วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วัฒนา'อัดรธน.เทวดา ขี่นักการเมือง

ปล่อยผ่านไปเกิดวิกฤติอีก ‘ประสาร’โต้พรรคใหญ่โวย เพราะกลัวจะเสียประโยชน์

สองพรรคใหญ่ พท.-ปชป.ผนึกกำลังกดดันทำประชามติ “มาร์ค” ย้ำต้องทำเพื่อตัดปัญหา หวั่นครหาสืบทอดอำนาจต่างชาติยิ่งบีบหนัก “วัฒนา” จวกรัฐธรรมนูญฉบับเทวดาเหยียบนักการเมือง สถาปนาระบบราชทัณฑ์ควบคุมรัฐบาล ย้อนแน่จริงส่งโผทหารให้วุฒิฯสแกนด้วย เตือนขืนดื้อดึงคนกลับมาฆ่ากันแน่ “อ๋อย” ตอกอย่ากลัวเสียเวลาแต่ให้กลัวเสียโอกาส “ประสาร” ซัดพรรคใหญ่เสียประโยชน์เลยตั้งหน้าต้าน บี้ กมธ.ยกร่างฯเร่งทำความเข้าใจ ชุดปฏิรูปการเมืองวาง “สมบัติ” นำทีมถล่ม อยู่เรือลำเดียวกันต้องลากไปให้ถึงฝั่ง รัฐบาลแบหรา ผลงานหกเดือน 139 หน้า “ยงยุทธ” หวังทูตสหรัฐฯ คนใหม่จับมือไทยแน่นแฟ้นมากขึ้น ถ้าเดินการทูต สร้างสรรค์ก็วิน-วินทั้งคู่ สนช.เชื่อสัมพันธ์สองชาติดีขึ้น

แรงกดดันให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้ ได้รับการขานรับจากหลายฝ่าย ท่ามกลางการเตรียมเปิดอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่มี สปช.บางคนตั้งข้อสังเกตไปยัง 2 พรรคการเมืองใหญ่ ที่ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านเพราะกลัวจะสูญเสียอำนาจ

ซัดพรรคใหญ่เสียประโยชน์เลยต้าน

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า กรณีนักการเมืองพากันคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก โดยเฉพาะระบบเลือกตั้ง แสดงว่าร่างรัฐธรรมนูญมีอานุภาพจริง เป็นบรรยากาศเดียวกับตอนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 และปี 50 ที่พรรคการเมืองออกมาโจมตี แต่ในที่สุดต้องกัดฟันรับรอง การที่นักการเมืองไม่เห็นด้วยเพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปขวางทางสะดวก โดยเฉพาะการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ทำให้พรรคขนาดกลางขนาดเล็กมี ส.ส.เพิ่มขึ้น ขณะที่พรรคเพื่อไทยและประชาธิปัตย์ออกอาการไม่พอใจ แต่พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคภูมิใจไทย กลับไม่คัดค้านเพราะได้ประโยชน์ รวมถึงนักการเมืองพรรคใหญ่สามารถสละเรือลำเก่ามาเป็น ส.ส.ได้ด้วยกลุ่มหรือบารมีตัวเอง ยกมือได้อย่างอิสระในสภา ไม่ต้องทำตามบัญชาพรรค แนวทางเหล่านี้พรรคใหญ่ไม่ชอบ เพราะคุมคนของตัวเองไม่ได้

บี้ กมธ.ยกร่างฯ เร่งทำความเข้าใจ

นายประสารกล่าวต่อว่า ส่วนระบบโอเพ่นลิสต์ที่ให้อำนาจประชาชนเป็นคนกำหนดตัว ส.ส. ทำให้นักการเมืองที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ อาจไม่ถูกเลือก และต้องออกไปหาเสียง ไม่สามารถเสวยสุขควักกระเป๋าจ่าย หรือใช้ความเป็นเครือญาติเจ้าของพรรคได้อีกต่อไป ดังนั้น นักการเมืองจึงต้องออกมาขวางลำรัฐธรรมนูญฉบับนี้ หากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทำความเข้าใจกับประชาชนได้ เชื่อว่าประชาชนจะเห็นด้วย เพราะเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชน เป็นผู้กำหนดคนที่จะมาเป็นปาก เป็นเสียง เป็นหูเป็นตาจริงๆ

