วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แพลมไต๋ไม่ทําประชามติ

แพลมไต๋ไม่ทําประชามติ

  • Share:

เสธ.ไก่อูอ้างปม เสี่ยงก่อขัดแย้ง สปช.จัดคิวถล่ม

รัฐบาลเมินแรงกดดันลงประชามติ “ไก่อู” อ้างหวั่นจุดชนวนขัด แย้งรอบใหม่ ตีปากนักการเมืองหยุด จ้อ “เทียนฉาย”เตือนเป็นดาบสองคม สารพัดปัญหาจ่อคอหอย ยังไม่ได้เตรียมวิธีแก้ กมธ.ยกร่างฯส่งร่างแรกถึงมือสปช.เที่ยง 17 เม.ย. ก่อนเปิดเวทีซักฟอก สมาชิกคึกจองกฐินล็อกเป้าถล่ม 6 ปมร้อน “สมบัติ” นำทีม กมธ.ปฏิรูปการเมืองขย่ม “นายกฯคนนอก-โอเพ่นลิสต์” พท.เหน็บปลูกเรือนต้องตามใจผู้อยู่ ท้า “บิ๊กตู่” งัด ม.44 เขียน รธน.ประกบฉบับ “บวรศักดิ์” ให้ประชาชนชี้ขาด “วัฒนา” ขู่ดื้อไม่ปรับแก้เจอบอยคอตเลือกตั้ง “ประยุทธ์” เซ็นคำสั่งตั้งคณะทำงานดึงต่างชาติติวเข้มตรา รธน.-ปฏิรูป เปิดทำเนียบฯตีปี๊บโชว์ผลงานรัฐบาล 6 เดือน ป.ป.ช.สาวลึกโยง 20 เอกชนเอี่ยวโกงจีทูจีข้าว

เสียงเรียกร้องให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังออกมาจากทุกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายรัฐบาลเกรงจะนำไปสู่การจุดชนวนความขัดแย้งรอบใหม่ ขอให้ความสำคัญกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การอภิปรายของที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 20-26 เม.ย.ก่อน

“บิ๊กโด่ง” ให้มั่นใจ รธน.ทุกฝ่ายรับได้

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.เวลา 07.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. เป็นประธานจัดกิจกรรมเนื่องในวันสงกรานต์ประจำปี 2558 พร้อมทำพิธีถวายเครื่องทองน้อยสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 40 รูป โดยมีนายทหารระดับสูงและผู้บังคับหน่วยในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวให้โอวาทกำลังพลตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ และไม่มีใครดูถูกดูแคลนกองทัพบก เพราะเราได้ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้ประชาชน ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี และในปี 2558 นี้ ให้เป็นปีปฏิบัติงานที่เน้นผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทำตามคติพจน์ ร่วมใจ ริเริ่ม จริงจัง เพื่อชาติและราชบัลลังก์ และขอให้กำลังพลเดินตามนโยบาย 12 ประการที่เคยให้ไว้มาก่อนหน้านี้

จากนั้น พล.อ.อุดมเดชให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ยกร่างมาเป็นไปด้วยดี เพียงแต่จะต้องรับฟังความคิดเห็นต่างๆบ้าง รัฐบาลพยายามให้ทุกภาคส่วนเห็นชอบยอมรับกันได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรียังคงหนักแน่นต่อการทำงาน ไม่ว่าคลื่นลมจะแรงเท่าไรก็ตาม ความตั้งใจเราไม่แพ้ และมั่นใจว่ากองทัพบกเป็นส่วนหนึ่งของราชการ ที่จะดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล เราจะสนับสนุนตามภาระหน้าที่ เพื่อทำให้สิ่งต่างๆ ผ่านพ้นไปให้ได้

