วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หยุดเพื่อเดินหน้าต่อ

หมดวาระเทศกาลหยุดยาวกลับเข้าสู่ที่ตั้งเข้าสู่ชีวิตจริงทำมาหากินกันต่อไป รัฐบาลที่มีเวลานั่งคิดนอนคิดอยู่หลายวันก็ถึงเวลาที่จะต้องทำจริงกันแล้ว คิดอ่านการใดต้องลงมือแล้วช้าไม่ได้

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้คงจะกลับเข้าที่ตั้งเพื่อทำการทำงานดำเนินชีวิตตามปกติหลังจากสนุกสนานกับเทศกาลสงกรานต์ที่หยุดยาว 5 วันเต็มๆ

การเดินทาง ความสนุกสนานล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าใครจะควักจ่ายกัน มากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน

จ่ายมากก็ต้องหามากเพื่อนำมาทดแทน

ผ่านพ้นไปอีกเทศกาลหนึ่งแต่ชีวิตผู้คนเยี่ยงคนไทยนั้นมันไม่เหมือนบ้านอื่นเมืองอื่นที่ต้องมานั่งนับสถิติกันทุกครั้งไป

ตายเท่าใด บาดเจ็บเท่าใด อุบัติเหตุเกิดขึ้นกี่ครั้ง เหตุเพราะอะไร!?

ต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อชีวิตคนเราเหมือนเดินไปสู่ความตายที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้

ก่อนเริ่มเทศกาลมีองค์กรที่ดูแลเรื่องนี้พยายามรณรงค์ชูโรงที่สุดคือ “เมาไม่ขับ” กันทุกครั้งเสียงบประมาณไปจำนวนไม่น้อย

แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย... หนําซํ้ายังเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นไปอีก

ปัญหานี้ต้องชี้เปรี้ยงไปที่การบังคับใช้กฎหมายที่ “ล้มเหลว” แบบว่าสิ้นท่าอย่างใดอย่างนั้น ทำให้ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย

การบ้านข้อนี้ต้องยกให้ คสช.ไปจัดระเบียบเป็นวาระแห่งชาติอีกหัวข้อหนึ่ง

ยังมีควันหลงจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดนั่นคือคาร์บอมบ์ที่เซ็นทรัลสมุย เป็นระเบิดการเมืองอีกลูกหนึ่งที่จะต้องคลี่คลายหาคนร้ายและกลุ่มผู้บงการให้ได้

การป่วนเมืองด้วยวิธีการรุนแรงในครั้งนี้เท่าที่จับกระแสมานั้นดูเหมือนว่ากำลังจะใกล้เข้าถึงคนร้ายและตัวเชื่อมต่อสั่งการ

“นักการเมือง” กลุ่มอำนาจเก่ามีส่วนร่วมด้วย

ก็ขอภาวนาให้จับตัวให้ได้ทั้งขบวนการเพื่อจะได้ฉายภาพความเป็นจริงว่าการเมืองที่มันยุ่งเหยิงมาจนถึงวันนี้

มันเพราะใครกันแน่...

หากชุดนี้รวบตัวได้หมดก็จะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าอะไรเป็นอะไรเป็นการดิ้นเฮือกสุดท้ายเพื่อหวังสร้างกระแสต่อต้านขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

เหล็กกำลังร้อนๆต้องตีต้องทุบให้อยู่หมัด

รัฐบาล “ประยุทธ์” แถลงผลงานแบบเรียงตัวเริ่มจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และตามด้วยรองนายกฯและรัฐมนตรีเรียงลำดับกันไป

ว่ากันโดยรวมแล้ว ทุกอย่างมีการดำเนินการเกือบทุกด้าน เพียงแต่ว่าผลของงานที่ออกมายังไม่เป็นรูปธรรมชัดเจน

พูดง่ายๆมีแนวคิดที่จะปฏิรูปประเทศทุกด้าน เปลี่ยนของเก่าให้เป็นของใหม่จึงจะแก้ไขปัญหาได้ แต่ทุกอย่างยังเป็นนามธรรมไม่ใช่รูปธรรม แม้จะเป็นแนวคิดและแนวทางที่ดี

แต่ในภาคปฏิบัติยังไม่มีความชัดเจน... นี่คือสิ่งที่เห็นและเป็นอยู่

ปัญหาเศรษฐกิจที่มีการพูดถึงกันมากมีหลายโครงการทั้งเล็กและใหญ่

แต่ยังไม่มีการลงนามเพื่อเปิดหน้างานสักอย่าง

จึงทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณที่หวังว่าจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ สั่งแล้วสั่งอีกก็ไม่ได้อย่างใจสักที

จะเบิกจ่ายอย่างไรล่ะ...เมื่อไม่มีโครงการใหม่เกิดขึ้น

เพราะระบบราชการที่มีขั้นมีตอนเยอะแยะไปหมด หรือเพราะรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบไม่เอาไหนเอง

วันนี้น่าจะมีคำตอบตรงนี้แล้ว

คิดอย่างไร แก้ไขปัญหา ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจได้แล้ว!!!

“ลิขิต จงสกุล”

18 เม.ย. 2558 07:37 22 เม.ย. 2558 10:47 ไทยรัฐ