าแสดงผลงานที่โดดเด่นว่าจะช่วยประชาชนจริงๆ ปัจจุบันชาวบ้านกำลังเดือดร้อนจากปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า ดูตัวเลขทางเศรษฐกิจทุกตัวยังคงนิ่ง และมีท่าทีว่าจะติดลบ การใช้จ่ายภาคประชาชนยังเงียบ การลงทุนขนาดใหญ่ก็ไม่กระเตื้อง คงมีแต่เรื่องท่องเที่ยว แต่ยังไม่ชัดเจนพอที่จะมาทดแทนการส่งออกที่ติดลบได้ จึงขอแนะนำให้วางแผนเป็นระยะ คือระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ที่สำคัญคือการดำเนินนโยบายด้านต่างประเทศ ที่นอกจากจะไม่สร้างความสมดุลในแต่ละขั้ว ทั้งอเมริกา รัสเซีย และจีนแล้ว ความสัมพันธ์กับอเมริกายังดูคลุมเครือ ซึ่งปกติวิธีทางการทูตจะไม่ทำกันแบบนี้

“ปู” ปลื้มโพสต์ขอบคุณแฟนเพจ

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ว่าช่วงวันสงกรานต์ที่ผ่านมา มีโอกาสพาน้องไปก์ (ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร) ไปสรงน้ำพระ ไหว้บรรพบุรุษ รดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ และเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่ และยังมีโอกาสเข้าไปตอบแฟนเพจ แต่ต้องขอโทษที่ตอบได้ไม่ทั่วถึงทุกคน ต้องขอบคุณแฟนเพจมากๆที่ยังให้กำลังใจ และอวยพรกันมาต่อเนื่อง ถือเป็นกำลังอย่างดีและเป็นความผูกพันที่มีต่อกันเหนียวแน่น ตั้งแต่เปิดเพจนี้ก่อนเลือกตั้งเป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว หวังว่าเราจะได้ใช้ความรักความผูกพันที่เรามีต่อกันนี้ ยึดเหนี่ยวและเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันต่อไป

“มาร์ค” แอ่วเชียงใหม่ไร้กลุ่มต้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาสรงน้ำสักการ–บูชาพระสถูปเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต.เมืองงาย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีนายวิจิตร หลังสวน นายอำเภอเชียงดาว ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้านกว่า 300 คน มารอต้อนรับ โดยบรรดาเหล่าแม่บ้านต่างเข้ามาขอถ่ายรูปกับนายอภิสิทธิ์ และทำพิธีรดน้ำดำหัวพร้อมอวยพรให้นายอภิสิทธิ์ให้ได้กลับมาเป็นผู้นำประเทศอีกครั้ง ซึ่งนายอภิสิทธิ์กล่าวตอบว่า หากบ้านเมืองเข้าสู่ปกติมีการเลือกตั้งก็พร้อมจะกลับมา รับใช้อีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการดูแลผู้สูงอายุเป็นพิเศษ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ร่วมรับประทานอาหารเหนือกับชาวบ้าน โดยไร้การต่อต้านจากกลุ่มมวลชนอีกฝ่าย

เตือนคิดให้ดีเดินหน้าท่าเรือน้ำลึก

อีกเรื่อง นายฮอชาลี ม่าเหร็ม อดีต ส.ส.สตูล พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยืนยันจะสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ว่า ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการนี้ ขอให้ไปดูผลการศึกษาของกระทรวงคมนาคม ถึงผลกระทบด้านต่างๆ ตั้งแต่ปี 2553-2554 ให้ดีก่อน ซึ่งข้อมูลระบุชัดเจนว่าไม่คุ้มค่าในด้านเศรษฐศาสตร์ แม้จะเกิดการจ้างงานในพื้นที่ก็ตาม เพราะรัฐต้องลงทุนเป็นเงินมหาศาล และยังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของชาวสตูล เชื่อว่าชาวบ้านในพื้นที่จะคัดค้านจำนวนมาก ขอให้นายกฯควรไปดูผลการศึกษาให้ดี ไม่อยากให้ใช้อำนาจลักษณะที่จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าถูกข่มเหง

“หม่อมอุ๋ย” นำคณะดูเส้นทางอันตราย

วันเดียวกัน นายจรญ เสมสันต์ ผอ.สำนักงานบำรุงทางพังงา กล่าวว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานแก้ไขการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวงหมายเลข 4 โครงการงานเคลือบผิวจราจรเพื่อลดการลื่นไถลสีแดง อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จนถึง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ซึ่งมีเส้นทางโค้งเสี่ยงอันตราย ซึ่งคณะของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้รับเรื่องข้อเสนอจาก จ.พังงา เพื่อพิจารณาการก่อสร้างทางอุโมงค์ลอดถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลตะกั่วป่าไปยังหน้าโรงเรียนตะกั่วป่าเสนานุกูล และโครงการถนน 4 เลน สายโคกกลอย-เขาหลัก เป็นถนนสายท่องเที่ยวระหว่างสนามบินภูเก็ตและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน จ.พังงา

สปช.คึกคัก กมธ.ปฏิรูปแต่ละด้านรอชำแหละร่าง รธน.ร่างแรก “เสรี” ลุยปฏิรูป กระบวนการยุติธรรม วางหลักเกณฑ์ตรวจสอบอำนาจ “ตำรวจ-อัยการ-ศาล” ชุดปฏิรูประบบราชการหวังดันยุทธศาสตร์ชาติลงในแนวนโยบายรัฐแห่งรัฐ 19 เม.ย. 2558 05:25 19 เม.ย. 2558 05:25 ไทยรัฐ