ชุดปฏิรูปการเมืองวาง “สมบัติ” นำถล่ม

นายบุญเลิศ คชายุทธเดช สปช.และโฆษกกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองกล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปการเมือง ได้นัดประชุมวันที่ 19 เม.ย. เพื่อศึกษารายละเอียดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก และซักซ้อมความพร้อมในการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ในวันที่ 20-26 เม.ย. ทั้งเรื่องโครงสร้างระบบการเมือง องค์กรอิสระ การปรองดอง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปแห่งชาติ เบื้องต้นมอบหมายให้นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปการเมือง เป็นผู้อภิปรายนำเสนอภาพรวมโครงสร้างการเมืองทั้งหมด ส่วนการกำหนดให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องให้คณะกรรมการสรรหามาก่อน ส่วนตัวไม่เห็นด้วย หากกมธ.ยกร่างฯตั้งใจเปิดกว้างให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้ง ก็ไม่ควรจำกัดสิทธิ

อยู่เรือลำเดียวกันต้องลากไปถึงฝั่ง

นายบุญเลิศกล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี กมธ.ปฏิรูปการเมืองมีมติให้เปิดช่องไว้ว่า หากภาวะบ้านเมืองเกิดวิกฤตการณ์ถึงทางตัน หรือนายกฯไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ ก็ควรเปิดช่องไว้ แต่สิ่งที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนำเสนอมา ไม่ได้พูดถึงเหตุการณ์วิกฤติเลย ดังนั้น ประเด็นนี้ต้องพิจารณากัน แต่เชื่อว่าการอภิปรายตลอดทั้ง 7 วันจะเป็นไปด้วยความราบรื่น กมธ.ยกร่างฯและ สปช.อยู่เรือลำเดียวกันแล้ว ต้องไปให้ถึงฝั่งให้ได้ หากมีใครไปขย่มเรือให้น้ำเข้าหรือเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง ก็คงต้องว่ากันเป็นรายๆไป แต่คิดว่าเท่าที่ทำงานด้วยกันมาไม่น่าจะมีปัญหา

“ดิเรก” เน้นชำแหละ 5 ประเด็นหลัก

ด้านนายดิเรก ถึงฝั่ง สปช.จ.นนทบุรี กล่าวกมธ.ปฏิรูปการเมืองทั้ง 5 คน ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อภิปรายเสนอความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ จะซักซ้อมเตรียมพร้อมในเนื้อหาสาระการอภิปราย โดยเน้นไปที่ 5 ประเด็นหลัก คือ ที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว.ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม พรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง และองค์กรอิสระ โดยเอกสารและข้อมูลที่เตรียมไว้ จะเน้นหลักวิชาการที่ถูกต้องเพื่อให้ประชาชนที่รับฟังเข้าใจง่าย หลักสำคัญของการอภิปราย คือต้องเป็นไปด้วยดี สงบสุข ไม่มีภาพดุดันหรือแสดงวิวาทะใส่กัน

“มาร์ค” ย้ำต้องประชามติตัดปัญหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เตรียมเชิญต่างชาติมาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านคงทราบว่ามีแรงกดดันและเสียงวิจารณ์ในประชาคมโลก ว่ารัฐธรรมนูญไทยจะเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าต่างชาติมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตยก็จะเกิดปัญหา แต่เชิญมาแล้วจะสามารถทำความเข้าใจได้หรือไม่ ตนไม่แน่ใจ เพราะไม่ทราบว่าต่างประเทศขีดเส้นความเป็นประชาธิปไตยตรงไหน อย่างไร เมื่อถามว่ารัฐบาลพร้อมให้ต่างชาติเข้ามาดูร่างรัฐธรรมนูญ แต่กลับไม่พร้อมที่จะทำประชามติ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ยังไม่ทราบว่าจะไม่ทำประชามติจริงหรือไม่ แต่ขอยืนยันว่าถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่านกระบวนการประชามติ โอกาสที่จะชี้แจงให้เกิดความเข้าใจ และยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยจะยากขึ้น จึงเสนอว่าต้องทำประชามติ

