วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พระธุดงค์ ลักศพตายโหง ทำคุณไสย

ลอบขุดจากป่าช้า! ญาติแจ้งตำรวจล่า

ชาวบ้านผวา แก๊งคนร้ายอาละวาดลอบขุดสุสานขโมยศพ เน้นเอาเฉพาะ “ผีตายโหง” กวาดเรียบไม่เลือกเพศและอายุ ญาติไปทำความสะอาดสุสานเตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลในช่วงสงกรานต์ ผงะเจอศพหญิงสาวตายทั้งกลมโดนตัดหัวหายไป ส่วนศพหนุ่มถูกยิงตายเจอยกหายไปทั้งโลง แฉในพื้นที่อุดรฯถูกฉกไปแล้วถึง 4 ศพ สลดศพเด็ก 2 พี่น้องจมน้ำตายก็ไม่เว้น คาดโจรชั่วนำไปทำพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ ขณะที่ตำรวจเร่งล่าตัวมาดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ สงสัยพฤติกรรมโล้นสูงวัยอ้างเป็นพระธุดงค์จอมขมังเวท อาจมีส่วนพัวพันกับการทำคุณไสยมนต์ดำ

แก๊งขโมยศพออกอาละวาด แอบฉกศพผีตายโหงในป่าช้าครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานได้รับการเปิดเผยว่า ขณะนี้มีกลุ่มคนร้ายลอบเข้าไปขโมยศพออกมาจากป่าช้าในพื้นที่บ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี โดยเหยื่อเป็นศพชายและหญิงที่เสียชีวิตในลักษณะผิดธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ตายโหง” ซึ่งญาติเชื่อว่าคนร้ายต้องการนำศพทั้งสองไปประกอบพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ หลังเกิดเหตุตำรวจเจ้าของพื้นที่เกิดเหตุ อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนหาตัวแก๊งคนร้าย ทั้งนี้ ตามแนวทางการสืบสวนยังพบว่าเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วที่ป่าช้าบ้านเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พ.ต.อ.นวาระ จันนาวัน ผกก.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม เปิดเผยถึงเรื่องราวแก๊งขโมยศพผีตายโหงออกจากสุสานว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากนางอนงค์ หีบแก้ว อายุ 65 ปี และนางบัวลี ชูเวียง อายุ 64 ปี ราษฎรบ้านโนนสา หมู่ 12 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งเป็นมารดาของศพทั้งสองที่ถูกโจรกรรมไปว่า มีเพื่อนบ้านเข้าไปในป่าช้าบ้านโนนสา เพื่อทำความสะอาดหลุมศพตามประเพณีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาผิดปกติ จึงตามหาจนพบว่ามีการทุบทำลายสุสาน และขุดเอาโลงศพขึ้นมากองไว้ คาดว่าคนร้ายลงมือก่อนหน้าที่จะมีคนมาพบราว 2-3 วัน

พ.ต.อ.นวาระกล่าวต่อว่า ศพแรกเป็นศพของ น.ส.ศิริรัตน์ หรือกุ้ง อัคราช อายุ 26 ปี บุตรสาวนางบัวลี เสียชีวิตขณะตั้งครรภ์อายุครรภ์ 5 เดือน หรือที่เรียกกันว่า “ตายทั้งกลม” แพทย์ได้ผ่าเอาศพเด็กออกจากครรภ์ มอบให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาพร้อมกับศพผู้เป็นแม่ จากนั้นญาติเก็บศพไว้ในสุสานปูน หรือภาษาอีสานเรียกว่า “เบ้า” ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.57 กระทั่งวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ญาติเตรียมจะทำบุญช่วงสงกรานต์ ปรากฏว่ามีคนร้ายทุบสุสานออกแล้วขโมยตัดเอาเฉพาะศีรษะศพไป ส่วนศพที่ 2 เป็นศพของนายนพรัตน์ หรือเอ หีบแก้ว อายุ 32 ปี บุตรชายนางอนงค์ เสียชีวิตจากเหตุการณ์ถูกยิงในงานงิ้วศาลเจ้าปู่-ย่า อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ศพถูกบรรจุในโลงไม้แล้วนำมาฝังในป่าช้าเมื่อวันที่ 5 พ.ย.57 ต่อมาคนร้ายได้มาลักลอบขุดหลุมฝังศพ แล้วยกเอาทั้งโลงศพออกไป จากการตรวจสอบสภาพป่าช้าที่เกิดเหตุ ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าไปยังจุดฝังศพได้ จะต้องยกโลงออกมาใส่รถด้านนอก คาดว่าคนร้ายจะทำกันเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 3 คน

