วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรมศุลฯ ยึดงาช้างค่า 1.2 ล้าน คาสนามบินสุวรรณภูมิ

กรมศุลฯ ยึดงาช้างค่า 1.2 ล้าน คาสนามบินสุวรรณภูมิ

  • Share:

กรมศุลกากร ตั้งโต๊ะแถลง การยึดงาช้าง 15 กิ่ง และงาช้างแปรรูป จำนวน 20 รายการ น้ำหนักรวม 29.5 กก. มูลค่า 1.2 ล้านบาท คาสนามบินสุวรรณภูมิ...

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 17 เม.ย.58 ที่กรมศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายธาดา ชุมไชโย ผอ.ส่วนสืบสวนปราบปราม 3 รักษาราชการผู้เชี่ยวชาญด้านสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร นายเดชา วิชัยดิษฐ หัวหน้าฝ่ายส่วนสืบสวนปราบปราม 1 ศุลกากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่ บก.ตม.2 ร่วมกันแถลงผลการตรวจยึดงาช้างแบบกิ่ง 15 กิ่ง และงาช้างแปรรูปแล้วส่วนหนึ่ง รวมจำนวน 20 รายการ น้ำหนักรวม 29.5 กก. มูลค่า 1.2 ล้านบาท

งาช้างที่สามารถยึดได้ คาสนามบินสุวรรณภูมิ

นายธาดา กล่าวว่า งาช้างทั้งหมดที่ถูกยึดได้ในครั้งนี้ถูกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ที่มีป้ายชื่อระบุ นายบูวันทัง (BUWANTHUONG) ชาวเวียดนาม ต้นทางมาจากเมืองลูอันดา ประเทศแองโกลา ปลายทางเมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา โดยสายการบินเอธิโอเปียนแอร์ไลน์ เที่ยวบิน ET618 ซึ่งจะต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ไทยก่อน ซึ่งกระเป๋าใบดังกล่าวกลับตกหล่นอยู่บนสายพานลำเลียงกระเป๋าเข้าประเทศไทย ซึ่งผิดขั้นตอนเพราะกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องบิน (Transit) จะไม่ถูกส่งเข้าประเทศ ทางเจ้าหน้าที่พบพิรุธจึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาเจ้าของกระเป๋า เบื้องต้นไม่พบว่าเดินทางเข้ามายังประเทศไทย จึงเปิดกระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวตรวจสอบ ก็พบงาช้างจำนวนดังกล่าวซุกซ่อนอยู่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ เนื่องจากเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 และอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือไซเตส พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ.2499 พ.ร.บ.งาช้าง 2558 และติดตามตัวเจ้าของกระเป๋าเดินทางใบดังกล่าวมาสอบสวนต่อไป

กรมศุลกากร ตั้งโต๊ะแถลง ยึดงาช้าง 15 กิ่ง และงาช้างแปรรูป จำนวน 20 รายการ น้ำหนักรวม 29.5 กก. มูลค่า 1.2 ล้านบาท

นายธาดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย ที่มีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เป็นเจ้าภาพนำส่งต่อคณะกรรมการไซเตสเมื่อ 31 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ในส่วนของศุลกากรได้ส่งแผนการปฏิบัติตรวจเข้ม ณ จุดนำสินค้าเข้าและออก โดยทำหนังสือเวียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท่าเรือแหลมฉบัง/ท่าเรือกรุงเทพ ให้ใช้เทคโนโลยีที่มีมาตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงสนามบินทั่วประเทศและจุดผ่านด่านเข้า-ออกของไทยตามชายแดนด้วย ซึ่งคาดว่าแผนปฏิบัติดังกล่าวจะสามารถสกัดกั้นไม่ให้มีการนำเข้า-หรือส่งออกสินค้าต้องห้ามประเภทนี้ได้และเป็นที่น่าพอใจต่อการพิจารณาของคณะกรรมการไซเตส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้