หวั่นสืบทอดอำนาจต่างชาติยิ่งกดดัน

นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า ยิ่งมีคนโต้แย้งในประเทศและต่างประเทศก็หวาดระแวงว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ หากผลักดันต่อไปปัญหาที่คสช.ตั้งเป้าว่าการเมืองจะสงบเรียบร้อย จะกลายเป็นตรงกันข้าม คือรุนแรงขึ้น รัฐบาลและคสช.ต้องคิดให้ดีถ้าไม่มีการทำประชามติ อะไรจะเป็นหลักประกันว่า 1-3 ปีจากนี้ไปคนไทยยังไม่เลิกเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการเสียโอกาสของประเทศ และถ้าจะทำประชามติก็ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ประชาชนเลือกด้วย นอกจากนี้หาก สปช.ไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องวนเวียนอยู่กับการร่างรัฐธรรมนูญไม่รู้จบ ต้องตั้งคำถามว่าจะทำให้คนข้างนอกเข้าใจได้อย่างไร ในเมื่อกลไกทั้งหลายมีที่มาจาก คสช.ทั้งสิ้น จะถูกมองว่าสืบทอดอำนาจไปโดยปริยาย และจะเป็นแรงกดดันเพิ่มขึ้น

“วัฒนา” จวก รธน.ฉบับเทวดา

ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าติดตามการยกร่างรัฐธรรมนูญมาตลอด พบว่า โครงสร้างรัฐธรรมนูญตาม กมธ.ยกร่าง มีวัตถุประสงค์ที่จะจำกัดและควบคุมอำนาจฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ที่เป็นอำนาจของประชาชน ขอย้ำเป็นการควบคุมไม่ใช่การตรวจสอบ อาทิ ออกแบบให้เป็นรัฐบาลผสมเพื่อให้ได้ฝ่ายบริหารที่ไม่มีเสถียรภาพ ส่งเสริมให้มีก๊วนการเมือง ซึ่งนำไปสู่การต่อรองผลประโยชน์ของพรรคหรือกลุ่มการเมือง นักการเมืองทะเลาะกันไม่มีที่สิ้นสุด แย่งดูแลกระทรวงใหญ่ พรรคขนาดกลางชี้ไปทางไหนทางนั้นก็ได้เป็นรัฐบาล รัฐบาลใช้นโยบายกลางบริหารประเทศไม่ได้ จงใจให้ประชาชนเกลียดประณามฝ่ายการเมือง เพื่อให้ประชาชนไปยอมรับอำนาจเทวดาที่ใช้ผ่านองค์กรต่างๆ ตามที่ กมธ.ยกร่างฯเขียนกันไว้

ผุดระบบราชทัณฑ์ควบคุมรัฐบาล

นายวัฒนากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กมธ.ยกร่างยังออกแบบสร้างหรือสถาปนาองค์กร ทั้งสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ สมัชชาพลเมือง องค์กรตรวจสอบภาคประชาชน สภาตรวจสอบพลเมืองในแต่ละจังหวัด โดยอ้างว่าเป็นการให้ประชาชนมีอำนาจตรวจสอบ หรือมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งความจริงไม่ใช่แต่เป็นการจัดตั้งองค์กรเพื่อรองรับกลุ่มบุคคลฝ่ายตนที่ปฏิเสธอำนาจประชาชนผ่านการเลือกตั้ง ให้มีอำนาจเพื่อทำหน้าที่ครอบงำการทำงานของรัฐบาลที่มาจากประชาชนมากกว่า รวมถึงการสร้างข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการคลังและงบประมาณของรัฐ ยังถูกกำหนดให้ต้องอยู่ภายใต้หลักความคุ้มค่า ความโปร่งใสและรักษาวินัยการคลัง ล้วนเป็นความเห็นและเป็นการคาดการณ์ในอนาคตทั้งสิ้น และการกำหนดให้ศาลปกครองแผนกการคลังและงบประมาณ มีอำนาจตีความ ศาลปกครองมีความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์อะไรที่จะมาตัดสินว่าคุ้มค่าหรือไม่ เท่ากับให้ศาลปกครองกำกับการทำงานของฝ่ายบริหาร รัฐบาลเหมือนอยู่ในระบบราชทัณฑ์ถูกควบคุมจากองค์กรเหล่านี้