หวั่นประชามติจุดชนวนขัดแย้งซ้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงกรณีข้อเสนอให้ทำประชามติว่า นายกฯตอบไปแล้วว่าต้องดูเหตุการณ์และสถานการณ์ในแต่ละช่วงเวลา แล้ว คสช.จะเป็นผู้ตกลงใจ แต่วันนี้ที่พูดคุยกันคือในมุมของอดีตนักการเมืองคงอยากให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลข่าวสารรายละเอียดเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมากขึ้น รัฐบาลก็เปิดใจรับฟังข้อมูลรอบด้าน แต่อยากเตือนสติสังคมว่าที่ผ่านมาเวลาจะขอความเห็นชอบจากประชาชนในเรื่องใหญ่ๆ ที่ไร้การเผชิญหน้ามันเป็นเรื่องยาก เช่น เรื่องการปฏิรูปก่อนหรือหลังการเลือกตั้ง เป็นชนวนทำให้เกิดความขัดแย้งจนมีเรื่องลุกลามบานปลาย จนในที่สุด คสช.ต้องเข้ามา ซึ่งรัฐบาลไม่หวังให้เหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก จึงอยากให้สติสังคมว่าการให้ความคิดเห็นเรื่องต่างๆ หรือการทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ต้องมองผลดีผลเสียให้รอบด้าน เมื่อถามว่ารัฐบาลกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวาย พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า คำตอบมันชัดเจนแล้ว

“เทียนฉาย” เปรียบเป็นดาบสองคม

ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า ขอให้นักการเมืองรอเห็นร่างรัฐธรรมนูญอย่างเป็นทางการก่อน เมื่อเห็นแล้วอาจเพิ่งรู้ตัวว่าที่เคยวิจารณ์นั้นไม่ตรงประเด็น ส่วนตัวเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องการทำประชามติ เพราะวันนี้การประชามติยังไม่ใช่พระเอก แต่ควรให้ความสำคัญเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญก่อน เมื่อถามว่าหลายฝ่ายอยากให้ทำประชามติเพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความชอบธรรม นายเทียนฉายตอบว่า เรื่องนี้เป็น 2 ด้านคือ การสร้างความชอบธรรมด้วยการทำประชามติ หรืออาจเป็นการสร้างความไม่ชอบธรรมจากการทำประชามติ เพราะขณะนี้ยังไม่ทราบว่า จะทำประชามติทั้งฉบับแบบปี 2550 หรือจะทำเป็นรายมาตรา หากทำเป็นรายมาตรา และไม่ผ่านบางมาตรา จะแก้ปัญหากันอย่างไร หรืออีกปัญหาหนึ่งคือหาก สปช.เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ประชาชนไม่เห็นด้วยจะทำอย่างไร หรือถ้าประชาชนเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ แต่ สปช.ไม่เห็นชอบด้วยจะทำอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ยังไม่มีการหาทางออกกันไว้ จึงไม่ควรนำเรื่องประชามติมาพูดกันตอนนี้

จ่อปรับเวลาชำแหละ รธน.

นายเทียนฉาย กล่าวต่อว่า ส่วนการประชุมสปช.เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 20-26 เม.ย.ว่า ยืนยันว่ายังไม่มีการเรียกตัวแทนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปแต่ละคณะ มาหารือการอภิปรายทั้งในและนอกรอบ ต้องรอเห็นร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 17 เม.ย.ก่อน จากนั้น กมธ.ปฏิรูปแต่ละคณะจะส่งประเด็นที่จะอภิปรายมาให้ตน แต่ระหว่างวันที่ 17-19 เม.ย.เป็นไปได้ว่าอาจจะมีการเรียกประชุมของคณะ กมธ.ปฏิรูปแต่ละคณะ เพื่อเรียบเรียงประเด็นการอภิปรายให้ต่อเนื่อง ไม่วกวนไปมาและอาจมีการปรับเวลาการอภิปรายใหม่ เพื่อแบ่งเวลาให้ประเด็นที่สมาชิกสนใจมากเป็นพิเศษ เพื่อความเข้าใจของสมาชิก สปช.และประชาชน

หลัง 26 เม.ย.ชี้ขาดผ่านหรือคว่ำ

นายเทียนฉายกล่าวว่า ส่วนเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่จะถูกอภิปรายมากคงไม่ต่างจากที่คาดการณ์กันคือ เรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว.และระบบเลือกตั้ง จะนำไปสู่การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ ต้องรอดูหลังจากการอภิปรายในวันที่ 26 เม.ย.ไปแล้ว ไม่สามารถเดาใจสมาชิกสปช.ได้ เพราะทุกคนมีวิจารณญาณของตัวเอง

เที่ยง 17 เม.ย.ร่างแรกถึงมือ สปช.

