วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


สนามพระ 19/04/58

โดย สีกาอ่าง

พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี ของ สุทิน วงศ์สืบชาติ.

หยุดกันหนำใจแล้ว เมืองไทย โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่น่าอยู่มากช่วงสงกรานต์ ก็กลับมาวุ่นวาย รถติด อากาศเสียโจรชุม ไม่ค่อยน่าอยู่ แต่ก็ต้องทนอยู่กันไป สำหรับคนไม่มีทางเลือก.....

สภาพเมืองหลวงที่สงบสุขทุกปีตอนสงกรานต์ ทำให้เห็นชัดว่า หากกระจายการพัฒนา สร้างความเจริญ สร้างอาชีพให้คนต่างจังหวัดมากๆๆ คนก็จะไม่มาสุมกันในเมืองหลวง เพราะใครๆก็ สำนึกรักบ้านเกิด อยาก กลับบ้านเรา ทั้งนั้น--แต่มันกลับไม่ได้วุ้ย เพราะไม่รู้จะทำมาหารับประทานอะไร.....

วันนี้ สนามพระวิภาวดี ขอต้อนรับท่านผู้ชม โดยไล่จากใต้ขึ้นมาบ้าง เริ่มจาก พระศรีวิชัย เนื้อเงิน พระกรุเก่าขนาดเล็ก มีชื่อด้านคงกระพันชาตรี ที่พบเกือบทุกกรุในสุราษฎร์ฯ แต่มีกรุละไม่กี่สิบองค์.....

เล่าประวัติศาสตร์กันหน่อย เพราะการได้รับรู้ประวัติที่มา ที่เกี่ยวกับ พระเครื่อง ที่เราสนใจ จะทำให้มีศรัทธารู้คุณค่ามากขึ้น อย่าง พระศรีวิชัย ซึ่งสันนิษฐาน (จริงๆไม่ต้องสันฯ สรุปว่าใช่เลย) ว่าสร้างขึ้นสมัย ศรีวิชัย.....

จุดเริ่มที่ได้รู้จัก อาณาจักรศรีวิชัย มาจาก ศิลาจารึก ที่พบที่นครศรีธรรมราชที่กล่าวถึง “พระเจ้ากรุงศรีวิชัย”.....

กับบันทึกของ ภิกษุอี้จิง ซึ่งได้เดินเรือไปศึกษาพระธรรมวินัยที่อินเดีย ในปี พ.ศ.1214 ก็สอดคล้องกัน เพราะได้พูดถึง อาณาจักรหนึ่ง ชื่อ โฟซิ หรือ เซลิโฟซิ .....

จากช่วงเวลา สถานที่ ที่ตรงกันของเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งความเห็นจากนักโบราณคดีระดับโลก ศาสตราจารย์ยอร์ช เซเดส์ จึงสรุปว่า เซลิโฟซิ ก็คือ อาณาจักรศรีวิชัย มีอาณาเขตครอบคลุมหมู่เกาะตอนใต้ในคาบสมุทรมาเลย์ขึ้นมาถึงดินแดนบางส่วน มีความรุ่งเรืองอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 (พ.ศ.1200) ถึงประมาณพุทธศตวรรษที่ 19 (พ.ศ. 1900-2000)--การกล่าวถึงประวัติศาสตร์ ที่เราท่านล้วนเกิดไม่ทัน ขอใช้คำว่า “ประมาณ” ไว้ก่อน จะไม่ผิดพลาดคลาด เคลื่อนมาก.....

ส่วนที่ตั้งเมืองหลวงของ อาณาจักรศรีวิชัย ปัจจุบันก็ยังสรุปไม่ได้ แต่ที่เชื่อถือกันมากว่า น่าจะใช่ ก็มี 3 เมือง คือ ไชยา-สุราษฎร์ธานี, ปาเล็มบัง ในเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย หรือ นครศรีธรรมราช เพราะพบหลักฐาน ทั้งศิลปะโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย ที่เชื่อได้ว่า เมืองเหล่านี้ ต้องมีความสำมะคัญมาก แต่จะสำคัญ ระดับ เมืองหลวง เมืองขึ้น เมืองท่า ก็ไม่ชัดเจน--นักโบราณคดี ต้องเถียงกันไปอีกนาน.....

ศิลปะศรีวิชัย ที่มีชื่อเสียงคือ พระบรมธาตุไชยา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลาจารึกภาษามลายูโบราณ นอกจากนั้นยังพบที่ พัทลุง สงขลา ซึ่งบอกได้ว่า อาณาจักรศรีวิชัย แข็งแกร่งมาก จึงขยายการปกครอง วัฒนธรรม และศาสนาพุทธมหายาน ไปทั่วคาบสมุทรมลายู กินบริเวณถึงไชยา นครศรีฯ และใกล้เคียง.....