ย้อนแน่จริงส่งโผทหารให้วุฒิฯสแกน

นายวัฒนากล่าวด้วยว่า การออกแบบให้ฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถูกจำกัดการใช้อำนาจ แต่กลับให้อำนาจวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาอย่างมหาศาล สามารถกำกับครอบงำการทำงานของฝ่ายบริหารได้เบ็ดเสร็จ ต่อไปการตั้งรัฐมนตรีต้องปิดเป็นความลับจนวินาทีสุดท้าย เพราะทีโผโยกย้ายนายทหารยังต้องเป็นความลับ แล้วทำไมโผ ครม.จะเป็นความลับบ้างไม่ได้ ไม่เช่นนั้นทำไมไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่า โผโยกย้ายนายทหารต้องให้วุฒิสภาตรวจสอบรายชื่อก่อน วุฒิสภายังมีอำนาจแต่งตั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ใช้อำนาจรัฐ ประกอบด้วย ศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด กกต.กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ป.ป.ช.ผู้ตรวจการแผ่นดินและพิทักษ์สิทธิมนุษยชน การถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง ที่หนักไปกว่านั้น ส.ว.มีอำนาจเสนอกฎหมายและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ด้วย ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลก

แฉทอดสะพานสืบอำนาจเผด็จการ

นายวัฒนากล่าวอีกว่า ขณะที่ฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ และยังต้องทำประชามติ เท่ากับปิดประตูการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจกว้างขวาง ควบคุมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เท่ากับเป็นการสถาปนาองค์กรที่มิได้มาจากประชาชนให้ยั่งยืนตลอดไปไม่มีที่สิ้นสุด เจตนาของ กมธ.ยกร่างฯเช่นนี้ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ผ่านองค์กรทั้งหลายที่ไม่ได้มาจากประชาชน มีอำนาจกำกับครอบงำการทำงานของรัฐบาล เพื่อเตรียมรองรับบุคคลในกลุ่มของตนที่ปฏิเสธการเลือกตั้ง ให้มีอำนาจเหนือประชาชน อยู่คู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด เห็นได้จากกลุ่มบุคคลดังกล่าวปฏิเสธเงื่อนไขที่มีผู้เสนอห้ามรับตำแหน่งใดเป็นเวลา 2 ปีหลังรัฐธรรมนูญถูกประกาศใช้ เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์

ขืนดื้อดึงคนกลับมาฆ่ากันอีกแน่

นายวัฒนากล่าวว่า การกำหนดให้จัดตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ เพื่อถ่ายโอนคณะบุคคลในกลุ่มของตนดำเนินการสืบทอดอำนาจเผด็จการ ต่อให้เทวดามาเป็นนายกฯก็บริหารประเทศไม่ได้ ใครก็บริหารประเทศไม่ได้ นอกจากนายกฯที่มาจากขั้วอำนาจเดียวกับองค์กรเหล่านี้ ดังนั้น หากปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ผ่านไป จะก่อให้เกิดความขัดแย้งกลับมาฆ่ากันใหม่อีกรอบ ดังนั้นหากต้องการคืนความเป็นประชาธิปไตยให้กับประชาชนจริง กมธ.ยกร่างฯต้องออกแบบโครงสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มีความเป็นสากลและมีความเป็นประชาธิปไตยบนพื้นฐานของหลักนิติธรรม สนับสนุนให้ฝ่ายบริหารและการเมืองเข้มแข็ง ถ่วงดุลการตรวจสอบ

“อ๋อย” ตอกอย่ายึดติดวงศ์ตระกูล

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เห็นด้วยกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ว่าถ้าไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจในเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญให้ถ่องแท้ การทำประชามติไม่มีทางผ่าน ถือเป็นความเห็นของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญแบบ คนละขั้วกันเลย โดยระยะหลังมักมีการพูดกันมากว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ผ่าน ต้องยุบ สปช. กมธ. ยกร่างฯ แล้วเริ่มต้นกันใหม่ เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ทั้งที่การร่างรัฐธรรมนูญเป็นหน้าที่ของทุกวงศ์ตระกูลในประเทศไทย เท่ากับเป็นการข่มขู่ให้ต้องผ่าน ทั้งที่เห็นกันว่าร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหา ถ้าไม่ผ่านก็ว่ากันใหม่ได้

