วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนเตือนใจ “ฮิลลารี คลินตัน” ศัตรูร้ายกาจที่สุดคือตัวเราเอง

นิสัยเปลี่ยนได้ แต่สันดานคนเรานั้นเปลี่ยนยาก!! เพราะสันดานเป็นอุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด จนฝังรากลึกในดีเอ็นเอ ยากจะเปลี่ยนแปลงกันได้

เป็นไปตามความคาดหมายจริงๆเมื่อ “ฮิลลารี คลินตัน” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ วัย 67 ย่าง 68 ปี ออกมาประกาศตัวลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมืองลุงแซมในปี 2016 อย่างเป็นทางการเป็นคนแรกของพรรคเดโมแครต เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (12 เม.ย.) โดยตั้งเป้าว่าต้องการเป็นผู้นำหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ของอเมริกา ในคลิปวีดิโอความยาว 2 นาที “ฮิลลารี” เปิดตัวด้วยการขันอาสาว่า ชาวอเมริกันต้องการแชมเปียน (นักสู้) และฉันก็พร้อมจะเป็นแชมเปียนของชาวอเมริกัน

การลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้มีเดิมพันสูงกว่าครั้งก่อนมาก เพราะครั้งนี้จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว ถือเป็นการสู้ศึกครั้งสุดท้ายก็ว่าได้ ถ้า“ฮิลลารี” ชนะเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2016 เธอจะก้าวขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของอเมริกา ตอนอายุ 69 ปีเต็ม ซึ่งเป็นวัยคุณย่าคุณยาย ที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักอยู่บ้านเลี้ยงหลานกันแล้ว

แม้จะมีคุณสมบัติพร้อมเกือบทุกด้าน ทั้งความรู้ความสามารถ ปูมหลังของครอบครัว อิทธิพลทางการเมือง และความมุ่งมั่นทะเยอทะยานในแบบผู้นำหญิงยุคใหม่ แต่ความเพียบพร้อมเกินไป มีประสบการณ์ช่ำชองเกินไป รู้มากเกินไป ก็เคยเป็นดาบสองคม ที่ทำให้ “ฮิลลารี” พ่ายแพ้ต่อนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรง “บารัค โอบามา” มาแล้ว ในการชิงตำแหน่งตัวแทนเดโมแครตลงสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2008 เพราะประเมินอารมณ์ชาวอเมริกันผิดพลาด อ่านใจประชาชนไม่ออกว่ากำลังเบื่อกลุ่มอำนาจการเมืองเก่า และต้องการผู้นำหน้าใหม่ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศให้พลิกโฉมแตกต่างไปจากเดิม

สำหรับการกลับมาสู้ศึกครั้งที่สอง โอกาสที่จะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่ว่า “ฮิลลารี” และทีมงานหาเสียง จะต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ในขณะที่ชาวอเมริกันกำลังเบื่อหน่ายความยืดเยื้อยาวนานของสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน แถมยังสะบักสะบอมอย่างหนักจากวิกฤติเศรษฐกิจ ผู้นำแบบไหนที่ชาวอเมริกันต้องการสุดในยุคข้าวยากหมากแพง

นักวิเคราะห์ด้านการเมืองของอเมริกาหลายสำนักออกโรงเตือนว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของ “ฮิลลารี คลินตัน” ก็คือตัวนางเอง!!

ภายใต้บุคลิกภาพแบบผู้หญิงเก่ง ฝีปากกล้า, เด็ดเดี่ยว และฉลาดจัดเจน นางก็มีจุดอ่อนมากมายให้โดนโจมตี ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกแข็งกร้าวไร้เสน่ห์, ขาดอารมณ์ขัน, หุนหันพลันแล่น, โผงผาง และช่างเหน็บแนม ที่สำคัญนางเชื่อมั่นในความรู้ความสามารถของตนจนเกินไป เข้าขั้นอีโก้ตัวแม่ จนเข้าไม่ถึงความต้องการแท้จริงของประชาชนคนเดินดิน นางยังเคยถูกเปิดโปงที่กุเรื่องเรียกร้องความสนใจ โดยอ้างว่าเคยถูกลอบยิงด้วยปืนระยะไกลระหว่างเยือนบอสเนีย แทนประธานาธิบดีบิล คลินตัน เมื่อช่วงต้นทศวรรษ 1990 ทั้งๆที่ภาพวีดิโอฟ้องว่านางได้รับการต้อนรับอบอุ่น และไม่เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าว ความผิดพลาดครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อน หลังมีการตีข่าวว่าสมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ “ฮิลลารี” นำอีเมลส่วนตัวมาใช้งานหลวงตลอดเวลา ทั้งๆที่ละเมิดต่อกฎระเบียบด้านความมั่นคงของประเทศ โดยนางรับส่งอีเมลมากกว่า 6 หมื่นฉบับตลอดระยะเวลาที่รั้งตำแหน่ง ซึ่งครึ่งหนึ่งเป็นเรื่องส่วนตัว

สำหรับการชูบทบาทสามี “อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นผู้นำสหรัฐฯที่เก่งกาจเรื่องการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และทำให้ชาวอเมริกันกินดีอยู่ดีที่สุดยุคหนึ่ง ประเภทว่าเลือกหนึ่งได้สองคลินตันมาช่วยกันบริหารประเทศ ต้องวัดกันอีกรอบว่าจะเวิร์กไม่เวิร์ก เพราะเอาเข้าจริงๆแล้วก็ใช่ว่า “ฮิลลารี” จะยอมเชื่อฟังสามีซะเมื่อไหร่ ใครอยากเห็นประธานาธิบดีหญิงคนแรกของอเมริกา ก็ช่วยๆกันลุ้นหน่อยให้คุณยายฮิลลารีเบาเครื่องลง.

มิสแซฟไฟร์

17 เม.ย. 2558 08:36 17 เม.ย. 2558 08:36 ไทยรัฐ