วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน.คสช.เด้งฟ้าผ่า ปลัด ศธ. ย้ายใหญ่อีก 5 บิ๊ก (ชมคลิป)

เตรียมใช้ ม.44 แก้หวยแพง ปชป.ฟันธง รธน.ถูกคว่ำแน่ ไก่อูเตือน บก.ลายจุดหยุดซ่า

“บิ๊กตู่” โชว์ผลงานรัฐบาลรอบ 6 เดือน ลั่นไม่ยื้ออยู่ต่อ-ไม่สืบทอดอำนาจ ชี้งานช้าแต่ชัวร์ ประกาศชัดๆยิ่งถูกว่ายิ่งจะสู้ ประธาน ส.อ.ท.อุ้มรัฐบาลทำดีที่สุดแล้วท่ามกลางวิกฤติ ศก.โลก “ประยุทธ์” เด้งฟ้าผ่าปลัดศธ. ตั้ง “กำจร” เลขาฯอุดมศึกษาเสียบ สั่ง 3 บิ๊กหยุดปฏิบัติหน้าที่ แถมยุบอีก 3 บอร์ดใหญ่ก่อน คตร.เข้าตรวจสอบทรัพย์สิน-ผลประโยชน์ “นายกฯตู่” จ่อชัก ม.44 คุมราคาลอตเตอรี่เหลือ 80 บ. ดีเดย์ มิ.ย. คอหวยเตรียมเฮ สปช.คึกคักรับเอกสารล้นก่อนเข้าสู่สัปดาห์ซักฟอกร่าง รธน. ปชป.ขู่ร่าง รธน.ฉบับคิดเองเออเอง เจอพรรคการเมืองบอยคอตเลือกตั้งแน่ “ไก่อู” เล็งใช้มาตรการเข้มดับซ่า “ลายจุด”

หลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เข้ามาบริหารบ้านเมืองครบ 6 เดือน ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้นำ ครม.จัดแถลงผลงานรัฐบาลโดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

“บิ๊กตู่” นำทีมแถลงผลงาน รบ. 6 ด.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 เม.ย. ที่ตึกสันติไมตรี หลังนอก ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฝ่ายความมั่นคง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านสังคม ร่วมแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 6 เดือน ตามนโยบาย 11 ด้าน โดยมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) ข้าราชการการเมือง ปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ โฆษกและเจ้าหน้าที่กระทรวง สื่อมวลชนไทยและต่างประเทศ กว่า 500 คน เข้าร่วมฟังการแถลงผลงาน ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 และแจกเอกสารสรุปผลงาน 22 หน้า ให้กับผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ด้วย ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้เป็นเวลา 6 เดือน ที่รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศสานภารกิจ คสช.3 ระยะบนพื้นฐานการปฏิรูปและแก้ไขปัญหาทั้งระบบเป็นการใช้อำนาจเพื่อบ้านเมืองเดินหน้าไปได้ ปลอดภัย ไม่ได้ใช้อำนาจดุเดือด เด็ดขาดเกินไปอย่างที่บางคนบอก

ไม่ยื้ออยู่ต่อ–สืบอำนาจ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การแก้ไขความสงบต้องอาศัย 2 ขา คือ คสช. และ ครม.ซึ่งไม่ใช่เป็นการถ่วงดุล แต่ช่วยเสริมกัน อย่าไปคิดแบบเดิมไม่ได้ที่สั่งงานแล้วเสร็จเมื่อไหร่ไม่รู้ การปฏิรูปต้องทำทุกเรื่อง จัดระเบียบสังคม ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ที่ขณะนี้มีปัญหาพอสมควร ไม่ใช่ว่าต้องการยื้ออยู่ต่อ เพราะตนไม่ได้แสวงหาอำนาจ ผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น แต่อยู่ที่ว่าประชาชนอยากกลับไปยืนที่เก่าหรือไม่ ดังนั้น รัฐธรรมนูญมันต้องเปลี่ยนแปลงบ้าง และเงื่อนไขเวลาไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รัฐบาลแก้ไขปัญหาทั้งเร่งด่วน และระยะยาว และนโยบายมีถึง 11 ด้าน เอกสารที่แจกช่วยอ่านผลงานด้วย ไม่ใช่ไปวิจารณ์อะไรที่ไม่ถูกต้อง ตนอ่านสื่อทุกวันไม่สบายใจว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ทำไมไม่ทำ ทั้งที่ทำตั้งแต่ 5 เดือนแรกแล้ว

