วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแล้วแก๊งลัก ‘ผีตายโหง’ ซัดพระใช้ให้ขุดศพ เอาไปทำพิธีขอหวย

ตร.อุดรฯ ตามรวบแก๊งลัก ‘ผีตายโหง ’เป็นชาวบ้าน 4 คน สารภาพขุดจากป่าช้า 2 แห่ง ซัดทอดพระธุดงค์เป็นคนใช้ตะขอเกี่ยวศีรษะศพไปทำพิธีขอหวย งวดแรกถูกเลยไปลักอีกรวม 4 ศพ ส่วนพระยังปากแข็ง รอง ผบ.ตร.รุดแถลงข่าวด้วยตัวเอง

กรณีมีแก๊งลักศพ ‘ผีตายโหง’ ในป่าช้าบ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี และป่าช้าเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี รวม 4 ศพ ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าต้องเป็นแก๊งลักศพนำไปทำพิธีทางไสยศาสตร์ และก่อนหน้านั้นได้มีพระธุดงค์จาก จ.บุรีรัมย์ ชอบพูดจาโอ้อวดว่าเป็นจอมขมังเวท มาป้วนเปี้ยนอยู่ในหมู่บ้านแล้วหายตัวไป ตำรวจจึงออกตามหาตัวพระรูปดังกล่าว เพื่อค้นหาความจริงในเรื่องนี้

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย.58 พ.ต.ท.พรพิชิต สุปัญญา รอง ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.ต.มานิตย์ แก้วเจริญ สว.สส.ภ.จ. อุดรธานี ได้เข้านิมนต์พระอุ่น อธิโญ อายุ 65 ปี หรือนายอุ่น อุ่นเรือน อยู่บ้านเลขที่ 139 หมู่ 7 ต.คูเมือง อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ขณะจำพรรษาที่วัดป่าธรรมเจริญ บ้านเมืองเก่า ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยลักศพในป่าช้าบ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 2 ศพ และป่าช้าบ้านเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี 2 ศพ รวมเป็น 4 ศพ ไปโรงพักเพื่อสอบสวน

พระอุ่น เล่าว่า บ้านเดิมอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป หลังภรรยาเสียชีวิตจึงเดินทางมาทำงานที่ จ.อุดรธานี และตัดสินใจบวชเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2556 จำพรรษาที่วัดบ้านหนองตะไก้ ต.หนองตะไก้ อ.หนองบุนนาก จ.นครราชสีมา จากนั้นได้เดินธุดงค์ไปที่ จ.จันทบุรี และธุดงค์กลับมาภาคอีสาน ปักกลดอยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านผาสุก ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ประมาณ 1 เดือน ตลอดระยะเวลาที่อยู่สำนักสงฆ์มีชาวบ้านมาขอให้ตนบอกหวย ซึ่งก็บอกให้ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง คละเคล้ากันไป

ต่อมาได้มาจำพรรษาที่วัดป่าบ้านดงยาง ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ประมาณ 1 เดือน ได้มี นายอุดม แสงแก้ว อายุ 65 ปี ชาวบ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี พร้อมเพื่อน 3 คน มานิมนต์ให้ตนไปขอหวยกับเด็กตกน้ำตายในป่าช้าบ้านเชียงแหวในตอนกลางคืน ตนได้เข้าไปนั่งสวดที่หลุมศพ 2 หลุม สวดอิติปิโส 108 และประชุมเทวดา เดินจงกรม หว่านข้าวสาร แล้วอธิษฐานขอให้ดวงวิญญาณมาเข้าฝันบอกหวย เสร็จก็ออกมาจากป่าช้าโดยไม่ได้ขุดหลุมศพ จนกระทั่งย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าธรรมเจริญบ้านเมืองเก่า ต.พันดอน

จากนั้น วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา นายอุดมได้มาหาตนอีก บอกว่าจะขอนิมนต์ตนไปอยู่ที่วัดโนนสา ต.นาม่วง และได้พาไปดูวัด เมื่อไปดูวัดก็รู้สึกชอบและตอบตกลงจะมาอยู่ พอตกค่ำ นายอุดม พร้อมพวก 3 คนจึงพาไปทำพิธีขอหวยกับผีตายโหงที่ป่าช้าบ้านโนนสา โดยไม่ได้แตะต้องศพแต่อย่างใด จนกระทั่งดึก หลังจากนั้นนายอุดมก็ไม่ได้มานิมนต์ตนไปอยู่ที่วัดบ้านโนนสา ส่วนเรื่องศพหายนั้นตนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าจะเอาศพไปทำอะไร

