วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


ทางเดินของ "เมล็ดพันธุ์" ในแดนพุทธภูมิ มหัศจรรย์แห่ง "ชีวิต" (๑)

เจดีย์พุทธคยา...

“อินเดีย...เป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทุกพระองค์เลือกที่จะมาเกิด มาตรัสรู้ เพราะเป็นดินแดนที่มาแล้วไม่อยากกลับมาเกิดอีก”

ท่านเจ้าคุณ พระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าคณะพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อคราวมีการสังคายนาพระไตรปิฎกที่พุทธคยาเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่กระนั้นก็ตาม เมื่อ คุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ประธานโครงการบวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดิน และผู้ก่อตั้งเสถียรธรรมสถาน เอ่ยชักชวนให้ร่วมเดินทางไปอินเดีย เพื่อตามรอย “เมล็ดพันธุ์” เล็กๆ คือ พุทธสาวิกาน้อยกว่า 20 ชีวิต ไม่รวมพุทธสาวิกาหลากหลายวัย และอุบาสก อุบาสิกา รวมแล้ว 96 ชีวิต ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จึงตอบตกลงอย่างไม่มีความสงสัย


ไม่สงสัย เหมือนกับที่ไม่สงสัยในพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ อันเป็นสรณะสูงสุด...แห่งชีวิตของชาวพุทธ...!!!

การเดินทางของเมล็ดพันธุ์เริ่มต้นในวันที่ 31 มีนาคม 2558 เวลาตีสอง เครื่องบินของสายการบินอินดิโก บินลัดฟ้าตัดเข้าสู่เมืองกัลกัตตาของอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางจากสุวรรณภูมิสู่แดนพุทธภูมิคือชมพูทวีป เพราะระยะทางไม่ไกล แค่เทียบจากการไปกลับ กรุงเทพฯ-เชียงราย เท่านั้น

สนามบินดัมดัม เมืองกัลกัตตา เปลี่ยนแปลงไปมากในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 10 ปีนี้ อาคารสนามบินได้รับการปรับปรุงสร้างใหม่ใหญ่โต ที่ต้องพูดถึง คือห้องน้ำในสนามบินที่ดีขึ้นมาก ดูเป็นสากล แม้เรื่องกลิ่นจะยังคงเป็นสัญลักษณ์ของเมืองแขกอยู่บ้างก็ตาม


คณะพุทธสาวิกาของเสถียรธรรมสถานไม่ได้มีโปรแกรมท่องเที่ยวในเขตเมืองกัลกัตตา เพราะต้องรีบเดินทางต่อไปยังวัดไทยพุทธคยา เพื่อทำพิธีปลงผมพุทธสาวิกาที่จะบวชในดินแดนพุทธภูมิรวมถึงซักซ้อมพิธีบวชที่จะเกิดขึ้นใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ บริเวณมหาโพธิเจดีย์พุทธคยาในวันรุ่งขึ้นด้วย

ระหว่างการเดินทางจากกัลกัตตาสู่พุทธคยา การเรียนรู้โลกและธรรมของพุทธสาวิกาน้อยดำเนินไปอย่างเบิกบานในจิตเด็กๆ ได้มองเห็นวิถีชีวิตยามเช้าของคนอินเดีย ตั้งแต่การต้อนวัวไปกินหญ้า บ้านที่ใช้ขี้วัวมาแปะผนังบ้าน ร้านขายหมากหรือที่คนอินเดียเรียกว่า “ปาน” (PAN) ที่มีอยู่เรียงรายตลอดเส้นทาง เพราะหมากนั้นเป็นเสมือนวัฒนธรรมดั้งเดิมที่คนอินเดียยังคงรักษาไว้ คนอินเดียไม่ว่าเศรษฐีหรือขอทาน ต่างชั้นวรรณะขนาดไหนก็ยังนิยมเคี้ยวหมากเป็นวิถีชีวิตที่ไม่เคยเปลี่ยน นอกจากนี้ตามรายทางยังมีทั้งร้านขายไก่ ขายแพะ แบบที่ฆ่ากันสดๆ ริมถนน รวมไปถึงร้านตัดผมข้างทางที่ไม่ต่างจากเพิงเล็กๆในทุ่งนาบ้านเรา

แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของเด็กๆ เห็นจะเป็นการเข้าห้องน้ำ ที่แม้รถบัสจะจอดให้แวะเข้าห้องน้ำที่มีผนังกั้นปิดมิดชิดในครั้งแรก แต่เด็กๆ กลับตื่นเต้นกับห้องน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีท้องฟ้าเป็นหลังคา มีทุ่งข้าวสาลีเป็นฉากกั้น และมีผืนดินที่แห้งแตกระแหงเป็นดั่งโถส้วมรองรับอาหารเก่าจากกายอันเน่าเหม็นของมนุษย์ รถแล่นมาได้สักระยะ ความอ่อนเพลียจากการเดินทางยามดึกเมื่อคืน ทำให้บรรดาพุทธสาวิกาตัวเล็กๆ หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “แม่ชีน้อย” สลบไสลหลังคลายความตื่นเต้นกับสิ่งที่มองเห็นตลอดสองข้างทาง จนล่วงใกล้เวลาเพล ทั้งหมดจึงตื่นขึ้น และ เริ่มต้นช่วยกันแจกอาหารเพลบนรถ ที่เตรียมจากเมืองไทย

ฉันเพลเสร็จ เด็กๆ เริ่มต้นร้องเพลง ธรรมะอย่างสนุกสนาน เรียนรู้ธรรมผ่านบทเพลงแห่งสติ ที่ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นเส้นทางของเมล็ดพันธุ์ที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้ดีกว่าวิธีการอื่นๆ

9 ชั่วโมงกับชีวิตบนรถและสองข้างทางจากกัลกัตตา เราก็มาถึงพุทธคยา ดินแดนแห่งการตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า....


ท่านเจ้าคุณอาจารย์พระเทพโพธิวิเทศ เตรียมทั้งปานะ ที่หลับที่นอนไว้ต้อนรับบรรดาพุทธสาวิกา รวมถึงอาคารพัก “โพธิวิเทศ” ซึ่งเป็นอาคาร 3 ชั้น หลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จและดูเหมือนว่าท่านเจ้าคุณอาจารย์จะเพิ่งเร่งระดมคนมาเทปูนพื้นทางเดินเสร็จเมื่อช่วงตีสามของ
คืนที่ผ่านมานี้เอง เพื่อเตรียมรับคณะของเรา น่าตื่นเต้นไม่น้อย...!!

พิธีปลงผมพุทธสาวิกา 2 คน มีขึ้นที่ใต้ต้นโพธิ์ 935 ภายในวัดไทยพุทธคยา ต้นโพธิ์ที่ท่านเจ้าคุณบอกว่าจำลองมาจากต้นพระศรีมหาโพธิ ที่พุทธคยา ส่วนที่ใช้รหัสว่า 935 นั้นก็มาจากเลข 9 ถือเป็นเลขมงคลยิ่งใหญ่ ที่บอกว่าชีวิตคนเรานั้นทำอะไรต้องก้าวไปข้างหน้า เป็นเลขสูงสุด ก้าวไปให้สูงที่สุด ส่วน 35 เป็นเลขอายุที่พระพุทธองค์ตรัสรู้เมื่ออายุ 35 ปี

1 เมษายน 2558 พิธีบวชพุทธสาวิกา จำนวน 33 คน ที่นอกจากจะเป็นการบวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แล้วการบวชครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของงานการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์เล็กๆ ให้เติบโตงอกงามในธรรมด้วยสติและปัญญาเป็นการขัดเกลาใจ ให้ได้พบกับความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต”


มีคำถามว่า ทำไมต้องไปบวชไกลถึงประเทศอินเดีย...

แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต บอกว่า ที่ต้องมาบวชที่อินเดีย เพราะอินเดีย คือแผ่นดินของพ่อ ที่ลูกสาวต้อง เดินทางไปเรียนรู้ การให้เด็กได้เรียนรู้สังเวชนียสถานในสถานที่จริง สิ่งแรกที่เกิดขึ้น คือ เด็กจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว พระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ไม่ได้เป็นเทพหรือเทวดา ได้เห็นสถานที่ประสูติ บ่อน้ำที่พระองค์ทรงสรงสนานครั้งแรก และได้เห็นว่ากรุงกบิลพัสดุ์มีอยู่จริง ทุกอย่างเป็นเรื่องจริงทั้งหมดไม่ใช่นิยาย

“แม่เชื่อว่า เวลาเพียง 12 วันในอินเดีย จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สามารถเปลี่ยนรหัสชีวิตในเด็กได้ การบวชพุทธสาวิกาสองแผ่นดิน ถือเป็นการลงทุนครั้งสำคัญให้แก่โลก เพื่อดับอวิชชาและทำให้โลกเปลี่ยนแปลงในทางที่ควรจะเป็น”

ทางเดินของเมล็ดพันธุ์คือบรรดาพุทธสาวิกาทั้ง 33 ชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น 22 จุด 7 เมือง คือเป้าหมายของการเดินทาง

แต่การเป็นอิสระจากความทุกข์...มีชีวิตอย่างไม่ตกเป็นเหยื่อ มองโลกอย่างที่โลกเป็น คือเป้าหมายสูงสุดของการมีชีวิตอยู่นับจากนี้...!!

17 เม.ย. 2558 10:03 17 เม.ย. 2558 10:15 ไทยรัฐ