งานช้าแต่ชัวร์–เดินไปอย่างมั่นคง

“นิสัยคนไทยมี 2 อย่าง คือ 1.อะไรใหม่ๆไม่ทันฟัง อย่างเรื่องภาษีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างยังไม่รู้เก็บเท่าไร เมื่อไร ใครเสียบ้าง ก็ติไปก่อนแล้ว คิดลึกซึ้งก่อนค่อยมาตำหนิ ทั้งที่ทำก็เพื่อวันข้างหน้า ไม่ใช่วันนี้ จะได้ไม่สร้างภาระระยะยาวให้คนอื่น เหมือนที่เคยทำมาในอดีต มันถึงได้แตกแยกอย่างนี้ และ 2.ชอบสร้างวาทกรรม พาดหัวข่าวแรง แต่เปิดดูเนื้อหากลับดี มันต้องไปทีละขั้นทีละตอน อย่างบอกราคาข้าวเกวียนละ 15,000 บาท ทำเพื่อคนจน ชาวนามีถึง 7 ล้านคน คือต้องการคะแนนเสียงใช่ไหม สำหรับผมไม่ใช่ ผมต้องการให้คนเหล่านี้มีรายได้ วันนี้ชาวนาขาดทุน ได้ไม่ถึง 15,000 บาท ส่วนนั้นหายไปไหน และส่วนที่หายนี้อยู่ที่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และบางคนบอกว่ารัฐบาลทำงานช้า อย่าเร่งเกินไปมันจะเลอะเทอะไปหมด ต้องเดินอย่างมั่นคง เจออุปสรรคต้องหยุดทบทวน อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ ไปสร้างวาทกรรม แม้รัฐบาลเป็นอย่างนี้ไม่ใช่โต้แย้งไปหมด ผมฟัง และคบกับคนทั้งโลกได้ ยกเว้นคนร้าย คนทุจริตเท่านั้นที่ไม่คบ และพวกที่ออกมาบอกว่ากลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม ในกระบวนการยุติธรรม ก็พูดแบบนี้เลิกเสียที” นายกฯกล่าว

ฮึ่มนักการเมือง-นักวิชาการอย่าเยอะ

นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน สั่งการลงไปถึงระดับ ล่าง แต่ไม่เอาปืนไปไล่จ่อบังคับใครให้ทำแน่ ดังนั้น อยากขอร้องไม่ใช่ทำอะไรก็ค้านไปทุกเรื่อง ส่วนปัญหาการบริหารงานที่ติดขัดข้อกฎหมาย ต้องใช้มาตรา 44 เพราะกว่าจะรอ สนช.พิจารณา กว่าประกาศใช้ไม่รู้เมื่อไร ส่วนความร่วมมือกับต่างประเทศ ตนซื้ออาวุธรัสเซียก็ไม่ใช่ว่าเลือกข้าง สำหรับต่างชาติตนไม่ได้เลือกข้าง ตนยืนตรงกลาง จะรัสเซีย จีน สหรัฐฯ ให้ความร่วมมือเท่ากันเพื่อการค้าการลงทุน ไม่ใช่เอาแต่พวกตัวเองเหมือนใคร ขณะที่นักวิชาการบางคนก็เลอะเทอะบอกไทยให้สัมปทานจีน 100 ปี รถไฟรางคู่กรุงเทพฯ-หนองคาย ไม่รู้อยู่สถาบันไหน แทนจะไปสอนคนให้เคารพกฎหมาย รวมถึงนักการเมืองบางคนอย่าบ่นมากนัก คนลำบากกว่ามีเยอะ ชักอยู่ง่ายเหมือนเดิมไปหรือเปล่า

ประกาศชัดๆ “ยิ่งว่ายิ่งสู้ยิ่งเข้ม”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่คณะอนุ กมธ.ยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เสนอ 11 กลไกตรวจสอบต่างๆ ถ้ามากขณะนี้ ก็ไม่ต้องมีรัฐบาลแล้ว มันจะทำให้ติดไปหมด ตนไม่ได้ขัดแย้งนะ มีปัญหามาคุยกัน เสนอมาได้ ถ้าดีค่อยมาว่ากัน ส่วนการใช้มาตรา 44 ตรวจสอบการบุกรุกป่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปตรวจ ไม่อย่างนั้นเจอของแข็งเด้งมาอีก ยืนยันให้ความเป็นธรรม สุดท้าย ขอบคุณในความตั้งใจที่ทุกคนช่วยกัน ส่วนที่ว่าตน บอกเลยตนยิ่งสู้ และจะเข้มงวดมากขึ้น

“บิ๊กป้อม” ซัดนักการเมืองไม่ปรองดอง

จากนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและ รมว.กลาโหม แถลงผลงานของรัฐบาลทางด้านความมั่นคงว่า สำหรับความมั่นคงทางด้านต่างประเทศ กระทรวงกลาโหมไปดำเนินการเชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียน ส่วนความมั่นคงตามแนวชายแดน ใช้กองกำลังจากทุกเหล่าทัพ ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 8 กองกำลังมาดูแลในเรื่องของแรงงานข้ามชาติ สิ่งผิดกฎหมาย ยาเสพติด ส่วนเรื่องความปรองดอง ก็พยายามเชิญทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกัน ส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลทำ ก็มีแต่นักการเมืองเท่านั้นที่ออกมาต่อต้าน ก็เห็นใจเพราะว่าช่วงนี้ท่านไม่มีอาชีพ แต่อยากให้เข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้อยากเข้ามา แต่มาช่วยให้ประเทศเกิดความสงบเรียบร้อย ส่วนใครมีปัญหาอะไรก็สามารถยื่นเรื่อง หรือร้องเรียนมาได้ ตั้งแต่ประชาชนยันหัวหน้าพรรคการเมือง โดยเฉพาะนักการเมืองทั้งหลาย ถ้าอยากให้รัฐบาลทำอะไรก็ยื่นเรื่องมาเลย ที่ศูนย์ดำรงธรรมหรือที่รัฐบาลก็ได้ ไม่ใช่ออกมาพูดๆ มันทำให้เกิดความขัดแย้งและไม่ปรองดอง เวลาตัวเองเป็นรัฐบาลก็ไม่เห็นทำอย่างที่พูด

