วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ตามรอย “โหมโรง” จากจอเงินสู่มิวสิคัล

โดย ซูม

หัวหน้าทีมซอกแซกเขียนเกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ก่อนไปเข้าโรงพยาบาลแล้วว่า จะกลับมาเขียนถึงละครเวทีเรื่อง “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ของเวิร์คพอยท์อีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์ท้ายๆของเดือนเมษายน

เหตุเพราะละครเรื่องนี้คงตั้งใจจะหลบสงกรานต์จึงเปิดแสดงแค่ 2 วัน 3 รอบเท่านั้น เมื่อ 4-5 เมษายน...จากนั้นก็เก็บฉากหยุดยาวกลับมาแสดงกันอีกทีตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายนที่จะถึง

วันนี้วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายนแล้วครับ อีกเพียง 4 วันเท่านั้น ที่ “โหมโรง” จะ “คืนโรง” ได้เวลาที่ทีมงานซอกแซกจะเขียนถึงตามที่ให้สัญญาไว้

ก่อนอื่นขออนุญาตย้อนอดีตกลับไปถึงความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงของ “โหมโรง” ฉบับภาพยนตร์เมื่อหลายปีก่อนโน้นสักนิดเถอะ

เพื่อจะกราบเรียนให้ท่านผู้อ่านตลอดจนบุคคลในวงการบันเทิงได้รับทราบถึง “วีรกรรม” ของสุภาพสตรีตัวเล็กๆท่านหนึ่งที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนภูเขาสูง จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งของภาคเหนือ

เพราะเธอคนนี้แหละครับที่อยู่เบื้องหลังการชุบชีวิตภาพยนตร์เรื่อง “โหมโรง” ที่ร่อแร่ใกล้จะถูกถอดออกจากโรงหนังอยู่แล้วรอมร่อ ให้พลิกฟื้นคืนชีพกลับมาเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงเรื่องหนึ่งใน พ.ศ.ดังกล่าว ตามมาด้วยรางวัลเกียรติยศอีกนับไม่ถ้วน

“เตือนใจ ดีเทศน์” ชื่อนี้วงการบันเทิงอาจไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่สำหรับนักพัฒนาสังคมและนักพัฒนาชนบทและพัฒนาสตรี จะไม่มีใครไม่รู้จักเธอ

บัณฑิตสาวจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปสมัครเป็น “บัณฑิตอาสาเพื่อพัฒนาชนบท” โครงการของท่าน อ.ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และหลงเสน่ห์ชนบทนับตั้งแต่นั้นจึงยังอาศัยอยู่ในชนบทสืบมาจนถึงวันนี้

แต่ก็มีบางช่วงที่เธอมีโอกาสได้ลงจากภูเขามารับหน้าที่ “สมาชิกวุฒิสภา” และอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดที่เกี่ยวข้องกับการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย

แล้ววันหนึ่งเธอก็มาพบหัวหน้าทีมซอกแซกที่โรงพิมพ์ ขอร้องให้ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้และช่วยเขียนถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เพราะเธอไม่อยากเห็นหนังไทยที่แสนดีและทรงคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมไทยเรื่องนี้ถูกถอดออกจากโปรแกรมก่อนเวลา เพราะคนดูโหรงเหรงเต็มที ในวันเริ่มฉายสัปดาห์แรก

เธอบอกด้วยว่าจะไปพบจะไปขอร้องพี่ๆเพื่อนๆในแวดวงสื่อสารมวลชนที่เธอรู้จักให้ช่วยเขียนถึง รวมทั้งจะไปพบท่าน อาจารย์ ธงทอง จันทรางศุ ในฐานะบอร์ด อสมท ฝากให้ช่วยอีกแรงหนึ่ง ทางช่อง 9 อสมท

หัวหน้าทีมซอกแซกรีบไปตีตั๋วดูทันที

และดู 2 รอบติดต่อกันเลย คือจบแล้วออกมาซื้อตั๋วกลับไปดูใหม่อีกรอบ และกลับมาเขียนให้ 2 วันซ้อนผ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” จากนั้นก็ช่วยกระหน่ำทางคอลัมน์ซอกแซกอีกหนึ่งคอลัมน์แบบจัดเต็ม

อาจารย์ธงทองฝากให้ คุณสรยุทธ สุทัศนะจินดา ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีรายการเล่าข่าวอยู่ที่ช่อง 9 ตอน 3-4 ทุ่ม ช่วยหยิบมาบอกเล่าเชิญชวนให้ไปดูชมถึง 2 วันเช่นกัน

ในขณะที่ “เจ้าปอง” อัญชลี ไพรีรัก ซึ่งจัดรายการวิทยุอยู่ที่สถานีวิทยุในเครือผู้จัดการยุคนั้น ก็ออกมาเชิญชวนให้ไปดูโหมโรงเสียงเจื้อยแจ้ว

