วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปอดติดเชื้อ คร่าโค้ชแต๊ก (ชมคลิป)

บอลไทย เศร้าสลด คนวงการ ร่วมอาลัย

ข่าวเศร้าช็อกวงการฟุตบอลไทยส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์เกิดขึ้นเมื่อต้องสูญเสียยอดกุนซือสมองเพชร “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังเกิดอาการปอดติดเชื้อจนต้องหามส่งโรงพยาบาล และนอนอยู่ในห้องไอซียูมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ก่อนจะสิ้นลมหายใจลงไปเมื่อช่วงเช้าตรู่ เวลาประมาณ 04.00น. ของวันที่ 16 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลพระราม9 ปิดตำนานยอดโค้ชเมืองไทย เพียงแค่วัย 52 ปี ขณะที่

“เดอะบิ๊ก” สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานฝ่ายบริหารของสโมสรเพื่อนตำรวจ เผยยังไม่หาโค้ชใหม่ของทีม เพราะต้องการให้เกียรติโค้ชแต๊ก แต่จะจัดแมตช์การกุศลเพื่อช่วยเหลือครอบครัวกุนซือผู้จากไปอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังจะออกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ยังคงค้างอยู่ทั้งหมดด้วย ด้านเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เคยร่วมงานกับกุนซือสมองเพชรถึง 2 ปี ก็ได้โพสต์ข้อความไว้อาลัย พร้อมเชิญชวนแฟนบอลร้องเพลงเพื่อรำลึกถึงโค้ชแต๊กก่อนเกมศึกโตโยต้า ลีก คัพด้วย


อาการป่วยของ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกุนซือใหญ่ของทีมสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ยอดทีมในศึกยามาฮ่า ลีกวัน (ดิวิชั่น 1) ที่เป็นเต็งหามจะขึ้นชั้นกลับคืนสู่ไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเดียว เกิดขึ้นหลังจบเกมในฟุตบอลลีกวัน เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว โดยทีมเพื่อนตำรวจ บุกไปเสมอ สงขลา ยูไนเต็ด ที่สนามติณสูลานนท์ จ.สงขลา 1-1 ซึ่งเจ้าตัวเกิดอาการปวดหัว และอาเจียนอย่างรุนแรง จนเจ้าหน้าที่ทีมต้องหามส่งโรงพยาบาลกรุงเทพ หาดใหญ่ และต่อมาถูกส่งเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลพระราม 9 ซึ่งแพทย์ได้แถลงว่าอาการป่วยของโค้ชอรรถพล เกิดจากพยาธิสตองจิรอยด์ ที่เข้าไปในร่างกาย ทำให้ปอดติดเชื้อหายใจลำบาก โดยให้รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ที่ปลอดเชื้อ พร้อมกับให้ยาฆ่าเชื้อเพื่อรอดูอาการแบบวันต่อวัน

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้ามืดประมาณตีสี่วันพฤหัสบดี16 เม.ย. “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบเนื่องจากการทำงานของปอดล้มเหลว หลังจากติดเชื้ออย่างรุนแรง ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมีปัญหา โดยจะเคลื่อนย้ายศพจากโรงพยาบาลพระราม 9 ไปวัดธาตุทอง ศาลา 18 ในเวลา 12.00 น. จากนั้น เวลา 16.00 น. มีพิธีรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรม 5 วัน


ทางด้าน “เดอะบิ๊ก” สัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานฝ่ายบริหารของสโมสรเพื่อนตำรวจเปิดเผยว่า รู้สึกช็อก และเสียใจกับการจากไปของโค้ชแต๊กเป็นอย่างมาก เพราะวันก่อนแพทย์เพิ่งแจ้งว่าเจ้าตัวอาการดีขึ้นมีการตอบสนองยาที่ให้ได้ดี เพียงแต่ต้องดูอาการใกล้ชิดแบบวันต่อวัน ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดว่าโค้ชแต๊กจะมาด่วนจากไปเร็วอย่างนี้ อย่างไรก็ตามเรื่องของค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด ทางสโมสรจะรับผิดชอบให้ทั้งหมด