โชว์ด้านความมั่นคง-แรงงาน-ที่ทำกิน

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยนี้ รัฐบาลจะใช้มาตรการป้องกันมากกว่าการปราบปราม ติดตั้งกล้อง CCTV เพิ่มขึ้นทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดลดปัญหาอาชญากรรมมีการจัดระเบียบต่างๆ ทั้งทางเท้า รถรับจ้าง เพื่อความเป็นระเบียบอย่างถาวร นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ช่วยเหลือคนจนขาดที่ทำกิน จัดสรรที่ดินของรัฐมากกว่า 105,000 แปลงให้กับเกษตรกรมากกว่า 89,000 ครอบครัว ช่วยเหลือแรงงานให้มีงานทำกว่า 1.5 แสนคน ส่งแรงงานไปต่างประเทศ 5 หมื่นคน แก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่า เผาป่า ตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ป่า งาช้าง มีการออกกฎหมายสำคัญๆ สำหรับปัญหาแรงงาน สหรัฐฯลดอันดับการค้ามนุษย์จากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3 รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหา ฟีดแบ็กต่างๆก็กำลังดีขึ้น ปัญหา 3 จ.ใต้เห็นได้ชัดเจนปัญหาลดน้อยลงมาก ส่วนเรื่องการเชิดชูสถาบันเราได้ดำเนินมาโดยตลอด จับเว็บไซต์หมิ่นสถาบันไปแล้ว 17,000 ยูอาร์แอล รัฐบาลนี้ได้ทำทุกอย่างไม่ว่าในเรื่องน้ำ เศรษฐกิจ ทุกเรื่อง เราจะทำให้ประเทศนี้สงบและเกิดความปรองดองให้ได้ เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน

เบี้ยเด็ก–คนพิการโบแดงด้านสังคม

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีแถลงผลงานด้านสังคมว่า ได้แยกออกมาเป็นเรื่อง ลดความเหลื่อมล้ำ ค้ำจุนกัน สร้างสรรค์สังคมไทย เรื่องลดความเหลื่อมล้ำรัฐบาลสนับสนุนเงินให้เด็กแรกเกิดจำนวนเงิน 400 บาทต่อคน/เดือน สำหรับครอบครัวยากจน ส่วนคนพิการได้เพิ่มเบี้ยจาก 500 บาท เป็น 800 บาท ต่อคน/เดือน มีการจัดตั้งสถาบันเพื่อคนพิการและผู้สูงอายุเพื่อต่อยอดไปสู่อนาคต เรื่องการค้ำจุ้นกัน สังคมไทยกำลังกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ กระทรวงสาธารณสุขได้จัดเตรียมทีมหมอประจำครอบครัว 35,877 คน ทั้งเขตเมืองและชนบท การสร้างสรรค์สังคม มีนโยบายงดดื่มแอลกอฮอล์ในที่ไม่สมควรดื่ม จัดโครงการ “เมืองปั่นได้ เมืองปั่นดี” ด้านศึกษาเน้นเรื่อง อาชีวะศึกษาทวิ หลักสูตรของการเรียนรู้สู่อาชีพ

“บัวแก้ว” โวผลงานครอบจักรวาล

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศเป็นตัวแทน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ แถลงผลงานด้านการต่างประเทศว่า นับตั้งแต่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อ สนช. ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย ที่มีนโยบายด้านการต่างประเทศครอบคลุมทุกด้าน ผลสัมฤทธิ์จากการดำเนินงาน ได้สร้างความเข้าใจต่อนานาประเทศถึงโรดแม็ปของรัฐบาลไทย และการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ทั้งยังสนับสนุนการ การดำเนินงานของในแต่ละกระทรวง อาทิ ความร่วมมือระหว่างไทย-จีน ในโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟ สินค้าการเกษตร ข้าว และยางพารา ความร่วมมือในการพัฒนาทางรถไฟไทย-ญี่ปุ่น เขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังชี้แจงแก้ปัญหาค้ามนุษย์ มีความคืบหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งภาพลักษณ์ในสายตาต่างประเทศ ช่วยเหลือลูกเรือชาวประมงไทย 4 คน ที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับตัวไป การช่วยเหลือแรงงานประมงน่านน้ำที่ถูกหลอกไปใช้แรงงาน 200 คน บนเกาะอัมบน ประเทศอินโดนีเซีย อพยพคนไทยในประเทศเยเมนและลิเบีย ซึ่งอยู่ในภาวะสงคราม

ดัน ก.ม.ผ่าน 72 ฉ.จาก 358 ฉ.