แต่ยิ่งใหญ่รุ่งเรืองอย่างไรก็เถอะ ก็ต้องมีเสื่อม ต่อมา อาณาจักรศรีวิชัย ก็ล่มสลาย แตกเป็นแคว้นต่างๆ เช่น แคว้นไชยา แคว้นนครศรีธรรมราช ปกครองตนเองไม่ขึ้นกับราชวงศ์ที่ปกครองศรีวิชัยอีก.....

หลักฐานหนึ่งที่เหลือให้จินตนาการถึง ยุคทองของอาณาจักรยิ่งใหญ่ ก็คือ พระเครื่อง ซึ่งย่อมมีอานุภาพ เพราะจัดสร้างขึ้นในสมัยที่อาณาจักรนี้เจริญรุ่งเรืองถึงที่สุด จึงย่อมคิดสร้างสรรค์รูปแบบ พิธีกรรม ด้วยความตั้งใจและสมบูรณ์แบบ--พระศรีวิชัย จึงเป็นพุทธศิลป์โบราณที่มีคุณค่ามาก--องค์ในภาพของ ชมรมพระเครื่องโอวพิจิตรและเพื่อนๆ.....

ต่อไปเป็น พระพุทธรูปบูชา สมัยอยุธยา (ขนมต้ม) ศิลปะนครศรีธรรมราช หน้าตัก 8 นิ้ว.....

องค์นี้ เป็น พระแท้ ถึงยุค ถึงศิลป์ สภาพสวยเยี่ยม สมบูรณ์สุดๆ เสี่ยประเสริฐ ฝ้ายเพชร ที่ได้มาหมาดๆ จึงรีบส่งภาพมาเป็นสิริมงคลปีใหม่ไทย .....

เมื่อกล่าวถึงศิลปะแบบขนมต้ม ก็ต้องนึกถึง ต้นแบบ คือ พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปที่มีพระวรกายอวบอ้วนเป็นมัดๆเหมือน ขนมต้ม ที่ใช้ทำบุญทางใต้.....

ตำนานบอกว่า พระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปที่เจ้าลังกา 3 พระองค์ และพระอรหันต์ลังกาสร้างขึ้นราว พ.ศ.700 ให้มีพุทธลักษณะเหมือนองค์พระพุทธเจ้า.....

รายการต่อไป มาถึงกรุงเทพฯแล้ว ก็ได้ดู พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์ใหญ่ กรุวัดใหม่อมตรส.....

เป็นพระกรุเก่าสภาพพอใช้ ความสวยจึงน้อยไปหน่อย แต่ยังสมบูรณ์ และเป็นพระแท้ ดูง่าย.....

และมีให้ตื่นเต้น ตรงพิมพ์ทรง (ที่เลือนๆหน่อย) แต่ยังดูรู้ว่าเป็น พิมพ์ใหญ่ A ที่หายากสุดๆ ฝ้ากรุบอกความเก่า ยังมีให้เห็น ทั้งหน้าหลัง เปลือกผิวเปิดโชว์มวลสารชั้นในที่อัดแน่น เป็น เนื้อครู พระกรุเก่า ได้เลย--องค์นี้ของ เสี่ยจีระศักดิ์ พูลศิริกุล ห.จ.ก.ลําปางสุธี คอนสตรัคชั่น.....

มีพระสมเด็จมาอีกองค์ คือ พระสมเด็จเกศไชโย พิมพ์ 7 ชั้นนิยม A วัดไชโยวรวิหาร อ่างทอง ที่ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) สร้างบรรจุกรุไว้ เมื่อคราวเดินทางไปสร้างพระประธานปูนปั้น อุทิศให้ โยมตาไชย และ โยมแม่เกศ เมื่อราวปี พ.ศ.2404.....

องค์นี้ของ เสี่ยบวรศักดิ์ ใจภักดีมั่น เป็นพระสวยสมบูรณ์ มีรอยเก็บ คราบกรุ เปิดให้เห็น พิมพ์พระ ยืนยันความเป็น พระบรรจุกรุ แน่นอน.....

อีกองค์ เป็นทั้ง เบญจภาคี คือ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ สุพรรณบุรี และยังเป็น พระหน้าใหม่ ที่ แฟนทางบ้าน เสี่ยสุทิน วงศ์สืบชาติ ส่งมา โดยบอกว่า ถ้า แท้ ลงภาพให้ด้วย.....

นอกจาก แท้ ดูง่าย และ สวย ยังสภาพเดิมๆ มีคราบนํ้าว่าน ไฝฝ้า ราดํา ลายนิ้วมือ ครบ ด้านหลังชำรุดนิดนึง ส่วนองค์พระ ตัดขอบ ชิดองค์ไปหน่อย.....