พ.ต.อ.นวาระกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุ ญาติของทั้ง 2 ศพได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ณัฐพงษ์ สอนสิทธิ์ พงส.สภ.ประจักษ์ศิลปาคม ในเย็นวันเดียวกัน และให้การไว้เบื้องต้น เพราะอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยนัดให้ปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 17 เม.ย.นี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าคดีนี้ไม่น่าจะเกิดเหตุเฉพาะในพื้นที่รับผิดชอบเท่านั้น จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกสืบสวนหาเบาะแสจนพบว่า ในพื้นที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี มีเหตุคนร้ายขโมยศพในป่าช้าเช่นเดียวกัน โดยเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายขโมยศพเด็กชายหญิง 2 พี่น้อง อายุ 8 และ 9 ขวบ ที่เกิดอุบัติเหตุจมน้ำเสียชีวิตพร้อมกัน พ่อแม่นำศพมาฝังไว้ที่ป่าช้าบ้านเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี ต่อมาถูกขโมยไป เชื่อว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน ขณะนี้ยังไม่รู้วัตถุประสงค์แน่ชัด แต่เป็นไปได้ว่าคนร้ายเป็นกลุ่มที่นิยมทางไสยศาสตร์ และนำศพไปประกอบพิธีกรรมบางอย่าง หากจับกุมตัวคนร้ายได้จะต้องแจ้งข้อหาลักทรัพย์ไว้ก่อน

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 80 หมู่ 4 บ้านโนนสา ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านของนางบัวลี ชูเวียง 1 ในเหยื่อที่ถูกคนร้ายขโมยหัวของศพบุตรสาวไป นั่งปรับทุกข์อยู่กับนางอนงค์ หีบแก้ว เหยื่ออีกรายที่ถูกคนร้ายขโมยศพบุตรชายไปเช่นกัน โดยนางบัวลี กล่าวทั้งน้ำตาว่า ลูกเสียชีวิตแบบกะทันหัน ยังเสียใจไม่หาย พอจะขุดศพลูกไปทำบุญอุทิศส่วนกุศล ปรากฏว่าศพมาหายไปอีก รู้สึกตกใจและเสียใจมาก ก่อนหน้านี้ช่วงวันที่ 8-10 เม.ย. ญาติเข้าไปดูที่ฝังศพก็ยังเห็นเป็นปกติ แต่พอวันที่ 12 เม.ย. ศพก็ถูกขโมย คิดว่าคนที่ขโมยศพลูกไปจะเอาไปทำไสยศาสตร์ และใช้วิชาอาคมเอาลูกไปกักขังหรือนำไปเป็นทาส ใครทำอะไรไว้ก็ขอให้รับกรรมเช่นนั้น

ต่อมานายวิเชียร บุญพา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านโนนสา นำผู้สื่อข่าวไปดูจุดเกิดเหตุภายในบริเวณป่าช้าบ้านโนนสา อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กม. เนื้อที่กว้างประมาณ 70 ไร่ ซึ่งทั้ง 2 ศพที่ถูกขโมยถูกฝังไว้กลางป่าช้า โดยเบ้าบรรจุศพ น.ส.ศิริรัตน์ ทำจากท่อปูน 4 ท่อ โบกติดกันด้วยปูนวางอยู่บนพื้นดิน บริเวณเบ้าบรรจุศพช่วงศีรษะมีร่องรอยถูกทุบเป็นรูโบ๋ จากนั้นคนร้ายตัดศีรษะของศพไป ห่างไปประมาณ 30 เมตร เป็นหลุมฝังศพนายนพรัตน์ ซึ่งถูกบรรจุโลงไม้ฝังดิน ลึกประมาณ 50 ซม. ถูกขุดเป็นหลุม โลงและศพได้หายไป