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย กล่าวว่า กฎหมายของรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57 มีจำนวนทั้งสิ้น 358 ฉบับ กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว 72 ฉบับ อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระสอง 28 ฉบับ รอรับหลักการในวาระแรก 1 ฉบับ และกฎหมายที่อยู่ในขั้นตอนของวิปรัฐบาลรวม 4 ฉบับ

ส.อ.ท.ชื่นชม รบ.ทำดีที่สุดแล้ว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.มองว่าการทำงาน 6 เดือนที่ผ่านมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในด้านเศรษฐกิจถือว่าสอบผ่าน แต่คงไม่ขอให้เป็นคะแนน เพราะคะแนนของแต่ละองค์กรหรือบุคคลย่อมเห็นต่างกัน 6 เดือนที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ให้โอกาสภาคเอกชนทุกองค์กร ไปร่วมเป็นคณะทำงานในหลายๆคณะเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ตนมองว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ยังไม่ฟื้นตัว มาจากหลายๆปัจจัยทั้งในและต่างประเทศ ที่กำลังซื้อในตลาดโลกยังไม่ฟื้นตัว ขณะที่ราคาพืชผลทางการเกษตรในประเทศก็ตกต่ำ ทำให้กำลังซื้อในภาคเกษตรกรหดตัวตามไปด้วย

“หากถามว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ควรมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมกลับเห็นว่า ทีมเศรษฐกิจก็พยายามทุกวิถีทางอยู่แล้ว เพียงแต่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศไทยกลายเป็นดินพอกหางหมูมายาวนาน การจะแก้ไขให้เห็นผลชัดเจนทันทีคงทำได้ยาก”

“บิ๊กต๊อก” นำหน่วยปราบโกงพบนายกฯ

เมื่อเวลา 13.45 น. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) นำ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อชี้แจงรายละเอียดแต่ละคดีตามรายชื่อข้าราชการ 100 คน พัวพันการทุจริต ที่ส่งให้นายกฯพิจารณาไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เนื่องจากมีภารกิจต่างจังหวัด โดยส่วนที่เหลือเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า หารือกับนายกฯต่อ

พล.อ.ไพบูลย์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบว่า นำ 4 หน่วยงานชี้แจงรายละเอียดแต่ละคดีว่า มีมูลเหตุอย่างไร สมควรแค่ไหน ท้ายสุดขึ้นอยู่กับนายกฯจะตัดสินใจ โดยเป็นการพิจารณาโทษทางวินัยและปกครอง ไม่เกี่ยวกับคดีอาญา ซึ่งจะไปว่ากันต่อไป

“ประยุทธ์” ดับเครื่องชน 100 ขรก.โกง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ภายหลัง รมว.ยุติธรรม นำตัวแทน 4 หน่วยงานด้านการป้องกันทุจริตเข้าพบว่า รายชื่อข้าราชการ 100 คนพัวพันการทุจริตที่ ศอตช.ส่งมา คงไม่ต้องเรียกประชุมอะไรอีก ได้บอกไปแล้วให้ดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมาย สอบสวน ดำเนินคดี ตอนนี้เริ่มแล้ว โดยตนจะเรียกต้นสังกัดแต่ละคนมา แล้วส่งรายชื่อให้ไปดำเนินการ ดูอำนาจในการบริหาร ถ้าถูกกล่าวหา ถ้ามีมูลก็ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ แล้วไปว่ากันต่อขั้นตอนคดีอาญา และส่งรายชื่อให้รัฐมนตรีพิจารณาทั้งหมด ที่กี่คนไม่รู้ ดูว่าจะทำอย่างไร โดยไม่ต้องใช้มาตรา 44

ออกคำสั่ง หน.คสช.เด้งฟ้าผ่าปลัด ศธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 6/2558 เรื่อง การกําหนดตําแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษา และการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการมีประสิทธิภาพ และมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 โดยความเห็นชอบของ คสช. โดยให้นางสุทธศรี วงษ์สมาน พ้นจากตําแหน่งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา นายพินิติ รตะนานุกูล จากเลขาธิการสภาการศึกษา ไปเป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา นายกําจร ตติยกวี จากเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร จากเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ นายอดินันท์ ปากบารา จากผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน นางรัตนา ศรีเหรัญ จากรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

ให้ 3 บิ๊กหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ยังมีประกาศคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 7/2558 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (บอร์ดสกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยให้คณะกรรมการ 3 ชุดดังกล่าวพ้นจากตำแหน่งไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และแต่งตั้งคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้นมาทำหน้าที่แทนโดยมี รมว.ศึกษาธิการเป็นประธานกรรมการทั้ง 2 ชุด ส่วนคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค.ก็ให้บอร์ด สกสค.ทำหน้าที่แทน และให้เลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการ สกสค.และผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.หยุดการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในคำสั่งข้อ 7 ได้ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ตรวจสอบความถูกต้องและโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารการเงินทรัพย์สินและผลประโยชน์ของกรรมการทั้ง 3 ชุด รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินโครงการที่สำคัญภายใต้การดำเนินงานของบุคคลด้วย

