วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

R.I.P. โค้ชแต๊ก

โดย บี บางปะกง

ส่งท้ายเทศกาลสงกรานต์ กับข่าวเศร้า! ของวงการลูกหนังไทย ที่ต้องสูญเสียบุคลากรที่ทรงคุณค่าในวิชาชีพผู้ฝึกสอนไปอีกหนึ่งท่าน กับการจากไปของ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม กุนซือทีมสโมสรเพื่อนตำรวจ ที่เสียชีวิตลงไปด้วยอาการปอดติดเชื้อ หลังจากที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูมาเกือบสัปดาห์

การปิดตำนานยอดกุนซือสมองเพชรของ “โค้ชแต๊ก” ในวัยเพียง 52 ปีในครั้งนี้ ช่างคล้ายคลึงกับการเสียชีวิตของ 2 กุนซือรุ่นพี่ ทั้ง “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธ์ วงศ์สุวรรณ และ “โค้ชพงษ์” ธนเดช ฟูประเสริฐ ที่ลาจากโลกนี้ไปด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิตอย่างเฉียบพลันเหมือนๆกัน เมื่อ 6 ปีก่อน

สมัยเป็นเด็กตอนที่ผมติดตามดูฟุตบอลไทยใหม่ๆ จำได้ว่ารู้จักผู้เล่นกองกลางกึ่งปีกขวาเชิงสูง ที่ชื่อ “อรรถพล ปุษปาคม” ครั้งสมัยที่เขาไปเล่นให้กับทีมสโมสรปะหัง ในเอ็มลีก มาเลเซีย ที่ยุคนั้นกำลังเฟื่องฟูสุดขีดเหมือนกับไทยลีกบ้านเราเวลานี้

ความจริง “เดอะแต๊ก” อรรถพล น่าจะเป็นแค่ตัวประกอบในทีมปะหัง เพราะตอนนั้นทั้งสื่อไทยและสื่อมาเลย์ต่างก็ประโคมข่าวให้จับจ้องไปที่ 2 คู่ดูโอ ซุปเปอร์สตาร์ทีมชาติไทย อย่าง “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กับ “สิงโตเผือก” วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ ที่ถูกซื้อเข้าไปเป็นตัวชูโรง

ที่ไหนได้ ยิ่งเล่นไป เล่นไป อรรถพล ปุษปาคม กลับโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นแทบทุกนัด จนกลายเป็นแกนหลักคนสำคัญของทีม และร่วมกันสร้างยุคแห่ง “3 ทหารเสือไทยแลนด์” บนดินแดนเสือเหลือง ที่คอลูกหนังยุคกระโน้นต่างติดตาตรึงใจ

เล่นบอลว่าเก่งแล้ว พอผันตัวเองมายึดอาชีพกุนซือยิ่งเจ๋งเข้าไปใหญ่ หลังจากแขวนสตั๊ดกับทีมสุดท้าย คือ ตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 41 “โค้ชแต๊ก” ก็หันไปร่ำเรียนวิชาโค้ชอย่างเต็มที่ จนอีก 4 ปีต่อมาก็เข้าสู่เส้นทางกุนซือด้วยการประเดิมตำแหน่งโค้ชใหญ่ของทีมเจ้าบุญทุ่ม บีอีซีเทโรศาสน และพาทีมเข้าชิงเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกได้ทันที

ดูเหมือนชีวิตของ “โค้ชแต๊ก” จะอยู่คู่กับ ความสำเร็จมาตลอด เพราะไปคุมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็พาทีมเถลิงแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก ตั้งแต่ปีแรกที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ต่อมาเมื่อย้ายไปบุรีรัมย์ ก็นำทีมปราสาทสายฟ้ากวาดมันเรียบวุธทุกแชมป์ในแผ่นดินนี้ทั้งไทยลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ ถ้วย ก

ในร่มชายคาแชมป์เซราะกราว แม้เจ้าตัวจะถูกมองว่าไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะมี “เฮด ออฟ เฮดโค้ช” กำกับดูแล และจัดตัวให้ แต่กระนั้นผมก็ยังมองว่าถ้าปราศจาก “โค้ชแต๊ก” บางทีบุรีรัมย์ อาจจะไม่เดินมาไกลถึงตรงนี้

ดังนั้นความสำเร็จของทีมปราสาทสายฟ้าในห้วงเวลาดังกล่าวจึงสมควรต้องยกเครดิตให้ฝีมือของ “โค้ชแต๊ก” เขาด้วย

ความจริงผมกับโค้ชแต๊กรู้จักมักจี่ สนิทสนมกันมานาน แต่ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะแกเป็นคนพูดน้อย เวลาเจอกันทีก็ได้แต่สวัสดี ยิ้มทักทายว่าพี่สบายดีหรือเปล่า

ล่าสุดที่ผมได้คุยกับโค้ชแต๊ก ก็เมื่อปีที่แล้วที่แกให้เกียรติเป็นแขกรับเชิญมาออกรายการ “สปอร์ตทอล์ค/คุยล้ำเส้น” ทางช่องแกรมมี่ ซึ่งผมเป็นพิธีกรอยู่

และภาพนี้ก็คือภาพสุดท้าย ที่ผมกับยอดกุนซือที่ชื่อ อรรถพล ปุษปาคม ได้สนทนากัน

R.I.P. หลับให้สบายครับ พี่แต๊ก.

บี บางปะกง

17 เม.ย. 2558 00:01 17 เม.ย. 2558 00:02 ไทยรัฐ