วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขาย “เหล้าเก่าในขวดใหม่” “ตัวแม่” ฮิลลารีชิงผู้นำมะกัน

เข้าถึงชาวบ้าน–นางฮิลลารี คลินตัน นั่งประชุมโต๊ะกลมกับผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็กในโรงงานผลไม้ แคปปิตอล ซิตี ฟรุต ที่เมืองนอร์วอล์ก รัฐไอโอวา หารือเรื่องเศรษฐกิจเพื่อสามัญชนอเมริกัน หลังประกาศตัวลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2559 (เอเอฟพี)

แม้เหลือเวลาอีกตั้ง 18 เดือนเศษ แต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยหน้าในเดือน พ.ย.2559 ก็คึกคักซาบซ่าขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อนาง ฮิลลารี คลินตัน นักการเมือง “ตัวแม่” วัย 67 ปี ประกาศตัวลงสมัครชิงเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตไปชิงเก้าอี้ผู้นำ เป็นครั้งที่ 2 เมื่อ 12 เม.ย. โดยตั้งเป้าจะเป็นประธานาธิบดีหญิงคนแรก

การชิงชัยครั้งแรกในปี 2551 ฮิลลารีแพ้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นใครในค่ายเดโมแครตมีบารมีพอเป็นคู่แข่งของเธอได้ โดยโพลล่าสุด ฮิลลารีซึ่งมีดีกรีเป็นทั้งอดีตสตรีหมายเลข 1 อดีต รมว.ต่างประเทศในรัฐบาลโอบามาสมัยแรกในปี 2552-2556 และอดีต ส.ว.รัฐนิวยอร์ก มีคะแนนนิยมในพรรคฯ สูงกว่า 60%

คะแนนนิยมของฮิลลารีทิ้งห่างผู้ที่อาจลงแข่งด้วยอย่างวุฒิสมาชิก จิม เว็บบ์ แห่งรัฐเวอร์จิเนีย หรือมาร์ติน โอ’มอลลีย์ อดีตผู้ว่าการรัฐแมรีแลนด์ ชนิดไม่เห็นฝุ่น ส่วนนางเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเสตต์ ซึ่งฝ่ายเสรีนิยมพยายามเข็นขึ้นมาสู้กับฮิลลารี ก็ส่ายหน้าบอก “ไม่สู้”

ถ้าไม่มีอุบัติเหตุ ฮิลลารีจะเป็นตัวแทนค่าย “ตราลา” ไปชิงเก้าอี้ผู้นำค่อนข้างแน่ และเธอจะพลาดไม่ได้ เพราะอายุปูนนี้... นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว!

ส่วนค่ายรีพับลิกัน “ตราช้าง” ก็เริ่มคึกคัก มีผู้ประกาศตัวลงชิงชัยแล้ว 3 ราย คือวุฒิสมาชิก เท็ด ครูซ แห่งรัฐเท็กซัส วุฒิสมาชิกแรนด์ พอล แห่งรัฐเคนตักกี วุฒิสมาชิกมาร์โก รูบิโอ แห่งรัฐฟลอริดา และคาดว่าจะมีคนอื่นๆ เข้ามาสู้ศึกอีกหลายคน รวมทั้งเจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา น้องชายอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู.บุช คริส คริสตี ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีย์ และสก็อตต์ วอล์คเกอร์ ผู้ว่าการรัฐวิสคอนซิน

ในช่วงที่ยังไม่มีใครโดดเด่นเป็น “ตัวเก็งเบอร์ 1” ค่ายตราช้างได้แต่ช่วยกันถล่มฮิลลารีไปพลางๆ ทั้งโจมตีนโยบายต่างประเทศของโอบามา-ฮิลลารี ว่าทำลายความสัมพันธ์กับพันธมิตร ทำให้ศัตรูหรือคู่แข่งอย่างรัสเซีย อิหร่าน จีน และกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) เข้มแข็ง บ้างก็ว่าเธอหยิ่งยโสในอำนาจ คอร์รัปชัน ชอบทำอะไรลับๆมีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นนักการเมืองในอดีต ขณะที่อเมริกาต้องการอนาคตฯลฯ

เพิ่งออกสตาร์ตยังถูกอัดเละปานนี้ เส้นทางสู่ทำเนียบขาวของฮิลลารีจึงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต่อไปต้องโดนถล่มหนักกว่านี้ โดยเฉพาะ “แผลเก่า” ทั้งหลายอาจถูกขุดคุ้ยขึ้นมาโจมตีอีก!