แย้มมีระดับปลัดกระทรวงเอี่ยว

เมื่อถามว่า ใน 100 รายชื่อเป็นข้าราชการที่มีชื่อเสียงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ก็ต้องรู้จักกันมั้ง ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นข้าราชการระดับไหนบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ยืนนิ่งไม่ตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่า กระทรวงไหนมากที่สุด นายกฯตอบว่า ไม่รู้ๆ พอแล้วๆ แต่อะไรที่เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารขอให้เชื่อมั่น เพราะตนไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง โดนตำหนิ โดนว่าก็ต้องอดทน เพราะถ้าปล่อยไปมันไม่ได้ ถ้าเราไม่อยู่จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ วันหน้าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครแก้ไข เมื่อถามว่า รายชื่อระดับปลัดกระทรวงเยอะหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า ปลัดกระทรวงมีกี่คน ผู้สื่อข่าวตอบว่า 20 คน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ถึง นิดหน่อยเอง เมื่อถามว่าถึง 5 คนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ถึงหรอก เขายังไม่ผิด เดี๋ยวเขาจะมาฟ้องตนอีก เพราะว่ายังเป็นแค่คำกล่าวหา ถ้ามีหลักฐานพอสมควร ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ก็ไปว่ากัน ไม่ใช่ไปชี้ว่าผิดแล้วจะจับประหารชีวิต

ปลัด ศธ.คนเก่าพร้อมไปอยู่ที่ใหม่

นางสุทธศรี วงษ์สมาน เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า การถูกย้ายจากปลัดกระทรวงมาเป็นเลขาธิการสภาการศึกษาก็ยังอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการเหมือนกัน เป็นข้าราชการไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ตนทำงานที่สภาการศึกษามาตั้งแต่ต้น เข้าใจงานเป็นอย่างดี เวลาอีก 5 เดือนที่เหลือก่อนเกษียณอายุราชการจะไปสานต่อเรื่องการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาก็คิดอยู่ว่า ภายในเดือน เม.ย.นี้น่าจะโยกย้ายก็รอดูว่าจะมีชื่อตนหรือไม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็พร้อมที่จะไปทำงานที่สภาการศึกษา

ปลัดใหม่ไม่แปลกใจได้ขึ้นแท่นเบอร์ 1

นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนไม่แปลกใจเพราะการสลับสับเปลี่ยนหน้าที่ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งการที่รับแต่งตั้งให้เป็นปลัด ศธ. ก็ไม่ถือว่าแปลก เพราะตนก็อยู่ในแวดวงการศึกษา เข้าออกที่ ศธ.อยู่เป็นประจำ ที่สำคัญก็มีความเข้าใจในเนื้องานพร้อมจะทำงานในทุกตำแหน่ง ทั้งนี้ เมื่อไปรับหน้าที่ปลัด ศธ. คิดว่าจากสานต่องานต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้ไม่ใช่แค่ในอาเซียนเท่านั้น ส่วนแนวทางการดำเนินงานจะเป็นอย่างไรคงไม่สามารถตอบได้ ต้องขอเข้าไปทำงานก่อน

นายกฯชัก ม.44 หั่นลอตเตอรี่

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนกำลังจะใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาการจำหน่ายลอตเตอรี่เกินราคาฉบับละ 80 บาท ซึ่งผู้ที่จะจำหน่ายราคานี้ ไปซื้อได้ 2 ที่คือ ที่ศาลาว่าการจังหวัดทั่วประเทศ และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งผู้จำหน่ายเหล่านี้ต้องไปตั้งกลุ่มจดทะเบียนมาให้เรียบร้อย ที่ขณะนี้ส่วนหนึ่งกำลังจะหมดโควตาลง และกำลังจะเกลี่ยใหม่ในเดือน ก.ย.และจากนั้นจะมีการปรับโควตาอีกรอบ คราวนี้โควตาทั้งหมดจะไม่เหลือแล้ว จากนี้ใครจะขายปลีก ขายส่ง ไม่ต้องเข้ามาซื้อที่กรุงเทพฯเพียงอย่างเดียวแล้ว ระหว่างนี้ก็จะมาคิดว่าทำอย่างไรจะให้ราคาขายอยู่ที่ฉบับละ 80 บาท ต้นทางควรจะจำหน่ายในราคาเท่าไหร่ คนขายมีกำไรเท่าไหร่ สำหรับผู้ที่เดินขายในต่างจังหวัดจะให้ได้กำไรฉบับละ 10 บาทได้หรือไม่

จ่อออกคำสั่ง หน.คสช.เร็วๆนี้

นายกฯกล่าวว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลไม่ใช่โควตา 5 เสือทั้งหมด แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ขายกันไป-มา ปัญหาของเราคือข้างล่าง เมื่อขายไม่หมดก็ไม่มีเงินที่จะรับซื้อ รัฐมีเงินรับซื้อคืนแต่กฎหมายไม่มีก็ต้องไปแก้กฎหมายให้สามารถรับซื้อคืนได้จากรายย่อย ที่ผ่านมาผู้ค้ารายย่อยเมื่อซื้อไปขายแล้วขายไม่หมด คืนก็ไม่ได้ ง่ายที่สุดก็คือขายคืนไปที่กลุ่ม 5 เสือ กลุ่ม 5 เสือก็มาตั้งราคาใหม่แล้วขายออกไปก็เกินฉบับละ 80 บาททั้งหมด ดังนั้นต้องใช้มาตรา 44 ซึ่งจะมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ออกมาเร็วๆนี้ ว่าด้วยกฎหมายรองรับให้รัฐสามารถรับซื้อคืนจากผู้ค้ารายย่อยได้ แต่จะไม่สามารถไปขายคืนกลับให้ 5 เสือได้ และต้องปั๊มให้เรียบร้อยเพื่อให้รู้ว่าเป็นของใคร พวกพ่อค้าปลีก สมาคมผู้พิการ ถ้ามีมาจะยึดโควตาคืน ทุกคนต้องรักษากติกา คำสั่งนี้บอร์ดลอตเตอรี่ และผู้อำนวยการกองสลากฯ กำลังดำเนินการ

คอหวยเฮดีเดย์ มิ.ย.ขาย 80 บ.