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการส่งมอบร่างรัฐธรรมนูญให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 17 เม.ย. ว่าไม่มีพิธีส่งมอบเป็นทางการ จะเริ่มตั้งแต่ 12.00 น. เป็นต้นไป สมาชิก สปช.ไปรับเอกสารร่างรัฐธรรมนูญได้ด้วยตัวเอง และ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะของ สปช. คงจะประชุมเตรียมการอภิปรายในวันที่ 20-26 เม.ย. ส่วน กมธ.ยกร่างฯจะประชุมเตรียมข้อมูลก่อนเข้าชี้แจง สปช. โดยจัดกลุ่มอภิปรายตามรายภาค รายหมวดในรัฐธรรมนูญ ผู้รับผิดชอบหลักคือ ประธานอนุกรรมาธิการฯ แต่ละชุดที่จะชี้แจง ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกยังเป็นเพียงแค่ครึ่งทางคือ ยังมีโอกาสปรับเปลี่ยนแก้ไขได้ ช่วงสำคัญที่สุดคือ 30 วันนับตั้งแต่ 26 เม.ย.-25 พ.ค. ที่จะดูคำขอแปรญัตติ และขั้นตอนสุดท้าย 60 วันคือวันที่ 25 พ.ค.-23 ก.ค. ยืนยันว่าจะนำทุกความคิดเห็นทั้งจาก สปช. ครม.และ คสช. รวมทั้ง สนช.และฝ่ายต่างๆ ที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวไม่ได้ให้สิทธิแปรญัตติมาพิจารณาประกอบด้วย

“บวรศักดิ์” เปิดวิกแจง 4 ประเด็นหลัก

นายคำนูณ กล่าวว่า สำหรับรูปแบบการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ กมธ.ยกร่างฯได้เวลาชี้แจงภาพรวม 2 ชั่วโมง นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เปิดการอภิปรายไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพื่อให้เห็นภาพรวมเป้าหมาย 4 ประการ คือ การสร้างพลเมืองเป็นใหญ่ การเมืองใสสะอาดสมดุล สังคมเป็นธรรม นำชาติสู่สันติ โดยใช้เวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง จากนั้นเป็นผู้รับผิดชอบหมวดต่างๆ จะชี้แจง ไล่แบ่งเป็นกลุ่ม เช่น ระบบการเมือง มีนายสุจิต บุญบงการ รับผิดชอบ สิทธิเสรีภาพ นายปกรณ์ ปรียากร รับผิดชอบ ศาลและกระบวนการยุติธรรม มีนายบรรเจิด สิงคะเนติ รับผิดชอบ การปฏิรูปต่างๆ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ รับผิดชอบ และการปรองดอง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชี้แจง เบื้องต้นแบ่งเวลาคร่าวๆ อาจปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ได้ เริ่มประชุมเวลา 09.00 น. เลิก 22.00 น. รวม 7 วัน กมธ.ยกร่างฯได้เวลา 3 ชั่วโมงวันแรก คือ 2 ชั่วโมงตอนแรก และอีก 1 ชั่วโมง กมธ.ตามหมวดลุกขึ้นตอบตามเวลาจำเป็น ส่วนวันอื่น 2 ชั่วโมง รวม 7 วัน 15 ชั่วโมง แต่อาจปรับเปลี่ยนลดลงเพื่อให้สมาชิก สปช.ได้อภิปรายมากยิ่งขึ้น ถ้าอภิปรายทุกคนจะได้เวลาไม่ต่ำกว่าคนละ 12 นาที กมธ.ยกร่างฯจะชี้แจงเมื่อจำเป็นเท่านั้น เน้นรับฟังมากกว่า คงไม่จำเป็นต้องกำชับการควบคุมอารมณ์เพราะทั้ง สปช.และ กมธ.ยกร่างฯต่างมีวุฒิภาวะทั้งสิ้น

แจกอินโฟกราฟฟิกให้สื่อศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. คณะ กมธ.ยกร่างฯ เผยแพร่และแจกอินโฟกราฟฟิกแผนภาพสรุปเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ที่จัดทำเสร็จทั้ง 315 มาตรา ให้สื่อมวลชน ก่อน สปช.เปิดอภิปราย เพื่อให้เห็นโครงสร้าง และเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ในภาพรวม ก่อนลงลึกในมาตราต่างๆ

