วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“การทูต” ที่ถูกต้องเอาตัวรอดได้

โดย สายล่อฟ้า

ต้องยอมรับว่าการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล คสช. ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ทำให้ประเทศไทยผ่านสถานการณ์ “แอนตี้ คสช.” มาได้อย่างสวยงาม โดยเฉพาะปฏิกิริยาจากสหรัฐฯและยุโรป

แม้แรกๆจะเกิดปัญหามากพอสมควร เนื่องจากไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติที่มองว่าการเข้ามาคุมอำนาจการปกครองของทหารเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประชาธิปไตย

สหรัฐฯแสดงปฏิกิริยาชัดเจน “ไม่ให้คณะรัฐบาล คสช.เข้าประเทศ” รวมถึงไม่ให้การสนับสนุนการเงินแก่กองทัพไทย

แต่ที่ชัดที่สุดก็คือ...

ไม่แต่งตั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยหลังจากที่ “คริสตี้ เคนนีย์” ครบวาระและเดินทางกลับประเทศไปแล้ว

พูดง่ายๆว่าสหรัฐฯให้ความสำคัญเพียงแค่ให้ระดับอุปทูตคือ “แพทริก เมอร์ฟี” ทำหน้าที่เอกอัครราชทูตแทนเท่านั้น

ถือว่าเป็นการลดระดับความสัมพันธ์ให้คุณค่าประเทศไทยแค่นี้

ขณะที่สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศก็มีความขัดแย้งลึกๆในลักษณะที่แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯมีปฏิกิริยาไม่พอใจ คสช. แต่สนับสนุนรัฐบาลตัวแทน “ทักษิณ” อย่างชัดเจน

การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ เดินทางมาประเทศไทยเพื่อประกาศท่าทีของสหรัฐฯในราชอาณาจักรไทยและการแสดงอำนาจบาตรใหญ่แบบไม่ไว้หน้ากัน

มิหนำซ้ำยังไม่ให้เกียรติรัฐบาล คสช.ที่บริหารประเทศอยู่ในขณะนี้ พูดง่ายๆเหมือนไม่มีรัฐบาลก็ว่าได้ ด้วยการเชิญอดีตนายกฯและอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศไปพบในสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย

แสดงเจตนารมณ์ “ตบหน้า” กันตรงไปตรงมา

นอกจากนั้น นายแพทริก เมอร์ฟี อุปทูตคนสำคัญก็เคลื่อนไหวทางการเมืองไม่สนใจเจ้าของประเทศว่าจะมีความรู้สึกอย่างไร ด้วยการเดินทางไปพบปะกับคนเสื้อแดงทั้งภาคเหนือ-ภาคอีสาน เพื่อตอกย้ำความขัดแย้งขึ้นมาอีก

นี่คือเพื่อนที่บอกว่ามีความสัมพันธ์กันยาวนานกว่าทุกประเทศในภูมิภาคนี้

แต่ก็ด้วยความอดทนอดกลั้น รัฐบาลไทยก็ได้แต่ใช้ความพยายาม ในการชี้แจงทำความเข้าใจถึงความจำเป็นที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มิฉะนั้นอาจจะเกิดสงครามการเมืองขึ้นมาได้

หลายประเทศเข้าใจดีจะมีก็แต่สหรัฐฯและยุโรปเท่านั้นแหละ...

แต่ก็อย่างว่า ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกันนั้นไม่ใช่มีแค่สหรัฐฯหรือยุโรปเท่านั้น ยังมีจีน รัสเซีย 2 ประเทศมหาอำนาจที่สามารถถ่วงดุลได้ด้วยการแสดงท่าทีสนับสนุนประเทศไทยอย่างออกหน้าออกตา

กลายเป็นรั้วแดงกำแพงเหล็กที่ปกป้องไทยเอาไว้ได้

นั่นยิ่งทำให้สหรัฐฯต้องคิดหนัก เพราะมันเท่ากับว่าจีนและรัสเซียได้เข้ามามีบทบาทในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน

มีทางเดียวคือ จะต้องปรับท่าทีความสัมพันธ์ใหม่

เริ่มจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯได้อวยพรให้คนไทยเนื่องในวันสงกรานต์ จากนั้นอีกเพียงไม่กี่วัน “โอบามา” ได้เสนอชื่อ “กลิน เดวีส์” ให้เป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ประจำประเทศไทย

ทูตสหรัฐฯคนใหม่ถือว่าไม่ใช่ธรรมดา ผ่านงานมาครบเครื่องและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ นั่นย่อมจะรู้ทะลุปรุโปร่งในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี

แต่ไทยจะต้องใช้ “เชิงยุทธ์” รักษาระดับความสัมพันธ์ให้ดีต่อไป.

“สายล่อฟ้า”

16 เม.ย. 2558 10:33 16 เม.ย. 2558 10:33 ไทยรัฐ