เมื่อถามว่า จะทำได้ทันงวดต่อไปหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ทัน แต่ภายในสิ้นเดือนนี้ต้องเตรียมการให้เสร็จ คาดว่าประมาณเดือน มิ.ย. จะสามารถบริหารจัดการให้สามารถจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ในราคาฉบับละ 80 บาท เมื่อถามว่า มีแนวคิดจำหน่ายลอตเตอรี่ในร้านสะดวกซื้อทันทีด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่า เริ่มไม่ได้ การจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อนั้นไม่ใช่โควตา ถ้าจำหน่ายคือต้องไปจ้างขายเพื่อประชาชนจะได้มีทางเลือก รวมถึงมีแนวคิดที่จะขายผ่านเครื่องอัตโนมัติด้วย

“เทียนฉาย” ยืนแจกเองร่างแรก รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาฯสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดให้สมาชิก สปช.เข้ารับเอกสารร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญพิจารณาเสร็จแล้วเป็นร่างแรก ได้ตั้งแต่เวลา 13.00 น. บริเวณห้องโถง ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 1 โดยบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีการแจกเอกสารก่อนเวลา เพราะมีสมาชิกมารอรับเอกสารเป็นจำนวนมาก โดยนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ได้เป็นผู้แจกด้วยตนเอง สำหรับสมาชิก สปช. 1 คน จะได้รับแจกเอกสาร 3 ชุด ประกอบด้วย 1.ร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 194 หน้า โดยเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ 315 มาตรา จำนวน 130 หน้า รายงานการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ 20 หน้า และภาคผนวก 44 หน้า 2.ตารางสรุปเจตนารมณ์รายมาตราของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จำนวน 4 เล่ม และ 3.ตารางร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

วิปถ่ายสด 7 วันซักฟอกร่าง รธน.

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงว่า สปช.ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่เวลา 07.49 น. ของวันที่ 17 เม.ย. ส่วนการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. ระหว่าง วันที่ 20-26 เม.ย. จะมีเวลารวมทั้งหมด 79 ชั่วโมง โดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมีเวลา 15 ชั่วโมง ในการชี้แจงและตอบข้อซักถาม ซึ่งนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ได้ให้ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์วิทยุของรัฐสภาและสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ด้วย และหากสถานีโทรทัศน์เอกชน รายใดสนใจถ่ายทอดสดก็สามารถเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดได้ หลังจากที่ สปช.ได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย.เสร็จแล้ว สปช.จะรวบรวมความเห็นของสมาชิก สปช. และประชาชน เพื่อจัดทำการขอ แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญภายใน 30 วัน นับจากวันที่ 27 เม.ย.เป็นต้นไป

เป้าใหญ่ที่มานายกฯ-ส.ว.-โอเพ่นลิสต์

นายอลงกรณ์กล่าวว่า การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่เป็นการถล่ม หรือการชำแหละ ประเด็นที่คาดว่าสมาชิกสปช.ให้ความสนใจอภิปรายมากเป็นพิเศษคือ เรื่องการเมือง โดยเฉพาะเรื่องที่มา ส.ส.และ ส.ว. ที่มานายกรัฐมนตรี ระบบการเลือกตั้ง การปฏิรูปและการปรองดอง ส่วนการรักษาความปลอดภัยการอภิปรายของ สปช.ระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. นั้น ทางรัฐสภาได้มีการรักษาความปลอดภัยบริเวณรัฐสภาอย่างเข้มงวดตั้งแต่เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนเป็นต้นมา

“ดิเรก” จี้ กมธ.ยอมถอยเสียบ้าง

นายดิเรก ถึงฝั่ง สปช. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวว่า หลังจากได้รับรัฐธรรมนูญร่างแรกเรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 19 เม.ย. กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะประชุมเพื่อวางกรอบอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ 20-26 เม.ย. นอกจากประเด็นเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว.และ ส.ส. พรรคการเมือง ระบบการเลือกตั้ง และองค์กร อิสระ ที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะอภิปรายให้ความเห็นแล้ว ก็จะมีข้อเสนอแนะที่เป็นทางออกให้ประเทศในเวลานี้อีกด้วย ทั้งนี้ หากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่แก้ไขอะไรเลยตามที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองเสนอไป เชื่อว่ารัฐธรรมนูญจะไม่เป็นที่ยอมรับ ภายหลังการเลือกตั้งก็จะเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญกันอีก กลายเป็นปัญหาไม่รู้จบสิ้น อยากให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯฟังเสียงกันบ้าง ถ้าไม่มีอะไรอยู่ในใจ ก็ขอให้แก้ไขบ้าง ถ้าชอบอ้างประชาชน ก็ขอให้ฟังเสียงประชาชนด้วย