พ.ต.ท.จำลอง ปัญจะนะ สว.สส. สภ.ประจักษ์ ศิลปาคม เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุขโมยศพราว 1 เดือน มีพระสูงวัย อายุ 60-65 ปี ธุดงค์มาจาก จ.บุรีรัมย์ มาอาศัยอยู่ตามวัดร้าง เขตบ้านเชียงแหว ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งมีเขตติดต่อกับบ้านโนนสา พระรูปนี้มีนิสัยพูดจาโอ้อวด อ้างตัวเป็นจอมขมังเวท หลอกชาวบ้านว่าสามารถให้เลขหวยได้แม่นยำ แต่ต้องใช้ศพผีตายโหงทำพิธี ก่อนออกอุบายชักชวนชาวบ้านไปขอหวยจากศพผีตายโหงในป่าช้า กระทั่งมีชาวบ้านบางคนหลงเชื่อ พาพระรูปดังกล่าวเข้าไปชี้จุดฝังศพที่ตายผิดธรรมชาติ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าตายโหง จากนั้นพระรูปนี้จะแสร้งทำพิธีหาเลขหวย คล้อยหลังไป 1-2 วัน พระรูปนี้จะพาพวกย้อนกลับมาขุดเอาศพดังกล่าวไป และเผ่นออกนอกพื้นที่ทันที

พ.ต.ท.จำลองกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ 1 เดือน ที่ป่าช้าบ้านเชียงแหว มีศพเด็กชาย-หญิง อายุ 8 ขวบ และ 9 ขวบ เป็นพี่น้องกัน เสียชีวิตจากตกน้ำตาย ถูกขุดสุสานขโมยศีรษะศพไปเช่นกัน คาดว่าจะเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน เชื่อว่าจะมีใบสั่งจากกลุ่มคนเล่นคุณไสย และแก๊งดังกล่าวน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามคนร้ายแก๊งดังกล่าวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ เป็นที่หวาดผวาของชาวบ้าน อีกทั้งทำร้ายและทารุณจิตใจของญาติผู้เสียชีวิตอย่างมาก

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายแอร์ (นามสมมติ) อดีตผู้เลื่อมใสในไสยศาสตร์มนต์ดำให้ข้อมูลอ้างว่า เชื่อว่าคนร้ายที่ขโมยศีรษะศพผีตายทั้งกลมไปนั้น คงต้องการนำไปเจาะเอากระดูกกะโหลกศีรษะบริเวณหน้าผาก เพื่อนำไปลงอักขระอาคมทำเป็น “ปั้นเหน่ง” หรือหัวเข็มขัด ใช้ร้อยกับเชือกถักผ้าประเจียดจากด้ายสายสิญจน์ หรือผ้าห่อศพผีตายโหง 7 ป่าช้า ไว้สำหรับคาดเอว เชื่อกันว่าจะช่วยคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเสริมเสน่ห์แก่ผู้ครอบครอง ส่วนศพเด็กอาจนำไปปลุกเสกเรียกวิญญาณทำเป็น “กุมารทอง” หรือ “รักยม” ซึ่งมีผู้นิยมเลี้ยงผีเด็กไว้เฝ้าบ้าน และช่วยเรื่องการค้าขาย บ้างก็เชื่อว่าจะช่วยเสริมเสน่ห์ เสริมดวง และทำให้มีชื่อเสียง รวมทั้งพวกเซียนพนันจำนวนหนึ่งนิยมพกพากุมารทองติดตัวไว้เวลาไปเล่นการพนัน เชื่อว่ากุมารทองจะกระซิบบอกเลขไพ่ หรือไฮโลได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมีผู้สร้างวัตถุมงคลบางพวก นิยมนำกระดูกผีตายโหงไปบดเป็นส่วนผสมในการทำวัตถุมงคลอีกด้วย

ชาวบ้านผวา แก๊งคนร้ายอาละวาดลอบขุดสุสานขโมยศพ เน้นเอาเฉพาะ “ผีตายโหง” กวาดเรียบไม่เลือกเพศและอายุ ญาติไปทำความสะอาดสุสานเตรียมทำบุญอุทิศส่วนกุศลในช่วงสงกรานต์ ผงะเจอศพหญิงสาวตายทั้งกลมโดนตัดหัวหายไป 17 เม.ย. 2558 05:24 17 เม.ย. 2558 07:04 ไทยรัฐ