ไม่ว่าจะเป็นคดีฉาวกามของอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน สามีสุดที่รักกับ น.ส.โมนิกา ลูวินสกี เด็กฝึกงานในทำเนียบขาว จนถูกสภาผู้แทนฯ ลงมติถอดถอน “อิมพีชเมนต์” ในปี 2541 ในข้อหาให้การเท็จและขัดขวางการสอบสวน แม้วุฒิสภาจะมีมติให้พ้นผิด แต่เป็นมลทินที่ล้างไม่ออก

บิล คลินตัน ยังถูกพอลา โจนส์ ลูกจ้างจวนผู้ว่าฯ ฟ้องในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศขณะเป็นผู้ว่าการรัฐอาร์คันซอ เขายอมรับด้วยว่าเคยมีอะไรๆ กับเจนนิเฟอร์ ฟลาวเวอร์ส อดีตนักข่าวสาวฝ่ายรีพับลิกันจึงโจมตีว่า ถ้าฮิลลารีเป็นผู้นำ ก็จะได้นักรักจอมเจ้าชู้เข้ามาเป็น “สามีหมายเลข 1” ด้วย ฮิลลารี และสามียังเคยร่วมหุ้นในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ “ไวท์วอเทอร์” กับนายจิมและนางซูซาน แม็กดูกัล ซึ่งต้องโทษจำคุกในข้อหาฉ้อโกง

ส่วนเรื่องความร่ำรวยก็อาจตกเป็นเป้าโจมตีเช่นกัน แม้ฮิลลารีเคยเผยว่าครอบครัวเคย “ถังแตก” หลังสามีพ้นตำแหน่ง เพราะใช้เงินมหาศาลสู้คดีลูวินสกี แต่ทั้งคู่กลับซื้อบ้านหรูมูลค่า 1.7 ล้านดอลลาร์ในนิวยอร์กในปี 2542 และคฤหาสน์หรูมูลค่า 2.85 ล้านดอลลาร์ในวอชิงตันในปี 2543 ได้ ในหลายปีหลังทั้งคู่ยิ่งร่ำรวยจากการเดินสายรับจ้างปาฐกถาและขายหนังสืออัตชีวประวัติ

อีกเรื่องที่รีพับลิกัน “กัดไม่ปล่อย” คือกรณีที่สถานกงสุลสหรัฐฯ ในเมืองเบงกาซีในลิเบียถูกโจมตีเมื่อ 11 ก.ย. 2555 ทำให้ชาวอเมริกันเสียชีวิต 4 ศพ รวมทั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และฮิลลารีที่เป็น รมว.ต่างประเทศขณะนั้นถูกโจมตีว่าป้องกัน-ตอบสนองไร้ประสิทธิภาพ เธอยังฉุนเฉียวเกรี้ยวโกรธเมื่อถูกซักถามในวุฒิสภา

เดือน มี.ค.ปีนี้ ฮิลลารีก็ถูกเปิดโปงว่าขณะเป็น รมว.ต่างประเทศ 4 ปี เธอใช้ “อีเมล” ส่วนตัวในงานหลวง แทนที่จะใช้อีเมลของรัฐบาล ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคง เธอยังเก็บอีเมลไว้ในเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว และไม่ยอมมอบ
เซิร์ฟเวอร์ให้หน่วยงานสอบสวนที่เป็นกลาง

ถึงกระนั้น ดูเหมือนฮิลลารีไม่ค่อยยี่หระกับเรื่องเก่าๆเหล่านี้นัก แต่มุ่งปรับกลยุทธ์หาเสียงและสร้างภาพลักษณ์ใหม่มากกว่า เพราะได้บทเรียนล้ำค่าสมัยแพ้โอบามา ซึ่งเธอถูกมองว่ามีอีโก้สูง เชื่อมั่นตัวเองเกินไป เย็นชา เข้าไม่ถึงคนเดินดินธรรมดา ครั้งนี้ จึงต้อง “กำจัดจุดอ่อน” ทั้งหลายให้ได้

แทนที่จะ “ฉายเดี่ยว” เหมือนครั้งก่อน ฮิลลารีเริ่มหาเสียงที่รัฐไอโอวาด้วยการไปนั่งรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นิสิตนักศึกษา นักการศึกษา ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก ฯลฯ โดยประกาศว่าจะเป็น “แชมเปียน” ของสามัญชนอเมริกันทุกคน

เธอยังชู 4 เสาหลักในการหาเสียง คือ 1. สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต ไม่ใช่ปัจจุบัน 2. เสริมสร้างครอบครัวเข้มแข็ง 3. แก้กลไกรัฐบาลที่พิกลพิการ 4. ปกป้องประเทศจากภัยคุกคามต่างๆ อีกทั้งสัญญาว่าจะลดความไม่เสมอภาคด้านรายได้ ในยุคที่พวก “ซีอีโอ” มีรายได้สูงกว่าคนธรรมดาถึง 300 เท่า

เวลาที่เหลือ 18 เดือน ฮิลลารีต้องแจงรายละเอียดให้ได้ว่าจะทำอย่างไรเพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ และนโยบายกับภาพลักษณ์ใหม่ จะซื้อใจอเมริกันชนได้หรือไม่...ต้องติดตาม!

บวร โทศรีแก้ว

18 เม.ย. 2558 07:41 18 เม.ย. 2558 07:42 ไทยรัฐ


advertisement