วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คำพร...จากพ่อ

วันสงกรานต์ ผมไปหาพี่ๆน้องๆที่บ้าน กำลังนึกว่าถ้าแม่ยังอยู่ แม่จะให้พรลูกหลานอย่างไร บังเอิญค้นหิ้งหนังสือเจอหนังสือ “ลูกรักของพ่อแม่” (อ.วศิน อินทสระ สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี พ.ศ.2556)

จดหมายจากพ่อถึงลูก ฉบับที่ 1 ความเมตตา ผมขออนุญาตคัดย่อบางตอน

ถ้าลูกจะเจริญเมตตาตามหลักของพระพุทธศาสนา ให้ลูกพิจารณาถึงโทษของโทสะซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไป มันเป็นสิ่งทำลายตนก่อนแล้วลามไปทำลายผู้อื่น เหมือนไฟไหม้เกิดขึ้นที่บ้านเรา แล้วลามไปบ้านคนอื่น

ไฟคือโทสะนี้ ย่อมดับได้ด้วยน้ำ คือเมตตา เมื่อใจเอิบอาบอยู่ด้วยเมตตา โทสะย่อมไม่เกิด หรือเกิดได้ยาก ไฟย่อมไม่เกิดจากแหล่งน้ำ หรือว่าลูกเคยเห็น

พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า ไม่มีเคราะห์ใดเสมอด้วยโทสะ เมื่อใดเกิดโทสะ ขอให้ลูกระลึกว่า เคราะห์ร้ายกำลังมาแล้ว ขอให้รีบสะเดาะเคราะห์นั้น โดยรีบดับโทสะเสียให้เร็วที่สุด

เมื่อลูกมีโทสะ ลูกทำอันตรายตัวเอง เป็นอันตรายแก่ผู้อื่น ลูกได้สร้างเวรกรรมขึ้นแล้ว มันจะย้อนมาสนองลูกภายหน้า บางกรรมบางอย่างที่เราทำเพียงครั้งเดียว แก้กันไปทั้งชาติก็ยังไม่หมดสิ้น ยังติดตามไปในภพหน้าอีก

ลูกรัก ถ้านึกจะโกรธจะเกลียดใคร ถ้าเคยทำความดีเคยเกื้อกูลกันมา ก็ขอให้ระลึกถึงความดีของเขาให้มาก เพื่อดับความโกรธ พระสารีบุตร เคยให้โอวาทภิกษุทั้งหลายว่า

“ขอให้ถือเอาส่วนดีไว้ ทิ้งส่วนไม่ดีไป เหมือนไปพบผ้าผืนหนึ่ง ตัดส่วนไม่ดีออก ยึดเอาส่วนที่ดีไปทำประโยชน์”

คนเราย่อมรักตน ความโกรธ โทสะ เป็นศัตรู เป็นอันตรายแก่ตน ทำไมเราจึงหล่อเลี้ยงสิ่งที่เป็นอันตรายแก่ตนไว้เล่า

มีนิทานเรื่องหนึ่ง...ขอให้ลูกตั้งใจฟัง จะเข้าใจอะไรดีขึ้น

มุนีหนุ่มก้าวลงสู่สระบัว มีจิตอภิรมย์ต่อกลิ่นหอม จงใจยืนใต้ลม สูดกลิ่นดอกบัว“อา! ช่างหอมเย็นสดชื่นอะไรเช่นนี้”

เทพธิดาผู้สถิตอยู่ ณ ต้นไม้ริมสระบัว เห็นดังนั้นจึงเอ่ยทัก “ท่านยังมิได้รับอนุญาตจากผู้ใด สูดกลิ่นดอกบัวเช่นนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งแห่งการขโมย”

“เราเพียงแต่ยืนดมดอกบัวอยู่ห่างๆ เหตุไรท่านจึงว่าเราขโมยกลิ่นดอกบัวเล่า ดูก่อนเทพธิดา ถ้าท่านประกอบอาหารและกลิ่นอาหารนั้นโชยมากระทบฆานประสาทของข้าพเจ้า ท่านยังเล็งเห็นว่า ข้าพเจ้าขโมย...ของท่านหรือ”

“ขณะนั้นเอง ชายคนหนึ่งลงสู่สระ ถอนเหง้าบัวไป เหตุไรท่านจึงไม่ว่ากล่าว...ท่านไม่ว่า แต่มาจงใจว่าข้าพเจ้า ท่านคิดว่า ท่านยุติธรรม ดีแล้วหรือ”

“ข้าแต่นักพรต” เทพธิดากล่าว บุรุษผู้นั้นสกปรกหยาบช้า เปรอะเปื้อนด้วยบาปอยู่โดยปกติแล้ว เหมือนผ้านุ่งของแม่นมที่เปรอะเปื้อนด้วยน้ำลาย น้ำมูก มุต คูถของเด็ก ฉะนั้น การที่เขาจะทำเช่นนี้จึงมิใช่ของแปลก

อนึ่งเล่า หากข้าพเจ้าเห็นบุรุษผู้อยู่ในเพศคฤหัสถ์อยู่ร่วมกับสตรี จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนท่านสิเป็นนักพรต หากทำเช่นนั้น ก็จะก่อความพิศวงให้แก่ข้าพเจ้าเป็นอย่างยิ่ง”

“ข้าพเจ้าเห็นว่า การตั้งใจสูดดมของหอม ไม่สมควรแก่ท่านผู้เป็นสมณะ บุรุษผู้ปราศจากโทสะเช่นท่าน แสวงหาความสะอาดอยู่เป็นนิตย์ ย่อมเห็นบาปเท่าขนทราย (เนื้อกวาง) ปรากฏเหมือนมหาเมฆเหมือนภูเขา”

มุนีหนุ่มสารภาพ...“เทพธิดาท่านรู้จักข้าพเจ้าดี ท่านมีเมตตาตั้งใจอนุเคราะห์แก่ข้าพเจ้า เมื่อใดเห็นโทษแม้เพียงเล็กน้อย ขอจงเตือนข้าพเจ้าอีก”

“ข้าพเจ้ามิได้เป็นลูกจ้างของท่าน” เทพธิดาบอก “จะได้เที่ยวคอยรักษาท่าน ตัวท่านนั่นแหละ พึงรู้ด้วยตนเอง”

“ลูกรัก ใครเขาเตือนเราด้วยเมตตา” วศิน อินทสระ จบนิทานแล้ว สรุปคำสอน ขอให้รีบรับคำเตือนนั้นมาพิจารณาด้วยความเคารพ ถ้าเห็นว่าเขาเตือนถูก ก็จะได้รีบแก้ไขเสีย

ความเป็นคนว่าง่าย สอนง่าย เป็นมงคลอันสูงสุดข้อหนึ่ง ในมงคล 38 ประการ

คำพรจากพ่อแม่...ที่มีให้ลูกชุดนี้ น่าจะเป็นประโยชน์กว่าการสาดน้ำ การรดน้ำตามประเพณี...สงกรานต์กำลังจะผ่านเลยไป...รดน้ำสงกรานต์แล้ว ลดโทสะให้ได้ แผ่เมตตาให้เป็น ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขไปตลอดปี.

กิเลน ประลองเชิง

16 เม.ย. 2558 10:05 16 เม.ย. 2558 10:05 ไทยรัฐ