รวมทั้งผู้จัดรายการวิทยุคนอื่นๆและคอลัมนิสต์ท่านอื่นๆก็เริ่มทยอยกันแสดงความชื่นชมเป็นระลอก เกิดเป็นกระแส “โหมโรง” ขึ้นมาในชั่วพริบตานั้นเอง

นี่แหละที่เขาว่าผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามต่อให้แสนดีมีคุณภาพขนาดไหนถ้าไม่มีใครช่วย “ขาย” หรือ “โปรโมต” ก็ยากที่จะขายออก

และหากคนโปรโมตภาพยนตร์โหมโรงไม่ใช่คนดีคนหนึ่งของสังคมไทยเช่นคุณ เตือนใจ ดีเทศน์ ผมก็ไม่แน่ใจว่าสื่อมวลชนจะเต็มใจช่วยกันโหมประโคมให้ขนาดนี้หรือไม่

ที่สำคัญที่เธอทำทั้งหมดเธอไม่มีส่วนได้เสียอะไรเลยแม้แต่น้อย มีแต่หัวใจที่รักและอุทิศให้กับศิลปวัฒนธรรมไทยโดยแท้จริงทั้งสิ้น

ทุกวันนี้คุณเตือนใจน่าจะกลับไปอยู่บนยอดเขาเหมือนเดิมแล้ว ไม่ทราบว่าเธอมีโอกาสดูละครโหมโรง เดอะมิวสิคัลหรือยัง?

ถ้ายังขอฝาก “เสี่ยตา” ปัญญา นิรันดร์กุล ช่วยเชิญคุณเตือนใจมาดูด้วยนะครับ...ส่งค่าเครื่องบินไปให้เธอด้วยเลยไม่กี่บาทหรอก...ส่วนสถานที่ติดต่อโปรดตรวจสอบเอาเองก็แล้วกัน

ทีนี้ก็มาถึง “โหมโรง เดอะมิวสิคัล” ที่ผมขออนุญาตเขียนฟันธงแบบเข้าเป้าไปเลยว่าถ้ามีโอกาสผมอยากให้ท่านผู้อ่านไปดูครับ

แม้ในช่วงปูพื้นเรื่องตอนแรกๆอาจจะดูอืดอาดไปบ้างเพราะพยายามจะถอดจากภาพยนตร์มาสู่เวทีละครให้ครบที่สุดเท่าที่จะครบได้

แต่เมื่อเนื้อหาเริ่มกระชับขึ้นและเดินมาถึงจุดที่เป็น “ไคลแมกซ์” ของเรื่องนี้คือการดวลระนาดเอกระหว่าง “นายศร” กับ “ขุนอิน”

ทีมงานซอกแซกที่นั่งดูอย่างเอาใจช่วยมาตลอดก็ถอนหายใจโล่งอกทันที มิใช่โล่งอกธรรมดานะครับถึงขั้นลุกขึ้นยืนปรบมือให้ทั้งทีมเลย

ความมันสุดยอดของฉากนี้เหนือกว่าความมันในภาพยนตร์หลายเท่า เพราะนี่เป็นการดวลระนาดสดๆ ตีกันสดๆ ไม่ใช่การอัดเสียงจากคนตีเก่งอื่นๆมาเสริมแบบภาพยนตร์

“นายศร” พระเอกของเรื่อง กรกันต์ สุทธิโกเศศ หรือที่แฟนคลับเรียกว่า “อาร์ม” จึงต้องตีระนาดเอง แล้วก็ตีได้อย่างมหัศจรรย์ สู้กับ “ขุนอิน” ที่งวดนี้ใช้เดี่ยวมือหนึ่งระนาดเอกจากกรมศิลปากรมาแสดง มิใช่ ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า ขุนอินคนเก่า

ไม่อยากจะเชื่อว่าคนรุ่นใหม่อย่างอาร์มจะหวดระนาดได้อย่างช่ำชองกระแทกกระทั้นและมั่นใจในตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น

สรุปว่าฉากนี้ฉากเดียวก็คุ้มแล้วครับกับค่าตั๋วที่จะต้องจ่าย ทีมงานซอกแซกขอออกใบรับประกันให้เลยด้วยความเต็มใจ

หมายเหตุ แสดงที่ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามแควร์วัน เริ่มอีกครั้ง

วันศุกร์ 24 เมษายน จนถึงสุดท้าย 3 พ.ค. ส่วนจะมีแสดงต่อหรือไม่โปรดติดตามข่าวคราวกันเอาเองครับ.

“ซูม”

18 เม.ย. 2558 08:19 18 เม.ย. 2558 08:19 ไทยรัฐ