วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีหลีกเลี่ยงโรคหัวใจ

โดย ซูม

แม้ผมจะออกจากโรงพยาบาลรามาธิบดีกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้หลายวันแล้ว แต่ก็ยังต้องถือว่าเป็นคนป่วยอยู่ เพราะยังเดินเหินไม่ถนัด และยังต้องบริหารปอดด้วยการสูดลมผ่านเจ้าเครื่อง “ของเด็กเล่น” ทุกๆชั่วโมงเช่นเดิม

ยังต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอีกหลายสิบข้อด้วยความไม่ประมาท

แต่มีอยู่ข้อหนึ่ง โรงพยาบาลแนะนำว่าอย่าทำงานหนักในช่วงนี้ แต่เพื่อไม่ให้เหงา ก็อ่านหนังสือไป ดูทีวีไป หรือจะ เขียนจดหมาย ก็ได้

ผมชอบมากเลยครับ ข้อแนะนำข้อนี้ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ด้วยการเขียนจดหมาย (คอลัมน์) มาถึงท่านผู้อ่านทุกวันนี่แหละ

ผมขอจบบันทึกว่าด้วยการไปผ่าตัดบายพาสหัวใจเอาไว้เพียงวันนี้เท่านั้น เพราะตั้งใจว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป จะกลับเข้าสู่มิติเดิม คือเขียนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดยทั่วไป เช่นเดียวกับเพื่อนฝูงคอลัมน์อื่นๆ

หวังว่าบันทึกชุดนี้ของผมจะมีส่วนช่วยสร้างขวัญ สร้างกำลังใจแก่ท่านที่จะเข้ารับการผ่าตัดบายพาส หรือแม้แต่ญาติๆ ของผู้จะเข้ารับการผ่าตัดได้บ้างไม่มากก็น้อย

ขอให้เชื่อเถอะว่าคุณหมอสมัยนี้เก่ง และการผ่าตัดหัวใจก็เป็นเรื่องปกติ และเครื่องไม้เครื่องมือตลอดจนตัวยาที่จะใช้ในระหว่างผ่าตัดก็ก้าวหน้าไปมาก ทำให้มีอัตราเสี่ยงเพียง 2-3 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมบอกไว้

ขอให้เราเตรียมกายและเตรียมใจให้พร้อม ปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัด...ทุกสิ่งทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี

จากข้อมูลล่าสุด โรคหลอดเลือดตีบตันยังเป็นสาเหตุสำคัญของการตายของมนุษย์ทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศพัฒนาแล้ว โรคนี้เป็น โรคอันดับ 1 เลยครับที่คร่าชีวิตของประชากรผู้อยู่ดีกินดีของประเทศนั้น

สำหรับบ้านเราถือเป็นการเสียชีวิตอันดับ 3 รองจากโรคมะเร็ง และอุบัติเหตุ

จริงๆแล้วโรคนี้ป้องกันได้ และจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ามนุษย์ทุกคนรู้จักอยู่ รู้จักกิน และรู้จักใช้ชีวิตที่ไม่สมบุกสมบันจนเกินไปนัก

ถ้าเราเลือกรับประทานอาหารเฉพาะที่เป็นประโยชน์ อย่ารับประทานทุกอย่างที่ขวางหน้า เสร็จแล้วก็ออกกำลังกายกันบ้าง ก็จะช่วยได้เยอะ

ขณะเดียวกันก็อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการสูบบุหรี่จัด ดื่มสุราจัด...รวมไปถึงอย่าเครียดจัด เพราะความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้

ผมเองที่ต้องมาเจอวิบากกรรมคราวนี้ ก็เพราะการใช้ชีวิตตรงข้ามกับข้อห้ามทุกข้อ เพิ่งจะมาหย่อนลงบ้าง หรือเลิกเด็ดขาดในช่วงหลังๆ แม้จะทำให้ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยกรรมเก่า อันหมายถึงการกระทำต่างๆ ที่ทำร้ายตัวเองในอดีตได้อยู่ดี

เพราะฉะนั้น ช่วยกันป้องกันและดูแลตัวเองเอาไว้ก่อนตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว จึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

ก่อนจบบันทึกชุดนี้ ผมขอขอบคุณคุณหมอ สุชาต ไชยโรจน์ ผู้ลงมือคนที่ 1 คุณหมอ อ้อมใจ รัตนานนท์ ผู้ลงมือคนที่ 2 และ คุณหมอยุทธพล ปัญญาคำเลิศ วิสัญญีแพทย์ ตลอดจนคุณหมอและพยาบาลทุกท่านในห้องผ่าตัด เมื่อเช้าตรู่ถึงเที่ยงเศษ วันเสาร์ที่ 4 เมษายน

ขอบคุณหลานๆ พยาบาลของห้อง CCU ชั้น 9 ตึกสมเด็จพระเทพรัตน์ ที่ชอบเรียกผมว่า “คุณตา” มากกว่า “คุณลุง” เป็นทีมที่ผมทึ่งมากและภาคภูมิใจมาก ที่ทุกๆคนทำหน้าที่อย่างชนิดเกินกว่า 100 เปอร์เซ็นต์

เป็นตัวอย่างของการทำงานแบบเป็นทีม บวกด้วยการทำด้วยใจ แม้จะได้เงินเดือน แต่ก็ต้องถือว่ามีจิตอาสาอย่างยิ่งจึงจะสามารถทำได้อย่างที่หลานๆเหล่านี้ทำอยู่

ผมไม่ได้บอกใครว่าผมเป็น “ซูม” ไทยรัฐ ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใครมาจากไหน ท่านคณบดี วินิต พัวประดิษฐ์ ท่านก็เพิ่งมาทราบในวันที่ผมออกจาก CCU ไปอยู่ห้องปกติเรียบร้อยแล้ว

ทำให้เชื่อได้ว่าทุกบริการที่ผมได้รับ เป็นบริการที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นการจัดฉากขึ้นชั่วครั้งชั่วคราวอย่างแน่นอน

สุดท้ายผมหวังว่าการผ่าตัดของผมครั้งนี้ คงจะผ่านพ้นไปด้วยดี เพราะยังต้องฟื้นฟูกันอีกขนานใหญ่ จึงยังประมาทไม่ได้ และไม่อยากบอกว่าผมหายดีแล้ว

สำหรับผู้ที่จะเข้ารับการผ่าตัดในวันนี้ หรือในวันข้างหน้า ผมขอให้กำลังใจและขอให้ผ่านการผ่าตัดไปด้วยดี

แต่ที่ดีที่สุดก็คือ การไม่เป็นโรคนี้เลย และท่านสามารถหลีกเลี่ยงได้ หากรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และไม่ใช้ชีวิตที่สมบุกสมบันเกินไป ดังที่กล่าวไว้แล้ว

ช่วยกันถนอมหัวใจดวงน้อยๆ ของท่านผู้อ่านทุกท่านไว้ อย่าให้เจอมีดผ่าตัดนะครับ...เพราะไม่ว่าจะผ่าแบบไหน...หยุดหัวใจไว้ก่อน...หรือไม่หยุดหัวใจเลย ยังไงๆ ก็เสียวพอกัน.

“ซูม”

17 เม.ย. 2558 08:47 17 เม.ย. 2558 08:47 ไทยรัฐ