วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เป็นทุกข์เพราะกลัวคนหัวเราะเยาะ

เป็นทุกข์เพราะกลัวคนหัวเราะเยาะ

โดย ครูเคท
19 เม.ย. 2558 06:05 น.
  • Share:

พูดอังกฤษไม่ได้เพราะอายคนหัวเราะ สาเหตุที่คนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ทั้งๆ ที่เรียนกันมาตั้งแต่เล็กจนโต ก็คือ ความกลัวพูดผิด อันนำไปสู่การหน้าแตกและรู้สึกอับอายขายหน้า

วันนี้ครูเคททำ language coaching ให้กับนักเรียนคนหนึ่งที่เป็นทายาทรุ่นสองของกิจการใหญ่แห่งหนึ่ง เจ้าตัวบอกว่าตัวเองฟังออกแต่ที่ไม่กล้าพูด เพราะถ้าพูดผิดแล้วจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาลูกค้าและลูกน้อง เขาเล่าให้ฟังว่าวันหนึ่งได้เจรจาการค้ากับลูกค้าต่างชาติที่ออฟฟิศของเขา วันนี้อากาศร้อนอบอ้าว ลูกค้าจึงขอให้เขาปรับแอร์ขึ้นหน่อย "Can you turn the air conditioner up a bit?" หมายความว่าให้เร่งความเย็นของแอร์ คือลดอุณหภูมิแอร์ลงนั่นเอง เมื่อได้ยินดังนั้น เขาจึงกดรีโมตแอร์ให้อุณหภูมิสูงขึ้น นั่งคุยต่อสักครู่ ลูกค้าเหงื่อแตกพลั่ก ถามขึ้นอีก เขาถึงได้เข้าใจว่าเขาฟังผิดจึงเพิ่มอุณหภูมิให้ร้อนขึ้นแทนที่จะให้เย็นลง พอรู้เรื่องแล้วทุกคนในห้องประชุมก็พากันหัวเราะ เขาก็เลยปรับลดอุณหภูมิลง พอถามว่าเขารู้สึกหน้าแตกอับอายขายหน้าตอนไหน เขาบอกว่าตอนที่ทุกคนหัวเราะ

ปัญหาของคนไทยก็คือเรามักตีความการหัวเราะของผู้อื่นว่าเป็นการตำหนิดูถูกความผิดพลาดของเรา ลองตั้งสติว่าเราอยู่ในเหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างมานี้ เราก็คงหัวเราะไปกับเขาด้วย แต่เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่มีใครฉุกคิดมาก่อน เรารู้สึกขำเพราะเราไม่ได้คาดคิดมาก่อน แต่เราไม่ได้ขำเพราะรู้สึกตำหนิหรือดูถูกความรู้ของชายคนนั้น แต่หากเราเป็นชายคนนั้น เรากลับมีแนวโน้มที่จะตีความการหัวเราะของผู้อื่นว่าเขากำลังดูถูกเรา การมองโลก มองเหตุการณ์สถานการณ์ต่างๆ อย่างนี้ เราเรียกว่าการมองแบบเอามีดแทงตนเอง คือมองแบบทำให้ตัวเราเองเป็นทุกข์ แทนที่จะมองแบบเข้าใจตัวเองและผู้อื่นอย่างที่เป็นจริง

สาเหตุที่คนไทยมักรู้สึกกลัวผู้อื่นหัวเราะเยาะ ทั้งๆ ที่จริงๆ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่คนอื่นจะมาดูถูกเรานั้น เป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้ทำอะไรตามๆ กัน คนที่ทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นจะถูกมองว่าไม่เข้าพวก ทำให้คนไทยจึงมีกลไกที่ทำให้ตัวเองกังวลใจอัตโนมัติว่าฉันกำลังทำอะไรไม่เหมือนคนอื่นอยู่หรือเปล่า บางคนกังวลหนักๆ เข้าก็เลยพยายามแหกคอกด้วยการทำอะไรตรงกันข้ามกับชาวบ้าน คือเรียกว่าทำประชดมันไปเลยให้สะใจ จริงๆ แล้วจะกังวลหรือประชด มันก็ไม่ดีต่อสุขภาพจิตและการมองตนเองของเราเท่าไหร่หรอกค่ะ หากเราจะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขแล้ว เราไม่ควรคอยแต่จะเปรียบเทียบตัวเราเองกับคนอื่น แต่ควรเข้าใจว่าตัวเองกำลังทำอะไร ชอบอย่างไร รู้สึกอย่างไร และยอมรับความเป็นตัวเอง หากอดไม่ได้ที่จะเปรียบเทียบ ก็ให้เปรียบเทียบกับตนเองเท่านั้นว่าเราทำอะไรแล้วรู้สึกอย่างไร อย่าเทียบว่าดีหรือไม่ดี แต่ให้เทียบว่าแต่ละครั้งที่ทำเราได้เรียนรู้อะไรบ้าง เช่น อย่ามัวเปรียบเทียบว่าการพูดภาษาอังกฤษกับลูกค้าครั้งก่อนดีกว่าครั้งนี้ แต่ให้ถามตัวเองว่าเราได้เรียนรู้อะไรจากการคุยกับลูกค้าครั้งก่อนกับครั้งนี้ เป็นต้น
ใครหยุดแทงตัวเองได้ ก็จะพูดภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศอื่นๆได้คล่องและสนุกกับการสนทนาค่ะ....

ท่านใดรู้สึกกังวลกับสายตาของผู้อื่น เข้ามาทำ counseling รับคำปรึกษากับครูเคทได้นะคะ ที่ KruKate Counseling Center นัดคิวรับคำปรึกษา โทร. 0814581165 หรือเข้าไปสอบถามปัญหาพูดคุยกันได้ใน แฟนเพจ www.facebook.com/kateinspirer นะคะ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้