วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตรวจสอบ ถ่วงดุล

ตรวจสอบ ถ่วงดุล

โดย ลมกรด
17 เม.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในสัปดาห์หน้า ถือเป็นประตูแรกที่เปิดให้มีการแก้ไขได้ จากนั้นจะส่งไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาให้ความเห็นประกอบการแก้ไขร่าง

ตลอดทางของการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภาคส่วนต่างๆมากมาย แต่คณะกรรมาธิการยกร่างฯไม่เคยแยแส ยังดึงดันในแนวทางที่ตั้งธงไว้ ทั้งที่เป็นเสียงสะท้อนจากผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้น ขั้นตอนการพิจารณาของ สปช. จึงเป็นความหวังแรกที่จะปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้เข้าที่เข้าทาง ใช้บังคับได้จริง และไม่ก่อให้เกิดวิกฤติรอบใหม่

ประเด็นนายกฯคนนอกถูกท้วงติงอย่างหนักทั้งจากนักเลือกตั้ง ไปยันสมาชิก สปช.และสมาชิก สนช. ซึ่งก็สมควรคัดค้านอยู่หรอก ในยุคของ “บิ๊กสุ” ประชาชนเสียเลือดเนื้อไปมากมาย ต่อสู้จนได้รัฐธรรมนูญที่กำหนดให้นายกฯต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น แล้ววันนี้สมควรหรือที่จะเดินถอยหลังกลับไป

ที่จริงแล้วประเด็นนายกฯคนนอกเป็นแค่เป้าล่อเท่านั้น ล่อหลอกเบนความสนใจจากกับดักที่สร้างไว้ในต้นร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะที่มาและอำนาจหน้าที่ของ ส.ว. ซึ่งเป็นการทำลายระบบถ่วงดุลอย่างสิ้นเชิง

โดยหลักการ ส.ว.ที่มาจากการลากตั้งไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน ก็ไม่ควรมีอำนาจหน้าที่มากนัก แค่กลั่นกรองกฎหมาย ทักท้วงหรือให้ข้อเสนอแนะฝ่ายบริหารก็พอ แต่ ส.ว.ลากตั้งชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกลับมีอิทธิฤทธิ์เหลือร้าย สามารถออกกฎหมายเอง มีอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี และข้าราชการระดับสูง

อำนาจล้นฟ้าขนาดนี้เกินกว่าการถ่วงดุลแล้ว มันถึงขั้นเข้าไป “กำกับรัฐบาล” เลยทีเดียว

คุณบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างฯ และคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ล้วนเคยเป็นเลขาธิการ ครม.มาก่อน ย่อมรู้ดีว่า การจัดโผ ครม.ทุกครั้งต้องปิดข่าวให้เงียบที่สุด ถ้าข่าวรั่วเมื่อไหร่ล่ะก็วิ่งเต้นต่อรองกันตาย แม้กระทั่งการแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงก็ไม่แพ้กัน ไม่ต้องอื่นไกล ดู “โผทหาร” เป็นตัวอย่าง ทำไมต้องปิดข่าวกันจนนาทีสุดท้าย

ฉะนั้นไม่ว่านายกฯมาจาก ส.ส. นายกฯคนนอก หรือนายกฯเทวดา ก็บริหารประเทศไม่ไหวหรอกหากมี ส.ว.ลากตั้งคอยดึงขาถ่วงไว้อย่างนี้

รัฐธรรมนูญ 2540 เป็นต้นกำเนิดขององค์กรอิสระ เพื่อให้การตรวจสอบนักการเมืองมีประสิทธิภาพมากขึ้น ถือเป็นเจตนารมณ์ที่ดี แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับผิดเพี้ยนไป การตัดสินคดีถูกมองว่าเลือกข้างไปเสียหมด เอนเอียง สองมาตรฐาน จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอวิกฤติการเมืองไทย

คณะกรรมาธิการยกร่างฯควรแก้ปัญหาให้ตรงจุด ทำอย่างไรให้ กกต.ไม่เอียงกระเท่เร่ ทำอย่างไรให้ ป.ป.ช.ทำสำนวนแบบไร้อคติ ไม่ใช่บางสำนวนเร็วติดจรวด บางสำนวนดองจนหมดอายุความ ทำอย่างไรให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีโดยไม่เป็นที่คลางแคลงใจ

สัดส่วนกรรมการสรรหาองค์กรอิสระถูกจำกัดในวงแคบๆ เห็นมั้ยครับ เลือกกันมากี่ปี สรรหามากี่ครั้ง ปัญหาเดิมๆก็ยังคงอยู่ องค์กรอิสระโดดลงมาเล่นการเมืองอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่ควรปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง

ขอฝาก สปช.ช่วยเบิกฤกษ์ปรับแก้ให้ระบบกลับสู่สมดุลด้วย.

ลมกรด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้