วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' เชื่อมั่น 'รถไฟฟ้า-มอเตอร์เวย์' เสร็จปี 63 กระตุ้น ศก.สู่เวทีโลก

“ประยุทธ์” ปัด 8 กฎเหล็กรัฐทำสงกรานต์หงอย ชู “มนุษย์เพนกวิน” สร้างประโยชน์แม้ไร้แขนขา ติง พวกบ่อนทำลายชาติ ชี้ เคารพกติกาหากอยากปฏิรูป เชื่อมั่น เมกะโปรเจกต์คมนาคม “รถไฟฟ้า-มอเตอร์เวย์” แล้วเสร็จภายในปี 63…

วันที่ 17 เม.ย.58 เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์วันปีใหม่ไทยมีเรื่องที่น่ายินดีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นข่าวแรงงานประมงไทย 68 คน ที่รัฐได้ช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศ และได้นำเข้าสู่การเยียวยาของรัฐบาล มีการตรวจสุขภาพเบื้องต้น การมอบเงินช่วยเหลือกลับภูมิลำเนา และการจัดหาสถานที่พักชั่วคราวให้ นอกจากนี้ได้ให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์บูรณาการอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและช่วยเหลือผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง โดยจะมุ่งเน้นการป้องกันการถูกล่อลวงและเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พนักงานส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) อาสาสมัคร ตำรวจ ทหาร ที่ช่วยกันดูแลความปลอดภัย ส่งพี่น้องประชาชน และลูกหลานคนไทย เดินทางไป-กลับโดยสวัสดิภาพในห้วงสงกรานต์ และขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือ ร่วมใจกัน อนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์อันงดงามของไทยเรา มีการปฏิบัติตามข้อแนะนำของภาครัฐ ในการร่วมกันแต่งกายตามประเพณีรดน้ำคลายร้อน ไม่เป็นอันตรายต่อผู้อื่น รวมถึงการโซนนิ่งพื้นที่เล่นน้ำไร้แอลกอฮอล์อันเป็นสาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้ง และอุบัติเหตุ

“รัฐบาลได้กำหนดข้อแนะนำไป 8 ประการ เห็นมีคนต่อว่าเหมือนกันว่าทำไมต้องไปกำหนดด้วย ผมก็ไม่เห็นว่า 8 ข้อนั้นมีผลเสียกับใครเลย เพียงแต่ว่าไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้เกิดการเสื่อมเสียต่อประเพณีของเรา หรือใครคิดว่ามันถูกต้อง บอกว่าการท่องเที่ยวปีนี้ สงกรานต์ปีนี้หงอย เพราะว่า มี 8 มาตรการของรัฐมาเลยทำให้ไม่สนุก ก็ไปคิดกันเอาเอง ถ้าเราทำต่อไปเอกลักษณ์ ความเป็นไทย ก็จะไม่หลงเหลืออีกเลยนะครับ ให้ภาคภูมิใจ” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึง นายเอกชัย วรรณแก้ว ชายพิการไร้แขนขาด้วย ว่า หลายคนอาจรู้จักกันดีมานานแล้วในนาม “มนุษย์เพนกวิน” เป็นตัวอย่างของการไม่ยอมแพ้ สู้ชีวิต คิดบวก และที่สำคัญคือ การไม่ทำตนให้เป็นภาระสังคม แต่กลับสร้างสรรค์สังคม ประเทศชาติให้งดงาม ในขีดความสามารถและข้อจำกัดด้านร่างกายของเขาเอง นายเอกชัย แม้ไร้แขนทั้งสองข้าง แต่เขากลับสามารถสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เขาจบปริญญาตรีคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตเพาะช่าง จากนั้นก็อาศัยวิชาชีพ ออกไปวาดรูปตามงานต่างๆ ได้รายได้มาช่วยปลดหนี้ ธ.ก.ส.ให้แม่ ปลูกบ้านหลังใหม่ให้ครอบครัว และส่งเสียเงินให้แม่ทุกเดือน สิ่งสำคัญที่สุดที่ นายเอกชัย ยึดถือเป็นแนวทางการดำรงชีวิต ก็คือ “โอกาสคนเราไม่เท่ากัน ต้องใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์มากที่สุด” ส่วนการทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้แก่ “ทำกันคนละนิด พอรวมกัน มันก็เยอะเอง” และทวงถามสำนึกความเป็นคนไทยว่า “มือของพวกคุณ ทำอะไรให้ประเทศดีขึ้นบ้าง”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ขอให้พี่น้องทุกท่าน กลับมาสำรวจความพร้อมของตนเอง สำรวจว่า วันนี้เราได้ทำอะไร ที่เป็นประโยชน์ เพื่อประเทศชาติ หรือส่วนรวมหรือยัง โดยเฉพาะกับผู้ที่ยังหลงผิด ไม่หวังดีกับประเทศชาติ คอยบ่อนทำลาย สร้างสถานการณ์ ประสงค์ร้าย ต้องการให้กลับไปสู่ความขัดแย้ง เหมือนที่ผ่านมา ด้วยเหตุผลใดก็ตามขอให้หันกลับมาใช้ศักยภาพของท่านในทางสร้างสรรค์ พัฒนา ปฏิรูปประเทศ ให้ความร่วมมือกัน กฎหมายก็คือกฎหมาย แต่เราเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ความร่วมมือกับทางการ ยุติความขัดแย้ง ร่วมมือในการปฏิรูป เดินหน้าประเทศไทยมันต้องมีกติกา ถ้าจะปฏิรูปให้ได้ต้องยอมรับกติกา รัฐธรรมนูญจะเขียนอย่างไร ถ้าไม่ทำไม่ร่วมมือมันก็ไปไม่ได้อยู่ดี อยากเตือนว่า ประเทศเพื่อนบ้านเขาไม่รอคอยเรา ประชาคมโลกเขาก็มีการพัฒนาก้าวหน้าไปทุกประเทศ ยกระดับตัวเองมากขึ้นๆ เรื่อยๆ แล้วเราจะรอเขาอยู่ยังไง แล้ววันหน้าถ้าเขาแซงเราไปแล้ว เราก็จะเสียโอกาส เสียตำแหน่ง ในบทบาทสำคัญของเวทีการเมือง – เศรษฐกิจโลกได้ อย่างน่าเสียดาย

พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงความคืบหน้าการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลด้วย ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการสรุปผลงานของรัฐบาลในห้วง 6 เดือน ตามแนวนโยบายการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ ของรัฐบาล 11 ด้าน ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โจทย์สำคัญของประเทศและรัฐบาล ก็คือการสร้างความสามัคคี ปรองดองกันของคนในชาติให้ได้ แล้วก็แก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งหลังจากที่ คสช. และรัฐบาล เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ก็ทำให้เศรษฐกิจจากที่ติดลบอยู่ดีขึ้น โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 57 (ต.ค. – ธ.ค. 57) เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2.3 เดิมเราตั้งไว้แค่ 2 และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ 3 (ก.ค. – ก.ย. 57) ที่ขยายตัวร้อยละ 0.6 เท่านั้น แสดงว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการที่จะพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องมีกฎ กติกาใหม่ มีการจัดทำกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศ และได้รับการยอมรับ หากเราจะแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วประชาชนก็จะได้รับผลประโยชน์ที่เท่าเทียมเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำด้วยเหล่านี้ กำลังเดินมาถูกทาง ที่ให้เราได้มีโอกาสทำงานตรงนี้ ต้องดูว่าจะร่วมมือกันอย่างไรต่อไป แก้ไขอย่างไร Road map ที่ว่าเป็นอย่างไร จะปฏิรูปได้หรือไม่ สำหรับการวางรากฐานที่มั่นคงในทุกมิติ 6 เดือนที่ผ่านมานั้น รัฐบาลดำเนินการไปแล้วเบื้องต้น แล้วก็พร้อมจะส่งต่อให้รัฐบาลต่อๆ ไป ถ้าสามารถได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล แล้วก็ยอมรับในกติกา เรื่องการปฏิรูป เราก็สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ของประเทศ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ในทุกระดับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงสร้างคมนาคมพื้นฐาน ทั้งในเมืองและระหว่างเมือง ขนส่งสินค้าผลผลิตทางการเกษตรและโรงงาน – นิคมอุตสาหกรรม จากแหล่งผลิตสู่เมืองหลวง เมืองสำคัญ เมืองท่า เมืองการค้าชายแดน รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวและการเชื่อมโยงเมืองสำคัญของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลได้จัดทำแผนพัฒนานาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย 7 ปี พ.ศ. 2558–2565 ก็ทำเป็นรายปีไป โดยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ภายในปี 2558 อาทิ การพัฒนาโครงข่ายรถไฟระหว่างเมืองจะมีการส่งมอบรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) 489 คัน (จาก 3,183 คัน) ในเดือน ก.ค.58 โครงการ Motorway 3 เส้นทาง ได้แก่ บางปะอิน – นครราชสีมา (196 กม.) บางใหญ่ – กาญจนบุรี (96 กม.) และ พัทยา – มาบตาพุด (32 กม.) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม สำรวจ ออกแบบเส้นทาง ฯลฯ เพื่อลงมือก่อสร้างทันทีให้พร้อมใช้งานในปี 2562