แห่จองกฐินถล่ม 6 หมวดล่อเป้า

ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช. เปิดเผยว่าคณะ กมธ.ปฏิรูปการเมืองของ สปช.จะประชุมเตรียมการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 19 เม.ย. เวลา 09.00 น. โดยวันที่ 17 เม.ย. กมธ.ปฏิรูปทุกคณะและ สปช.จะรับรัฐธรรมนูญเพื่อไปทำการบ้านกำหนดประเด็น เพื่อสรุปร่วมกันในวันที่ 19 เม.ย.เบื้องต้น กมธ.ปฏิรูปแต่ละคณะจะแบ่งเป็นทีมอภิปรายคณะละ 5 คน กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะนำโดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นหัวหน้าทีมอภิปรายภาพรวมโครงสร้างรัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และมีนายดิเรก ถึงฝั่ง นายนิรันดร์ พันธรกิจ นายนันทวัฒน์ บรมานันท์ และนายบุญเลิศ คชายุทธเดช แบ่งอภิปรายหมวดการเมืองทั้งหมด เช่นเรื่องที่มานายกฯ ระบบการเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทั้งหมดเชื่อว่า กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะเตรียมงานอย่างเข้มข้น ละเอียด ร่อนตะแกรงถี่ยิบ ด้วยเหตุผลและหลักการทางวิชาการสังเคราะห์มาแล้วระดับหนึ่ง เป้าใหญ่อยู่ที่เรื่องการเมือง ยุติธรรม ปรองดอง องค์กรอิสระ สภาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การปฏิรูป ที่มีผู้ลงชื่อขออภิปราย

ยันซักฟอกสู้ด้วยเนื้อหา ไม่มีตีรวน

นายวันชัย กล่าวอีกว่าบรรยากาศในการประชุมดุเดือดกว่าทุกครั้งแน่ แต่จะเป็นแบบไมตรีวิวาทะ ไม่ใช่การเล่นสำนวน วิวาทะ แตกหัก เป็นเรื่องการเชือดเฉือนทางวิชาการและเหตุผลที่จะห้ำหั่นกัน เชื่อว่าจะเอาข้อมูลมาทะลุทะลวงกันมากกว่า จะหักล้างด้วยเนื้อหา ไม่ใช่การตีรวน เพราะจะกลายเป็นตัวตลกใน สปช.ทั้งประชาชนและพรรคการเมืองสนใจจะทำเล่นๆ เหมือนเล่นขายของไม่ได้ โดยเฉพาะหัวหน้าทีมต้องทำการบ้านมาอย่างดี หากอภิปรายแบบไร้ประเด็นจะน่าอาย ส่วนกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯแสดงอารมณ์ผ่านสื่อมวลชนบ่อยครั้ง เพราะกดดันและเป็นเป้ากระสุนตก เชื่อว่าถ้าใครไปเล่นวาทะแรงๆ หรือกล่าวหาโจมตีพูดจาเสียดสี อาจโดนนายบวรศักดิ์ศอกกลับ สมัยที่มีการให้ข้อเสนอการร่างรัฐธรรมนูญก็มีบรรยากาศเช่นนั้น แต่น่าจะเป็นเหตุผลหักล้างกัน ซึ่งหลังฟัง กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจง จากนั้นจึงประเมินสถานการณ์วันต่อวันว่าประเด็นใดหักล้างได้ อะไรควรหรือไม่ควรแปรญัตติ เช่น ระบบเลือกตั้งจะรอฟังเหตุผลก่อนถ้า กมธ.ยกร่างฯ ชี้แจงมีน้ำหนักกว่าก็ไม่แปรญัตติ ส่วนนายกฯ คนนอก ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯเปลี่ยนแปลงเนื้อหาเพิ่มจำนวนเสียง ส.ส.เป็น 2 ใน 3 นั้นยังไม่ตรงกับแนวทางของ กมธ.ปฏิรูปคณะต่างๆ ที่เห็นควรจะกำหนดเงื่อนไขวิกฤติที่ชัดเจนมากกว่า

กมธ.การเมืองจ้องฉะโอเพ่นลิสต์

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ รองประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง กล่าวว่า ตนจะอภิปรายในฐานะรองประธานฯ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้านการเมืองที่เหมาะสมกับประเทศไทย และอภิปรายในฐานะกรรมการปรองดองว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ตอบสนองต่อการสร้างความปรองดอง และมุ่งจะสร้างสันติในสังคมได้หรือไม่