ปชป.ฟันธงร่าง รธน.โดนคว่ำ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุจะสามารถจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ในปลายเดือน เม.ย.59 หลังการทำประชามติรัฐธรรมนูญว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่กังวลถึงเรื่องระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งว่าจะเป็นเมื่อไหร่ แต่ที่กังวลคือ คสช.และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญวางรากฐาน แนวทางการปฏิรูปที่ดีไว้ดีจริงหรือไม่ ดังนั้น จึงไม่ต้องกังวลว่าพรรคอยากลงเลือกตั้งจนตัวสั่น ที่สำคัญการที่ กกต.ระบุเช่นนี้ก็เป็นมุมมองว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะผ่าน ซึ่งตนกลับเห็นตรง กันข้าม เพราะคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ถูกคว่ำแน่ เพียงแต่คนอื่นๆคงไม่กล้าพูด ดังนั้น คาดว่าจะไม่มีการทำประชามติกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คสช.และ กมธ.ยกร่างฯ มั่นใจหรือว่า พรรคการเมืองต่างๆจะสมัครใจส่งคนลงรับเลือกตั้ง เพราะเปรียบไปก็เหมือนกรรมการออกกติกาใหม่ แต่ไม่เคยถามนักกีฬาว่า เมื่อใช้กติกาใหม่แล้ว นักกีฬาจะลงสนามแข่งหรือไม่ หากยังยืนยันในกติกาใหม่ที่หลายฝ่ายติติงให้ปรับปรุง เชื่อว่านักกีฬาจะถอดรองเท้าเดินออกจากสนาม กติกานี้ อาจดีในสายตาของกรรมการ แต่ในสายตาของนักกีฬาต่างกัน

ฟึดฟัดกติกาไม่สมบูรณ์-คิดเอาเอง

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา คสช.หรือ กมธ.ยกร่างฯไม่เคยคิดที่จะพูดคุยกับพรรคการเมือง มีแต่กรรมการเล็กคุยกับกรรมการใหญ่ คุยกันเอง ตกลงกันเอง จึงถึงเวลาที่จะต้องคุยกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่การตอบโต้ผ่านสื่อเช่นที่ผ่านมา และอย่ามาขู่ว่าจะเลือกตั้งเมื่อเวลานั้น เวลานี้ เพราะวันนี้นักกีฬาไม่กลัวแล้วว่าจะได้แข่งหรือไม่แข่ง แต่กลัวกติกาที่ไม่สมบูรณ์

ผู้ตรวจการฯแถลงค้านควบรวม

ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วย พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ นายบูรณ์ ฐาปนดุล ผู้ตรวจการแผ่นดิน และนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ร่วมแถลงข่าวแสดงจุดยืนคัดค้านการควบรวมผู้ตรวจการแผ่นดินกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายศรีราชา กล่าวว่า เรามีจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยกับการควบรวมทั้ง 2 องค์กรเข้าด้วยกัน และเห็นควรให้อยู่ตามเดิมและปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองต่อไป ยืนยันการทำงานระหว่าง 2 องค์กรก็ไม่ซ้ำซ้อนกัน แต่เป็นลักษณะคาบเกี่ยว และแม้จะควบรวมก็ไม่ได้ประหยัดงบประมาณลงไปจากเดิม และเห็นว่าการที่ตั้งองค์กรใหม่อีก 11 องค์กรก็ไม่ได้ช่วยประหยัดงบประมาณ การไม่ควบรวมจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญควรกำหนดบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินให้ชัดเจน และควรเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน อย่างไรก็ตาม หากต้องควบรวมจริงเราก็ต้องทำตาม

“บิ๊กตู่” ยังกั๊กๆทำประชามติ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีหลายฝ่ายออกมาเรียกร้องทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ว่ายังไปไม่ถึงไหนเลย วันนี้ตนอยากถาม ที่ผ่านมาเขียนรัฐธรรมนูญแบบเดิมๆ มันแก้ปัญหาได้ไหม ปฏิรูปได้ไหม รัฐบาลกี่รัฐบาลแล้วที่เขาจะปฏิรูป ทำได้ไหม แล้วที่ตนเข้ามาใช้อำนาจเนี่ย มันต้องได้ แต่ต้องได้รับการยอมรับจากพวกเรา ต้องช่วยเราสิ ถ้าอยากมีอนาคตที่มั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืนก็ต้องทำใหม่ มันสำคัญว่าเรื่องอะไรบ้างที่ต้องปฏิรูป ใช้เวลาเท่าไหร่ ใครเป็นคนทำ ใช้กฎหมายอะไร ที่สำคัญถ้าเลือกตั้งมา พรรคการเมืองตกหมดเหมือนเดิม ก็ไม่รู้จะทำยังไง ต้องช่วยกัน เมื่อถามว่า ประชาชนจะมีช่องทางการสื่อสารโดยตรงต่อรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไปทำโพลมาสิ ไม่ใช่มัวแต่ทำอะไรไม่รู้ ไม่ชอบนายกฯตรงไหน เสียงดัง ดุ ไม่มีสาระเลย มันต้องตั้งคำถามให้ดี ถ้าตั้งคำถามว่าอยากเลือกตั้งหรือไม่ ถามว่าควรจะปฏิรูปหรือไม่ เมื่อถามว่า ตกลงรัฐบาลจะทำโพลเอง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ทำ ถ้าทำเดี๋ยวหาว่ายังอยากอยู่ในอำนาจ

