วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนร้ายไม่ทราบจำนวนย่องเผาบ้าน 2 ตายายหวังฮุบที่ดิน ส.ป.ก.กว่า 10 ไร่

เพลิงไหม้บ้านไม้ทั้งหลังในเมืองคอน เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต พยานเผยได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ขี่ออกไปหลังเกิดเหตุ ด้านตำรวจคาดเรื่องซื้อขายที่ดิน ส.ป.ก.แต่ตกลงไม่ลงตัว สร้างความไม่พอใจให้คู่กรณีที่เสียผลประโยชน์จนเกิดความแค้นลอบวางเพลิง

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 16 เม.ย. 58 พ.ต.ต.สมเกียรติ เทียบศรไชย พนักงานสอบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านไม้ไม่มีเลขที่ หมู่ 6 บ้านคลองกรุงหยัน ต.กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิใต้เต็กตึ๊งทุ่งใหญ่


ที่เกิดเหตุเป็นบ้านของนายโกศล โอยสวัสดิ์ อายุ 65 ปี และนางวรรณดี หรือป้าชู อายุ 68 ปี ภรรยา สองตายายที่ปลูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลังแบบยกพื้นสูงไม่มีเลขที่ ตัวบ้านมีความกว้าง 3 เมตร ยาว 5 เมตร บ้านยังมีไม่มีไฟฟ้าใช้ ได้รับสิทธิ์ในที่ดินของ ส.ป.ก. เนื้อที่ 13 ไร่ พบเพลิงได้เผาผลาญตัวบ้านจนวอดหมดทั้งหลัง มีเพียงกลุ่มควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นจากกองเพลิง ทรัพย์สินภายในบ้านถูกเพลิงเผาจนหมดเกลี้ยง เงินสดจำนวนหนึ่งและสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท ของนางวรรณดีที่เก็บซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าก็ถูกเผาไปกลับกองเพลิงในครั้งนี้

สอบสวนนายโกศล เจ้าของบ้านให้การว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมานางวรรณดีผู้เป็นภรรยาได้บอกกับตนว่าจะเดินทางไปเยี่ยมหลานที่ อ.พิปูน และจะกลับมาในช่วงบ่ายของวันรุ่งขึ้น หลังนางวรรณดีไปแล้วพอตกค่ำตนก็ออกไปนอนที่บ้านของตนอีกหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก มารู้ว่าบ้านถูกไฟไหม้จนหมดก็เมื่อตอนเช้า โดยมีคนไปบอกว่าบ้านได้ถูกไฟไหม้จนหมดแล้ว ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้มากว่า 20 ปีที่เริ่มก่อสร้าง

ขณะที่นายสุเทพ แดงรัตน์ อายุ 57 ปี อบต.กรุงหยัน พยานที่มาเห็นเหตุการณ์ขณะที่ไฟกำลังลุกไหม้ เปิดเผยว่า เป็นช่วงเวลาเกือบตีสองขณะที่ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์ ออกไปกรีดยางซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงสวนยางก็ได้ยินเสียงดังติดต่อกันหลายครั้งคล้ายกับเสียงของไม้ไผ่ที่ถูกไฟเผา จากนั้นก็มีเปลวเพลิงเริ่มโหมไหม้อย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถเข้าไปช่วยดับไว้ทันและมอดไหม้จนหมดทั้งหลัง

นายสุเทพ กล่าวต่ออีกว่า หลังกรีดยางเสร็จก็กลับเข้าบ้านแล้วภรรยามาบอกว่าได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไปอย่างรวดเร็วในช่วงเกิดเหตุ แต่ไม่เห็นว่าคนร้ายมากันกี่คน จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นคนร้ายที่ลอบเข้ามาวางเพลิงในครั้งนี้ และคนร้ายก็น่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของสองตายายในครั้งนี้เป็นอย่างดี เนื่องจากช่วงเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน

ด้าน พ.ต.ต.สมเกียรติ เปิดเผยว่า จากแนวทางการสอบสวนทราบว่า เมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา บ้านหลังดังกล่าวเคยมีคนร้ายลอบเข้ามาวางยาเบื่อสุนัขทำให้สุนัขตายไป 2 ตัวในครั้งนั้น ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องที่ดินที่นางวรรณดี หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าป้าชู ได้บอกขายที่ ส.ป.ก. จำนวน 13 ไร่แปลงนี้ ให้กับคู่กรณีและได้รับเงินมาแล้ว แต่พอนางวรรณดีเอาที่ดินแปลงนี้ไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินเพื่อจะทำการโอนกรรมสิทธิ์กัน ทำให้ทราบว่าที่ดินแปลงนี้ไม่สามารถโอนเปลี่ยมมือกันได้ จึงทำให้คู่กรณีไม่พอใจมาขอเงินที่ซื้อขายกันคืนแต่นางวรรณดีไม่มีให้ สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่เสียผลประโยชน์ จึงแอบย่องเข้ามาลอบวางเพลิงกลางดึกเพื่อเป็นการแก้แค้นหวังไล่ที่แล้วฮุบเอาที่ดินแปลงนี้ไปจากนางวรรณดีมาเป็นของตนก็เป็นได้ ซึ่งจะได้สืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงและนำคนผิดมาลงโทษต่อไป

เพลิงไหม้บ้านไม้ทั้งหลังในเมืองคอน เคราะห์ดีไม่มีผู้เสียชีวิต พยานเผยได้ยินเสียง จยย.ขี่ออกไปหลังเกิดเหตุ ด้านตร.คาดเรื่องซื้อขายที่ดินส.ป.ก.แต่ตกลงไม่ลงตัว สร้างความไม่พอใจให้คู่กรณีที่เสียผลประโยชน์จนเกิดความแค้นลอบวางเพลิง 16 เม.ย. 2558 11:53 16 เม.ย. 2558 15:28 ไทยรัฐ