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช โฆษกกมธ.ปฏิรูปการเมือง สปช.กล่าวว่า เรื่องหลักที่ กมธ.ปฏิรูปการเมืองจะอภิปรายคือ โครงสร้างทางการเมือง การสร้างความปรองดอง องค์กรอิสระ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะเรื่องที่มานายกฯ ซึ่ง กมธ.ยังยืนยันในหลักการว่า นายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง ขณะที่รูปแบบการเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์นั้นไม่ได้สร้างหลักประกันว่า จะทำให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือหรือได้นักการเมืองที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทำหน้าที่ อีกทั้งวิธีการคิดคะแนนยังมีปัญหาอยู่ จึงต้องการขอความชัดเจนต่อคณะ กมธ.ยกร่างฯ

อนุ กมธ.จ่อทำโพลรอบสอง

นางถวิลวดี บุรีกุล ประธานอนุ กมธ.ฯการมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญเป็นครั้งที่ 2 ว่าอนุ กมธ.ฯ จัดทำร่างแบบสอบถามเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีประมาณ 30 คำถาม มีทั้งคำถามปลายเปิดและปลายปิดเข้าใจง่ายเป็นประเด็นใกล้ตัวประชาชนเป็นหลัก และเป็นประเด็นที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ อาทิ ที่มา ส.ส. ส.ว. ระบบการเลือกตั้ง สิทธิเสรีภาพพลเมืองและบทบาทศาลยุติธรรม เป็นต้น เชื่อว่าจะช่วยให้ประชาชนมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และได้รู้ว่าประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร โดยจะเริ่มสำรวจในสัปดาห์หน้า

พท.ชง “บิ๊กตู่” ใช้ ม.44 ยกร่าง รธน.

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประชุม สปช.เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกในวันที่ 20-26 เม.ย.ว่า ขอเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. หากต้องการคืนอำนาจประชาธิปไตยให้ประชาชน ให้ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน ไปฟัง กมธ.ยกร่างฯไม่ได้ เพราะเขียนเพื่อสร้างอำนาจไว้รองรับกลุ่มตัวเอง ดังนั้น หัวหน้า คสช.ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ในเชิงสร้างสรรค์ กำหนดทีโออาร์การร่างรัฐธรรมนูญ บนหลักการประชาธิปไตย เคารพหลักนิติธรรม ฝ่ายบริหารมีประสิทธิภาพ พรรคการเมืองเข้มแข็ง องค์กรตรวจสอบมีประสิทธิภาพ เชื่อว่ามีนักวิชาการเข้ามาเขียนรัฐธรรมนูญให้แน่ และเมื่อยกร่างเสร็จให้ พล.อ.ประยุทธ์นำร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 44 และร่างของ กมธ.ยกร่างฯ ไปทำประชามติว่าประชาชนจะเลือกฉบับไหน วันนี้อย่าทำให้ประชาชนไม่มีทางเลือก ประเภทเอาฉบับนี้ไปหากไม่รับก็นับหนึ่งใหม่ เมื่อถึงวันนั้นไม่มีใครยอมแน่ รับรองประเทศไม่มีวันสงบได้

ขย่ม รบ.ไร้กึ๋นแก้วิกฤติเศรษฐกิจ

นายวัฒนากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่วิกฤติเท่านี้ โดย 3 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยดับสนิท ทั้งการส่งออก การลงทุนและการบริโภคในประเทศ อีกทั้งรัฐบาลยังมีท่าทีเหมือนขัดแย้งกับสหรัฐฯ และหันไปจับมือกับจีน จับมือรัสเซีย ไม่ทราบว่ารัฐบาลใช้อะไรคิด ปัญหารัฐบาลคือไม่มีบุคลากรที่มีคุณภาพ รัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ บางคนเป็นได้แค่ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์เท่านั้น ต่อให้ไปเชิญเทวดาหรือคนเก่งมาร่วมงาน ครม.ก็ไม่มีใครเข้ามาร่วม เพราะจะถูกกาหัวไปทั้งชีวิต ทั้งอียูและสหรัฐฯ ก็ไม่ยอมคุยด้วยแล้วไทยจะไปค้าขายกับใคร เป็นข้อจำกัดรัฐบาล เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่าเผด็จการเต็มรูปแบบ ประชาธิปไตยครึ่งๆกลางๆไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติประเทศได้ ดีที่สุดต้องรีบคืนอำนาจให้ประชาชน เลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคการเมืองต้องชูนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยเตรียมไว้พร้อมแล้ว แต่หากเป็นรัฐบาลภายใต้โครงสร้างรัฐธรรมนูญระบบราชทัณฑ์ ควบคุมรัฐบาลทุกอย่าง ต่อให้เป็นเทวดามาเป็นนายกฯ ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้