ด้าน พ.ต.ท.มานิตย์ แก้วเจริญ สว.สส.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวว่า จากการสอบสวน พระอุ่น ยังให้การสับสนวกไปวนมา และให้การภาคเสธว่า ได้เข้าไปทำพิธีขอหวยในป่าช้าจริง แต่ไม่ได้ขโมยศพ บางครั้งก็บอกว่าขุดศพขึ้นมาทำพิธีจริง เสร็จแล้วได้นำศพไปทิ้งน้ำ แต่ไม่รู้ว่าทิ้งจุดไหน จำไม่ได้ ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของพระอุ่น แต่เชื่อว่าต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องศพหายแน่นอน เพราะจากการสืบสวนพระอุ่นมีนิสัยชอบพูดจาโอ้อวด ว่ามีวิชาอาคม ขมังเวท สามารถทำพิธีขอหวยจากศพผีตายโหงได้ ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ และมีคอหวยแวะเวียนมาหาเพื่อขอหวยตลอด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร.(ปป.2) พล.ต.ท. บุญเลิศ ใจประดิษฐ์ ผบช.ภ.4 ได้เดินทางมาที่ บก.ภ. อุดรธานี เพื่อฟังสรุปความคืบหน้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.สมเกียรติ เกิดจงรักษ์ พ.ต.อ.จักฎ์กฤษณ์ จันทรรัตน์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.อุดรธานี พ.ต.อ.นวาระ จันนาวัน ผกก.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม รายงานเหตุแห่งคดีและความคืบหน้า ภายหลังจากได้นำตัว นายอุดม แสงแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 หมู่ 4 ต.โนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี นายขุนทอง เกตุหนู อายุ 32 ปี นายวรพงษ์ เสนาพล อายุ 20 ปี และนายไวพจน์ ขยายชน อายุ 48 ปี ราษฎร หมู่ 11 ต.เชียงแหว ชาวบ้านที่พระอุ่น อธิโญ อายุ 65 ปี ชวนไปทำพิธีขอหวยในป่าช้าบ้านเชียงแหวและป่าช้าบ้านโนนสา มาสอบสวน โดยแยกสอบปากคำ

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า จากการสอบสวนนายไวพจน์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นญาติเด็กที่จมน้ำเสียชีวิต นายขุนทอง กับนายวรพงษ์ มาจ้างให้ตนไปชี้หลุมศพเด็กในป่าช้า โดยจ้างเป็นเหล้าขาว 20 บาท บอกว่าจะไปทำพิธีขอหวยเท่านั้น ตนจึงได้เข้าไปชี้ให้ แต่ไม่ได้อยู่ตอนทำพิธี ส่วนนายขุนทองและนายวรพงษ์ ให้การรับสารภาพซัดทอดว่า พระอุ่นใช้ให้ขุดหลุมศพ เมื่อเห็นศพแล้วพระอุ่นได้ใช้ตะขอเกี่ยวเอาแต่ศีรษะศพขึ้นมาใส่ย่าม แล้วพากันกลับออกมาโดยไม่ได้ฝังกลบหลุมให้เรียบร้อย

นายวรพงษ์ และนายขุนทอง ยังให้การด้วยว่า เมื่อกลับมาถึงวัดก็นำเอากะโหลกมาสวดทำพิธีกันบนกุฏิ เพื่อขอหวย เมื่อหวยออกมาปรากฏว่าถูกหวย จึงติดใจและย่ามใจชวนกันไปลักลอบขโมยศีรษะศพตายโหงในป่าช้าบ้านโนนสามาทำพิธีขอหวยอีกรวมเป็น 4 ศพ แต่ระยะหลังไม่ถูกหวย พระอุ่นและนายอุดม จึงใช้ให้พวกตนนำกะโหลกที่ลักมาจากป่าช้าไปทิ้งน้ำในเขต อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวนายวรพงษ์ และนายขุนทองไปงมหากะโหลกที่นำไปทิ้ง โดยประสานชุดประดาน้ำมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมไปงมหากะโหลกของกลาง

"เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ เป็นเรื่องที่สร้างความหวาดผวา ตื่นตระหนกตกใจให้คนในท้องถิ่น จนขยายไประดับประเทศ เป็นเรื่องที่ไปซ้ำเติมความเสียใจให้สมาชิกครอบครัวที่สูญเสียคนที่รักไป เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องมาเพื่อให้เดินหน้าได้เต็มตัว ชาวบ้านก็ให้การรับสารภาพ และจะนำไปงมหาของกลาง เมื่อได้ของกลางครบจะรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติหมายจับพระอุ่น ซึ่งยังปากแข็งในการปฏิเสธ ดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ต่อไป" พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าว

ตร.อุดรฯ ตามรวบแก๊งลัก ‘ผีตายโหง ’เป็นชาวบ้าน 4 คน สารภาพขุดจากป่าช้า 2 แห่ง ซัดทอดพระธุดงค์เป็นคนใช้ตะขอเกี่ยวศีรษะศพไปทำพิธีขอหวย งวดแรกถูกเลยไปลักอีกรวม 4 ศพ ส่วนพระยังปากแข็ง รอง ผบ.ตร.รุดแถลงข่าวด้วยตัวเอง 17 เม.ย. 2558 15:46 17 เม.ย. 2558 21:22 ไทยรัฐ