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า โครงการรถไฟฟ้าใน กทม. และปริมณฑล 10 เส้นทาง 464 กม. โดยสายสีน้ำเงินตะวันออกเปิดให้บริการแล้ว สายสีม่วงเหนือจะเปิดบริการในปีหน้า สายสีน้ำเงินตะวันตกและสายสีเขียวใต้ อยู่ระหว่างก่อสร้าง จะแล้วเสร็จตามกำหนด พร้อมใช้งานในปี 63 ส่วนสายที่เหลือ 6 สาย อยู่ระหว่างการดำเนินการตามขั้นตอน จนแล้วเสร็จในปี 63 ทั้งหมด โครงข่ายรถไฟทางคู่ระหว่างเมือง ระยะเร่งด่วน 6 เส้นทาง 903 กม. ได้แก่ เส้นทางฉะเชิงเทรา–คลอง 19–แก่งคอย (106 กม.) เส้นทางมาบกะเบา–ถนนจิระ (132 กม.) เส้นทางถนนจิระ–ขอนแก่น (185 กม.) เส้นทางลพบุรี–ปากน้ำโพ (148 กม.) เส้นทางประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร (167 กม.) และเส้นทางนครปฐม–หัวหิน (165 กม.) ทั้งหมดจะเริ่มก่อสร้างในปี 58 โดยประมาณ และจะแล้วเสร็จในปี 61 และระบบขนส่งโดยสารทางน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ให้สามารถรองรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวได้ 200,000 คน/วัน และเชื่อมโยงการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทได้ โดยยกระดับท่าเทียบเรือ ทั้ง 19 แห่งเป็นสถานีเรือ

“โครงการทั้งปวงที่กล่าวมานั้น นับเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจของเรา ทั้งภายใน และระหว่างประเทศ ที่รัฐบาลนี้ได้ริเริ่ม เร่งรัด ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ในอนาคตอันใกล้ คือต้องบอกประชาชนให้ทราบไว้ก่อนนะ ไม่ใช่มาบอกทีหลัง จะทำอะไรต้องบอกก่อน แล้วก็มั่นใจว่าถ้าทำสำเร็จ ก็จะเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามาบอกทีหลัง ก็เหมือนกับเราไปงุบงิบๆ ทำ ผมก็บอกมาตลอดขอให้เข้าใจด้วย เราจะต้องยกฐานะขีดความสามารถในการแข่งขันของเราให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจ ในภูมิภาค และในเวทีโลกให้ได้” พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ

พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบยกบทความที่ระบุถึงนิสัยที่ไม่ดีของคนไทยมากล่าวด้วย ว่า มีบทความกล่าวถึงนิสัยที่ไม่ดีของคนไทยส่วนหนึ่ง อาทิ ไม่ชอบศึกษาอะไรที่เป็นรายละเอียด ที่มีปลีกย่อยมากๆ แล้วก็เร่งรีบวิจารณ์ไปก่อน เช่นพูดเรื่องภาษี ก็โวยมาก่อนว่าเก็บเงินอีกแล้วอะไรทำนองนี้ไม่ดูว่าดีหรือไม่ดี จำเป็นต่อประเทศหรือเปล่า ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร พอเห็นพาดหัวข่าวจากสื่อค่อนข้างจะเลือกข้างบ้างอะไรบ้าง หรือหัวเว็บไซต์ต่างๆ ก็ด่ารัฐบาลบ้างด่าคนคิดบ้างอะไรบ้าง คือยังไม่รู้เลยว่าเขาจะทำเพื่ออะไร ส่วนนักการเมืองที่เป็นนักเลือกตั้ง คนดีๆ มีเยอะ แต่บางคนก็ยังใช้วิธีการเดิมๆ วันๆ ก็ตั้งหน้าตั้งตารอว่าใครจะพลาดตรงไหนจะเก็บคะแนนได้ตรงไหน ฉวยโอกาสโจมตีทุกคนที่พลาด ไม่ว่าจะนักการเมืองด้วยกัน ไม่ว่ารัฐบาล หรือใครก็แล้วแต่ ตั้งใจจะมาทำความดีก็ด่าไปหมดนะ ใช้วาทกรรมเจ็บๆ

“ถ้าเราต้องการให้ประเทศก้าวหน้า ต้องปฏิรูปคน 2 พวกนี้ก่อน นิสัยที่ไม่ดี คือ นิสัยไม่ศึกษาให้ละเอียดแล้วก็ตำหนิติเตียน อันที่สองคือไม่นึกถึงสังคมส่วนรวม แล้วไปสร้างวาทกรรมผิดๆ ออกมา แล้วก็ติไว้ แล้วประเทศชาติจะไปตรงไหนสร้างแนวร่วมว่าไปก่อน ถึงแม้ว่ารัฐบาลนี้ ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็ยังต้องการความร่วมมือในการแก้ปัญหา ท่านก็พยายามสร้างความเข้าใจผิดไม่คำนึงถึงผลเสียต่อประเทศชาติและประชาชน” นายกรัฐมนตรี กล่าว.

“ประยุทธ์” ปัด 8 กฎเหล็กรัฐทำสงกรานต์หงอย ชู “มนุษย์เพนกวิน” สร้างประโยชน์แม้ไร้แขนขา ติง พวกบ่อนทำลายชาติ ชี้ เคารพกติกาหากอยากปฏิรูป เชื่อมั่น เมกะโปรเจกต์คมนาคม “รถไฟฟ้า-มอเตอร์เวย์” แล้วเสร็จภายในปี 63… 17 เม.ย. 2558 19:22 17 เม.ย. 2558 20:42 ไทยรัฐ