ขู่ไม่รื้อ รธน.ใหม่บอยคอต ลต.

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้วจะบอยคอตการเลือกตั้งหรือไม่ นายวัฒนาตอบว่า ได้ยินแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บางคนพูดเหมือนจะบอยคอตการเลือกตั้ง ขณะที่ภายใต้เงื่อนไขแบบนี้พรรคการเมืองทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องไปคิดกัน เมื่อถามว่าสมมติถึงเวลานั้นพรรคเพื่อไทยบอยคอต จะมีพลังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตแค่ไหน นายวัฒนาตอบว่า ขนาดพรรคประชาธิปัตย์บอยคอตยังมีผลเลย แล้วพรรคใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศบอยคอตย่อมมีพลัง แค่ออกมาโหวตโนไม่เอา ก็ไม่มี ส.ส.ทั้งประเทศ แต่ถ้าเลือกตั้งกันได้ บริหารประเทศได้ก็ทำไป ไม่เชื่อรัฐบาลจะอยู่ได้

“สมชัย” ห่วงการเมืองแทรก กจต.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยว่า ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำประชามติ ต้องใช้เวลา 3 เดือน อาจจะเกิดขึ้นภายในเดือน พ.ย. เมื่อทำประชามติเสร็จแล้วต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ จากนั้น กกต.จะเสนอร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. อาจใช้เวลา 2 เดือน ฉะนั้น การจัดการเลือกตั้งน่าจะจัดขึ้นได้ประมาณปลายเดือน เม.ย.59 หลังจากนั้นจะเป็นการเลือกตั้ง ส.ว.ทิ้งระยะห่าง 2-3 เดือน ขณะนี้ กกต.เตรียมการไว้แล้ว ทั้งการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.โดยการทำประชามติไม่เป็นห่วง จะห่วงแต่การเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.มากกว่า เพราะถ้าต้องมีคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.) โดยมีข้าราชการประจำด้วย ฝ่ายการเมืองอาจเข้ามาแทรกแซงได้

โพล สพม.หนุนเลือกนายกฯโดยตรง

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ห้องประชุมสภาพัฒนาการเมือง นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง (สพม.) แถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนเพื่อจัดทำเป็นข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยว่า สพม.ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนจากกลุ่มตัวอย่าง 1,478 คน 55 จังหวัด ระหว่างวันที่ 1-25 มี.ค. พบว่าร้อยละ 70 เห็นชอบให้นายกฯมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ร้อยละ 42.2 เห็นว่านายกฯควรดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน และให้ดำรงตำแหน่งไม่ได้อีกไม่ว่ากรณีใดๆ ส่วน ส.ว.ร้อยละ 55.2 เห็นควรให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ สพม.จะนำผลสำรวจนี้เสนอไปยังแม่น้ำ 5 สายโดยเร็วที่สุด เพราะการยกร่างรัฐธรรมนูญ ควรร่างตามความเห็นของประชาชนที่แท้จริงตั้งแต่ต้น หากเอาความเห็นส่วนตัวเป็นใหญ่ การรัฐประหารอาจเกิดขึ้นได้อีก และการจะทำหรือไม่ทำประชามติจะไม่มีประโยชน์ กลายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับกำมะลอ

คสช.ตั้งคณะทำงานฟังเสียงต่างชาติ

ช่วงเย็น เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 4/2558 เรื่อง การดำเนินการเพื่อประโยชน์แก่การจัดทำรัฐธรรมนูญและการปฏิรูป โดยมีคำสั่งให้ตั้งคณะทำงานขึ้นทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ สถาบันพระปกเกล้า คสช. ครม. สนช. สปช.และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศด้านการเมืองการปกครอง การจัดทำรัฐธรรมนูญ การปฏิรูป การแก้วิกฤติและความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศเหล่านั้น มาให้ประสบการณ์ในการพัฒนาประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยอันสมบูรณ์ โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชน ปราศจากอคติ โดยมีผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช.ที่หัวหน้า คสช.มอบหมายเป็นประธาน ส่วนคณะทำงาน อาทิ รองนายกฯ รองประธาน สนช. รองประธาน สปช.รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เป็นเลขานุการ

นอกจากนี้หัวหน้า คสช.ยังมีคำสั่งที่ 5/2558 เรื่อง แก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ซึ่งกำหนดให้ข้าราชการทหารที่มียศต่ำกว่าชั้นร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ลงมาเป็น “ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อย” ให้หมายความรวมถึง ทหารประจําการ ทหารกองประจําการและอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งหัวหน้า คสช.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คสช.แต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามคําสั่งนี้

ป.ป.ช.พบเอกชน 20 รายร่วมโกงจีทูจีข้าว

อีกเรื่อง นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนการทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ในส่วนภาคเอกชนว่า อยู่ระหว่างการเตรียมสรุปข้อมูลเพื่อส่งไปเพิ่มเติมที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยพบว่ามีบริษัทเอกชนประมาณ 15-20 บริษัท ร่วมกันกระทำความผิดในการซื้อขายข้าวแบบจีทูจี จากบริษัทเอกชนทั้งหมดเกือบ 100 แห่ง ขณะนี้กำลังเร่งให้เจ้าหน้าที่เร่งทำสำนวนส่งให้ทันก่อนที่ศาลฎีกาฯ จะนัดพิจารณาคดีจำนำข้าวนัดแรก เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างครบถ้วนให้ศาลฎีกาฯสบายใจ ขณะเดียวกัน ป.ป.ช.ยังพบว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตกรณีมันเส้นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

พท.ฉะ ปชป.ใส่ร้ายไม่เลิก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น่าแปลกใจที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ยังพูดใส่ร้ายโครงการจำนำข้าวอย่างต่อเนื่อง ยังไม่เข้าใจว่าการอัดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อช่วยประชาชนอยู่ดีขึ้น เป็นแนวทางที่ประเทศต่างๆทำกัน แต่ไปชื่นชมขบวนการเป่านกหวีดนำสู่การปฏิวัติทำชาติเสียหาย กีดกันไม่ให้จ่ายเงินชาวนา จนเป็นเหตุให้ชาวนาเดือดร้อนฆ่าตัวตาย ทั้งยังคิดว่าพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งเสียงข้างมากเป็นเผด็จการรูปแบบใหม่อีก หาก นพ.วรงค์ยังคิดว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ที่ทำบ้านเมืองเสียหายแล้วไปห่มผ้าเหลืองเป็นรัฐบุรุษ น่าจะไปสแกนสมองตัวเองได้แล้ว

“โอ๊ค” ยุใช้ ม.44 หยุดคนชักใบเรือเสีย

เมื่อเวลา 00.45 น. ของวันที่ 16 เม.ย. นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่าถ้า คสช.จะใช้มาตรา 44 ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติจริงๆ ควรใช้ตบปากพวกชักใบให้เรือเสียเป็นอย่างแรก การกระทำรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา อ้างว่าทำไปเพื่อความปรองดองของคนในชาติ ต้องการให้คนทุกสีทุกฝ่ายรักกัน สิ่งที่ชวนสงสัยคือควรจะคัดเอาคนที่เป็นกลาง ไม่นกหวีด ไม่เหลือง ไม่แดง เข้ามาสร้างความสมานฉันท์ แต่ทำไมส่วนใหญ่จึงเป็นพวก Hard Core สายนกหวีดติดธงอ้างชาติกันซะเยอะ ใน 3 จังหวัดภาคใต้ใครเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่อิทธิพลของนักการเมืองคนใด ถ้าจะก่อเหตุสร้างสถานการณ์ใครจะเป็นผู้กระทำได้สะดวก มีหรือการข่าวระดับประเทศจะไม่รู้ไม่เห็น “ถ้ามีคนบงการจริงๆ ต้องระบุให้ชัดว่าเป็นใคร ไม่ใช่ปล่อยให้ลิ่วล้อออกมาเห่าหอนแบบนี้ การควบคุมความสงบ ไม่ควรใช้วิธีบังคับให้ฝ่ายที่เป็นรัฐบาลอยู่เดิมกระดุกกระดิกพูดจาอะไรก็ไม่ได้ ส่วนฝ่ายม็อบป่วนเมืองจนเป็นเหตุให้ต้องปฏิวัติรัฐประหาร กลับให้ตำแหน่งเป็นทางการ แถมปล่อยให้มาเกะกะระรานชกเขาข้างเดียวแบบนี้ มันจะปรองดองกันได้อย่างไร การก่อการร้ายอาจสร้างความเสียหาย น้อยกว่าการปล่อยให้คนมีตำแหน่งออกมาก่อการระยำ สร้างความแตกแยกให้กับบ้านเมืองนะครับ”