โดนชมทรงผมหล่อถึงกับเคลิ้ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการสัมภาษณ์นายกฯ กล่าวหยอกล้อผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดี โดยผู้สื่อข่าวถามถึง “เหล็กดัดฟัน” ที่วันนี้ไม่เห็นใส่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ฉันไม่ได้ใส่ฟันเพื่อความหล่อ ฉันเคี้ยวอาหารแล้วมันเจ็บเหงือก เพราะเคี้ยวแล้วฟันไม่สบ เลยไปปรึกษาหมอ หมอเลยเอานี่ครอบมาระยะหนึ่ง ก็ทนเจ็บเอา” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า วันนี้นายกฯตัดผมหล่อ ตัดร้านไหน มีร้านประจำหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ลูกน้องไปตามช่างมาตัดที่บ้าน ไปไหนไม่ได้ ทำงานแล้วก็กลับบ้าน ผู้สื่อข่าวชมว่าทรงนี้ดูดี จากนั้นนายกฯหันไปบอกคนติดตามว่า “จำไว้นะ ทรงนี้นะเว้ย”

เล็งมาตรการเข้มขึ้นสยบ “ลายจุด”

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บก.ลายจุด ระบุว่ารัฐบาลไม่จริงใจต่อการช่วยชาวนาว่า นายสมบัติคงลืมศึกษาข้อมูลว่าภารกิจแรกที่ คสช. เข้ามาดำเนินการคือบริหารจัดการ เพื่อนำเงินมาให้แก่ชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากโครงการจำนำข้าวจากรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กว่า 8 แสนคน วงเงิน 9.2 หมื่นล้านบาท สะท้อนให้เห็นชัดว่ารัฐบาลนี้เป็นห่วงชาวนาด้วยความสุจริตใจ มิได้อาศัยชาวนาเป็นเครื่องมือและช่องทางเพื่อแสวงหาโอกาสทุจริต

“นายสมบัติยังอยู่ในรายชื่อผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองที่เคยถูกเรียกปรับทัศนคติ และรับปากกับฝ่ายความมั่นคงว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองให้เกิดความวุ่นวายอีก ดังนั้น การออกมาเคลื่อนไหวแบบไม่สร้างสรรค์เช่นนี้อาจทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องทบทวนมาตรการที่ใช้กับนายสมบัติต่อไป” พล.ต.สรรเสริญกล่าว

“บิ๊กตู่” ขู่ไม่หยุดเรียกตัวมาอีกที

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีดังกล่าวระหว่างการแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 6 เดือนว่า อยากถามว่าจะซื้อได้สักเท่าไร กี่กระสอบ เอาเงินมาจากไหน มีทะเบียนการค้าหรือเปล่า แล้วมาพูดจาเสียๆหายๆ อย่าลืมว่าถูกขึ้นบัญชีเรียกรายงานตัวอยู่นะ ถ้าเรียกมาอีกทีมีเรื่องอีก คนไทยชอบฝืนกฎหมายไม่รู้ทำไม ไม่เข้าใจ ทั้งที่บอกแล้วว่ากำลังทำเพื่อเกษตรกรจริงๆ

วอนพวกบ่อนทำลายกลับตัวกลับใจ

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ขอให้สำรวจว่าวันนี้ได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติหรือส่วนรวมหรือยัง โดยเฉพาะกับผู้หลงผิด ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ คอยบ่อนทำลายสร้างสถานการณ์ ประสงค์ร้ายต้องการให้กลับไปสู่ความขัดแย้งเหมือนที่ผ่านมา ขอให้กลับมาใช้ศักยภาพของท่านในทางสร้างสรรค์ พัฒนา ปฏิรูปประเทศ ให้ความร่วมมือกับทางการ เดินหน้าประเทศไทยต้องมีกติกา ถ้าจะปฏิรูปให้ได้ต้องยอมรับกติกา รัฐธรรมนูญจะเขียนอย่างไร ถ้าไม่ทำ ไม่ร่วมมือก็ไปไม่ได้อยากเตือนว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาไม่รอคอยเรา ประชาคมโลกเขาพัฒนาก้าวหน้าไป ทุกประเทศยกระดับตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ วันหน้าถ้าเขาแซงเราไปแล้ว เราก็จะเสียโอกาสอย่างน่าเสียดาย

“ประยุทธ์” เด้งฟ้าผ่าปลัดศธ. ตั้ง “กำจร” เลขาฯอุดมศึกษาเสียบ สั่ง 3 บิ๊กหยุดปฏิบัติหน้าที่ แถมยุบอีก 3 บอร์ดใหญ่ก่อน คตร.เข้าตรวจสอบทรัพย์สิน-ผลประโยชน์ ... 18 เม.ย. 2558 05:51 18 เม.ย. 2558 11:37 ไทยรัฐ