ส่วนอนาคตของทีมเพื่อนตำรวจ “เดอะบิ๊ก” เผยว่า เราเพิ่งจะประชุมกัน และได้ข้อสรุปว่าจะยังไม่หาใครเข้ามาแทนโค้ชแต๊ก และถึงตอนนี้ตนและนักเตะทุกคนยังมีเจตนารมณ์เช่นเดิม นั่นคือ จะไม่มีใครที่จะเข้ามานั่งในตำแหน่งกุนซือแทนที่ของโค้ชแต๊กแน่นอน เพราะจากนี้ไปทีมงานและนักเตะทั้งหมด จะต่อสู้เพื่อให้ทีมกลับคืนสู่ลีกสูงสุดให้ได้สมเจตนารมณ์ความตั้งใจของโค้ชแต๊กที่เคยประกาศเอาไว้ก่อนหน้านี้

ต่อมาในเวลา 16.00 น. ที่ศาลา 18 วัดธาตุทอง มีพิธีรดน้ำศพโค้ชแต๊ก ท่ามกลางความโศกเศร้า มีบุคคลสำคัญในวงการฟุตบอลมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้จัดการทีมชาติไทย, “โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน ผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานบริหารทีมเพื่อนตำรวจ และ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย ซึ่งเป็นลูกทีมของโค้ชแต๊กตั้งแต่สมัยทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี จนมาถึงในปัจจุบันกับทีมเพื่อนตำรวจ รวมทั้งบรรดานักเตะที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาอีกหลายสิบคน โดยมีนางวันดี ปุษปาคม ผู้เป็นภรรยา และลูกๆทั้ง 4 คนของโค้ขแต๊กคอยทำหน้าที่รับแขก โดยนางวันดียอมรับว่าไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ การจากไปของสามีถือว่ากะทันหันมาก จึงไม่ได้สั่งเสียอะไรไว้ เพราะตั้งแต่เข้ารับการรักษาก็ต้องใช้ยานอนหลับมาตลอด

ขณะที่นายวรรณพล ปุษปาคม ลูกชายหัวแก้ว หัวแหวน เผยว่า หลังจากเสียหัวหน้าครอบครัวไปทำให้ขาดเสาหลักที่จะหารายได้เข้าสู่บ้าน ดังนั้นตนจะพยายามหาต้นสังกัดเพื่อเล่นฟุตบอลอาชีพในช่วงเลกที่ 2 ที่ผ่านมาคุณพ่อเป็นคนส่งเสียค่าใช้จ่ายทางบ้านทั้งหมด มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะทำเช่นไร ตนคงต้องรับหน้าที่หนักในการช่วยดูแลครอบครัวต่อไป

ขณะที่นายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา ประธานบริหารทีมเพื่อนตำรวจ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า ยังไม่มีการหารือเรื่องโค้ชใหม่ของทีม เพราะต้องการให้เกียรติโค้ชแต๊ก แต่จะมีการจัดแมตช์การกุศลเพื่อช่วยเหลือครอบครัวโค้ชแต๊กอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่คงค้างอยู่ ทางสโมสรจะช่วยเหลือทั้งหมด

ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ได้โพสต์ข้อความจากนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฯที่กล่าวไว้อาลัยให้กับโค้ชแต๊กว่า “ผมขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวปุษปาคม และขอไว้อาลัยต่อการจากไปของ “แต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม 2 ปีเศษ ที่ผมกับแต๊ก ได้ร่วมงานกันมีทั้งสุขและทุกข์ ความผิดหวัง ความสมหวัง ความสำเร็จ และความล้มเหลว แต๊ก เป็นคนเก่ง มุ่งมั่น ทำงานจริงจัง เชื่อมั่นตัวเอง หลายครั้งเราขัดแย้งกันทางความคิด แนวทางการทำงาน และการตัดสินใจ ที่ไม่ตรงกัน การแยกทางกันในวันนั้น แม้จะไม่สวยงามนัก แต่ก็น่าจะดีกว่าที่ทั้ง 2 คน จะได้ทำงานตามแนวทางของตนเอง

อย่างไรก็ตาม ผมต้องขอขอบคุณ “แต๊ก” ที่มาร่วมสร้างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปีแรก ที่ยังเป็นบุรีรัมย์ พีอีเอ 7 แชมป์แรกของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็น 7 แชมป์ที่ “แต๊ก” มีส่วนร่วมสร้างขึ้นมา เป็นเกียรติประวัติของสโมสรที่น่าภาคภูมิใจ แม้เราจะไม่ได้ร่วมงานกัน แต่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังคงให้เกียรติ “แต๊ก” ด้วยการติดภาพ “แต๊ก” นำทีมขึ้นรับแชมป์ เป็น wall paper อยู่ใน i-mobile stadium จนถึงทุกวันนี้