เหรียญเดียววันนี้ เป็นเหรียญ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท รุ่นแรก พ.ศ.2466 ที่ติดทำเนียบ เบญจภาคีเหรียญพระเถราจารย์ยอดนิยม และอันนี้ก็แท้สภาพเยี่ยม ซึ่งหายากมาก.....

เหรียญหลวงปู่ศุข รุ่นนี้ ปกติต้องจ่ายเป็นแสนเป็นล้าน แต่เหรียญนี้ของ เสี่ยวิทยา ชัยคูณผล ยังพิเศษ หนึ่งเดียว คือ รอย อักษร จปร. ที่พื้นเหรียญ ที่เกิดจากการนําเหรียญสตางค์แดง ซึ่งหลังเป็น จปร.ร.๕ มาหลอมเป็นเนื้อโลหะ แต่ถูกนํามาปั๊มไว้ ก่อนหลอม.....

ไปดู พระใหม่ ที่สร้างออกมาสวยๆ เทคนิคล้ำเลิศกันทั้งนั้น รายการแรก เหรียญหลวงพ่อทวด รุ่น อภิเมตตามหาโพธิสัตว์ โครงการพุทธอุทยานมหาราช ผลงานออกแบบ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์.....

ชิ้นนี้เป็นพุทธศิลป์ ที่ อาจารย์เฉลิมชัย ออกแบบได้งามมาก หลวงพ่อทวดประทับบนฐานบัว แสดงให้เห็นถึงผู้ปรารถนาพุทธภูมิ คือ พระโพธิสัตว์ ใบหน้าหลวงพ่อทวด พื้นด้านหลัง เป็นฉัพพรรณรังสี คือบารมีธรรมพระโพธิสัตว์ ที่มุ่งช่วยผู้ตกทุกข์.....

ด้านหลังจารึกพระคาถา “นะโมโพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภควา” และอักษรมงคล (สร้าง 2 แบบ) “ร่ำรวย-รุ่งเรือง” “โชค–ดี-มีสุข” และ “เจริญลาภ-เจริญยศ” “มั่งมี-ศรีสุข”.....

ฐานเป็นดอกบัว มีปลา สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ด้านล่างเป็นชื่อ “อภิเมตตา มหาโพธิสัตว์” นอกจากนั้น อาจารย์เฉลิมชัย ยังเขียนโค้ดเหรียญให้ด้วยลายมือ.....

พิธีพุทธาภิเษก จัดที่พุทธอุทยานมหาราช (หลวงพ่อทวด องค์ใหญ่) พระนครศรีอยุธยา อย่างอลังการเข้มขลัง ใครได้ก็ปลื้ม เพราะเป็นเหรียญหลวงพ่อทวดที่สวยเนี้ยบ ซึ่ง อาจารย์เฉลิมชัย ปรับแก้แบบถึงปีกว่า จนประธานพุทธอุทยานฯ อุ๊ กรุงสยาม รอเงก .....

สอบถามได้ที่ พุทธอุทยานมหาราช 0-3583-6375, 0-2961-0831-3, 08-4645-2929 และ 08-6054-2522.....

อีกรุ่น เป็นของพระเกจิแห่งยุค คือ หลวงพ่อรวย วัดตะโก พระนครศรีอยุธยา ผู้เป็นที่เคารพศรัทธาของศิษยานุศิษย์อย่างสูง เพราะเป็นพระดีมีวิชาเข้มขลัง พุทธคุณรอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ ร่ำรวยเหมือนชื่อท่าน.....

ตอนนี้ท่านได้จัดสร้าง รุ่น “รวยทันใจ” โดยมีของดีอย่าง เหรียญพิมพ์เสมา, เลส, กำไร (กำไล), เหรียญปรก แหวน.....

ที่นิยมมากคือ เลส เพราะเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมของหลวงพ่อรวย ที่สร้างออกมาทุกรุ่นหมดทุกรุ่น เลสรุ่นแรกๆของ ท่านจึงเช่าหากันแพงแล้ว .....

รุ่นนี้ รูปแบบสวยเป็นทั้งของขลังและเครื่อง ประดับมงคล เลส มีแบบเงินลงยา (แดง-น้ำเงิน) และเนื้อเงิน กับ กำไลเงิน ซึ่งลูกศิษย์นิยมบูชาใส่คู่กัน .....

รายได้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์วัดตะโก และอุโบสถศาลาวัดธรรมประทีป วอชิงตัน ดี.ซี.--ของมีน้อย จึงเปิดจองที่วัดตะโก แห่งเดียวถึง 20 เม.ย. พิธีพุทธาภิเษก 24 เม.ย......

สอบถาม 0-3577-4114, 08-6825-4793, 08-1862-7259 และ http://www.wattako.com วันรับพระวันแรก 2 พ.ค. จะมีพิธีมุทิตาจิตสรงน้ำหลวงพ่อด้วย.....