“วัชระ” สวนให้เร่งยึดทรัพย์คนโกง

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือโอ๊ค บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ เฟซบุ๊กเรียกร้อง คสช.ใช้มาตรา 44 จัดการเด็ดขาดฝ่ายตรงข้าม พ.ต.ท.ทักษิณเป็นพวกชักใบให้เรือเสีย และระบุว่าการก่อการร้ายสร้างความเสียหายน้อยกว่าการปล่อยให้คนมีตำแหน่งออกมาก่อการระยำสร้างความแตกแยกให้บ้านเมืองว่า ควรกลับไปถามบิดาว่าใครคือต้นเหตุของความแตกแยกในบ้านเมือง คนตระกูลนี้บริหารประเทศ เกิดรัฐประหารถึง 2 ครั้ง สมัยบิดาเป็นนายกฯสั่งให้ธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กลุ่มกฤษดานคร 9,000 ล้านบาท แล้วมีเงินโอนเข้าบัญชีของนายโอ๊คมากถึง 26 ล้านบาทเป็นเงินค่าอะไร ทั้งยังได้งบประชาสัมพันธ์จาก ปตท.ปี 56 เป็นเงิน 25.3 ล้านบาท เอาเปรียบคนใช้แก๊สแพงหรือไม่ ดังนั้นหากนายกฯจะใช้มาตรา 44 จริง โปรดรีบถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามข้อเสนอของผู้ตรวจการแผ่นดินและคณะกรรมการกฤษฎีกาจะดีกว่า รวมถึงขอให้ยึดทรัพย์นักการเมืองขี้โกงและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทุจริต

นายกฯเรียกถก ครม.เศรษฐกิจ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า หลังจากหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อเวลา 08.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ โดยยังนั่งรถเบนซ์ S 500 เลขทะเบียน ญค 1881 คันเดิม จากนั้นเวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ตึกไทยคู่ฟ้า และเวลา 14.00 น. เป็นประธานประชุมเตรียมการไปเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียเพื่อเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-แอฟริกา ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย. ทั้งนี้กำหนดการดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีการแจ้งไว้ในวาระงานของเว็บไซต์ของทำเนียบรัฐบาลล่วงหน้าแต่อย่างใด

นำทีม ครม.ตีปี๊บอวดผลงาน

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแถลงผลงานรัฐบาลรอบ 6 เดือน ในวันที่ 17 เม.ย.ว่า ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯเป็นผู้รวบรวมและวางแผนการแถลงผลงานรัฐบาลทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะเป็นผู้แถลงนำเรื่องสำคัญๆ และจะมีรัฐมนตรีส่วนหนึ่งมาร่วมแถลงเพื่อชี้แจงประเด็นต่างๆเพิ่มเติม ช่วงที่นายกฯพูดจะถ่ายทอดสด และมีเอกสารฉบับย่อแจกจ่ายให้สื่อมวลชน พร้อมเปิดให้ซักถาม จากนั้นวันที่ 20 เม.ย.แต่ละกระทรวงจะทยอยแถลงผลงาน เพราะวันเดียวไม่สามารถแถลงรายละเอียดได้หมด ถือเป็นการแถลงผลงานแบบเป็นสเต็ป หลังจากนั้นรองนายกฯแต่ละส่วนงานจะบันทึกรายการสรุปภาพรวมแต่ละกลุ่มงานให้ประชาชนรับฟังผ่านสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย หรือช่อง 11

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้