วันนี้ “แต๊ก” จากไปแล้ว เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อครอบครัวปุษปาคม เป็นความสูญเสียบุคลากรที่มีความสามารถคนหนึ่งของวงการฟุตบอลไทย ผมขอแสดงความเสียใจ และขอเชิญชวนแฟนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคน ร่วมไว้อาลัยให้กับ “แต๊ก” ที่จากพวกเราไปแล้ว วันพรุ่งนี้ พวกเราจะร่วมกันร้องเพลง เรามีเรา ให้กับ “แต๊ก” ก่อนการแข่งขันกับทีมทหารบก เอฟซี ที่สนามกีฬากองทัพบก เวลา 18.45 น. ขอบคุณ “แต๊ก” ที่ร่วมกันสร้างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ขึ้นมา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะจดจำ “แต๊ก” ไว้ตลอดไป”

สำหรับ “โค้ชแต๊ก”อรรถพล ปุษปาคม เกิดในวันที่ 1 ต.ค. พ.ศ.2505 ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 กับสโมสรการท่าเรือแห่งประเทศไทย ในตำแหน่งปีกขวา ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์ ถ้วย ก ได้ในปีดังกล่าว และ พ.ศ.2533 ก่อนที่จะไปเล่นให้กับสโมสรปะหัง ทีมใน เอ็ม ลีก ของประเทศมาเลเซีย ถึง 1 ปี จากนั้นใน พ.ศ.2534 ได้คัมแบ็กสู่สโมสรการท่าเรือไทย อีกครั้ง และปี พ.ศ.2539 ได้โยกสู่สโมสรตลาดหลักทรัพย์ และประกาศแขวนสตั๊ดในปี พ.ศ.2541

4 ปีต่อมา โค้ชอรรถพลเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นกุนซือ โดยรับบทบาทเป็นโค้ชครั้งแรก ด้วยการกุมบังเหียน บีอีซี เทโรศาสน กระทั่งพาทีมคว้ารองแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ได้ในซีซั่นนั้นทันที และได้ย้ายไปคุมทีมเกย์ลัง ยูไนเต็ด (สิงคโปร์) ในปี 2549, ธนาคารกรุงไทย ปี 2550-2551, ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร ปี 2552, เมืองทอง ยูไนเต็ด ปี 2552 พาทีมประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในการก้าวขึ้นมาเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก ได้เพียงปีแรกเท่านั้น

ก่อนจะย้ายมาคุมทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2554 จนกระทั่งแยกทางกันเมื่อวันที่ 2 พ.ค.2556 หลังนำทีมบุกไปเสมอเอฟซี โซล 2-2 สร้างประวัติศาสตร์นำบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ได้เป็นครั้งแรก พร้อมกับพา “ปราสาทสายฟ้า” คว้าทุกแชมป์ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และถ้วยพระราชทานประเภท ก และในวันที่ 3 พ.ค.2556 กลายเป็นบางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ประกาศคว้าตัวโค้ชแต๊กไปทำงานในถิ่นลีโอ สเตเดียม และพาทีมคว้ารองแชมป์เอฟเอ คัพ ได้ทันทีในปีนั้น ทว่าในวันที่ 16 มิ.ย.ของปีต่อมา ได้แยกทางกับบีจี หลังจากที่ผลงานไม่ดีนัก

กระทั่งในเดือน ส.ค.ของปีที่ผ่านมา เจ้าตัวได้รับงานกับสโมสรเพื่อนตำรวจ เพื่อพาทีมลงเล่นในช่วงสุดท้ายของลีก แม้ว่าจะไม่สามารถพาทีมรอดตกชั้นได้ ทว่าโค้ชแต๊กยังขอรับผิดชอบด้วยการอยู่กับขุนพล “สุภาพบุรุษโล่เงิน” ต่อไป และในปีนี้ออกสตาร์ตในศึกยามาฮ่า ลีก วัน ด้วยการไม่แพ้ให้กับทีมใด

ข่าวเศร้าช็อกวงการฟุตบอลไทยส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์เกิดขึ้นเมื่อต้องสูญเสียยอดกุนซือสมองเพชร “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม ไปอย่างไม่มีวันกลับ หลังเกิดอาการปอดติดเชื้อจนต้องหามส่งโรงพยาบาล และนอนอยู่ในห้องไอซียูมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ 17 เม.ย. 2558 05:27 17 เม.ย. 2558 06:52 ไทยรัฐ


advertisement