รายการสุดท้าย พระเทพประสิทธิมนต์ เจ้าอาวาสวัดศรีสุดารามฯ กรุงเทพฯ ซึ่งไปกราบนมัสการ พระสุนทรปริยัติวิธาน เจ้าอาวาสวัดช้างให้ ปัตตานี เมื่อปลายปีที่แล้ว เตรียมงัด เหรียญหลวงพ่อทวด ที่ได้จากวัดช้างให้ มาให้บูชา.....

เพราะรุ่นนี้ พุทธาภิเษกโดยพระเกจิอาจารย์สายหลวงพ่อทวด ในอุโบสถวัดช้างให้เป็นกรณีพิเศษ มี เหรียญเสมา เหรียญเม็ดแตง และ พระเนื้อผง จำนวนจำกัด.....

เพื่อให้ ท่านเจ้าคุณพระเทพประสิทธิมนต์ มอบให้ผู้บริจาคสร้าง อุโบสถพุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ ตำบลสาริกา อำเภอเมือง นคร-นายก เพื่ออัญเชิญ บารมีศักดิ์สิทธิ์ของ หลวงพ่อทวดเหยียบ น้ำทะเลจืด สุดยอด พระนิรันตราย เป็นเครื่องคุ้มครอง แคล้วคลาด.....

บริจาคทำบุญ และรับพระได้ที่พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์ หรือวัดศรีสุดารามฯ บางกอกน้อย 08-1906-6974 และ 06-2316-8271 ถึง 75 .....

ปิดท้ายด้วยเรื่อง เสี่ยธีระ ซึ่งตอนต้นปี พาครอบครัวไปเดินห้าง พอเห็น ศูนย์พระเครื่อง ก็เข้าไปเดินดู เห็นร้านหนึ่ง มีป้าย รับเช่าพระ ก็เข้าไปถามว่า เช่า หมายถึง ซื้อขาย จริงๆใช่ไหม เจ้าของร้านอธิบายว่า คนไทยนับถือพระ จึงเห็นไม่สมควรนําพระมาเป็นสินค้าซื้อขาย จึงใช้คําว่า เช่า แทน.....

พอเข้าใจ เสี่ยธีระ ก็ถามว่า มีพระดีๆราคาไม่แพงไหม เจ้าของร้านจึงบรรยายใหญ่ว่ามีพระสวยระดับประกวด ราคาแค่หลักหมื่น เสี่ยธีระ จึงเช่า พระนางกําแพงกลีบบัว พร้อมใบประกาศรางวัลที่ 3 องค์ละ 35,000 และถามว่าถ้าอยากได้ใบประกาศเป็นชื่อตัวเอง ส่งประกวดได้อีกไหม เจ้าของร้านตอบ ได้เลย และถ้ามีคู่แข่งไม่มาก มีสิทธิ์ได้แชมป์ ได้ประกาศ ได้โล่ ได้หนังสือพระ และรางวัลอื่นๆ รวมหลายพัน.....

จากวันนั้นมา เสี่ยธีระ ก็เช่าพระ และส่งประกวดดะ จนถูกเจ้าของร้านซึ่งกลายมาสนิทกัน แซว อีกหน่อยเป็นเซียนแน่.....

เสี่ยธีระ ส่ายหน้า ไม่อยากเป็น แต่ที่ส่งประกวดมาก เพราะค่าส่งประกวด แค่ 2-300 แต่ได้รางวัล ที่มีราคามากกว่า เป็นสิบเท่า องค์นึงส่ง 10 ครั้ง ก็ได้กําไรคุ้มทุน ค่าซื้อพระ เลยตั้งใจจะลงทุนซื้อพระ แล้วส่งประกวดเก็บๆไว้เพื่อเปิดร้าน ให้เช่า พระส่งประกวด เพราะพระเครื่องยิ่งแพงขึ้น จะซื้อคงยาก ต้องมีคนคิด เช่าจริงๆ ไว้ส่งประกวด เอารางวัล และยังได้มีชื่อเป็นเจ้าของพระชนะประกวดโก้ๆ ส่วนเราก็ได้ทุนคืน พร้อมกําไร ไม่ต้องเสีย พระ ที่ยิ่งเก็บนานยิ่งมีราคา สรุปว่ามีแต่ได้กับรวย.....

เจ้าของร้านพระฟังนักการตลาดพูดฉอดๆ แล้วอึ้ง แต่วันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมาก็เปลี่ยนป้าย จากรับเช่าพระเป็น “ให้เช่าพระส่งประกวด” ไปแล้ว เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

18 เม.ย. 2558 10:00 18 เม.ย. 2558 10:07 ไทยรัฐ