อย่ากลัวเสียเวลาให้กลัวเสียโอกาส

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ถ้า คสช.ไม่กล้าจัดให้มีการลงประชามติ หมายความว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่านไป โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เราจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาอย่างมาก ไม่ใช่เป็นปัญหานักการเมือง แต่ปัญหาคือประชาชนไม่มีช่องทางกำหนดการบริหารประเทศ นำไปสู่ความขัดแย้งที่ มากกว่าเดิม สิ่งที่ทำหลังรัฐประหารจะล้มเหลวทั้งหมด ดังนั้น อย่ากลัวเสียเวลาต้องกลัวเสียโอกาส และกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้ง หากได้รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย ก็ได้รัฐบาลที่บริหารประเทศไม่ได้อยู่ดี รัฐอาจต้องใช้กฎอัยการศึก หรือมีการรัฐประหารอีกรอบ ฉะนั้นช่วงนี้จำเป็นต้องเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น และรีบตัดสินให้ทำประชามติ

รบ.โชว์ผลงานหกเดือน 139 หน้า

วันเดียวกัน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแถลงผลงาน รัฐบาลรอบ 6 เดือนในวันที่ 17 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. จะเป็นผู้แถลงผลงานเด่นๆทั้ง 11 ด้าน โดยมีรองนายกฯอาจต้องเสริมข้อมูลบางส่วน หลังจากนั้นจะเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม จากนั้นนายกฯจะไปชมการแสดงผลงานรัฐบาลด้านต่างๆ ที่ห้องโถงตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล และแจกเอกสารสรุปผลงาน 20 หน้า 500 ฉบับ ให้กับสื่อมวลชน โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นผู้จัดทำ ส่วนฉบับเต็ม 139 หน้า คณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายสำคัญและเร่งด่วนของรัฐบาล (กขน.) ที่มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จะโหลดลงเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

ลุย “ทำเนียบโมเดล” ขายของทั้งปี

ร.อ.นพ.ยงยุทธกล่าวว่า จากผลสำเร็จโครงการต่างๆริมคลองผดุงกรุงเกษม ทำเนียบรัฐบาล ได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยตลาดกล้วยไม้คุณภาพ สร้างมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ตลาดน้ำวิถีไทย 55 ล้านบาท และตลาดข้าว 7.9 ล้านบาท นายกฯจึงให้ มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องทั้งปี เน้นส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการของไทย เปิดพื้นที่ค้าขายสำหรับเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย อาทิ จัดตลาดผักผลไม้ไทยคุณภาพ ถนนสายวัฒนธรรมในลักษณะถนนคนเดิน ตลาดกลางคืน โดยนำสินค้าของดีสี่ภูมิภาคและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านมานำแสดง จัดเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับ ตลาดนัดสินค้าโอทอป และสินค้าดี SME สี่ภาค

หวังทูตสหรัฐฯคนใหม่เข้าใจไทย

ร.อ.นพ.ยงยุทธยังกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาเตรียมแต่งตั้งนายกลิน เดวีส์ เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ มาดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย แทนนางคริสตี้ เคนนีย์ ว่า มีการประสานถามความคิดเห็นไทยมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับเพราะนายกฯรัสเซียมาเยือนไทยก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐฯที่ผ่านมาก็ดีมาตลอด ไม่ได้มีผลกระทบอะไร การดำเนินการด้าน ความสัมพันธ์โดยรวมยังเป็นไปตามปกติ แม้สหรัฐฯจะมีมุมมองสถานการณ์ในไทยไปอีกทางหนึ่งก็ตาม แต่ถือเป็นโอกาสดีในการกระชับสัมพันธ์ และเชื่อว่าทูตคนใหม่ที่จะมาจะดำเนินงานเหมือนทูตคนก่อนๆที่ผ่านมา หวังว่าประสบการณ์สูงของนายกลิน เดวีส์ จะทำให้ความร่วมมือแน่นแฟ้นมากขึ้น

ถ้าเดินการทูตสร้างสรรค์ก็วิน–วิน

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวว่า ถือเป็นการดีกับเขาในการรักษาผลประโยชน์ และดีทั้งเขาและเราในการทำงานร่วมกัน ยิ่งบ้านเรารัฐธรรมนูญใหม่กำลังจะเสร็จ เลือกตั้งกำลังจะมา หลายประเทศที่มีสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์กับเราได้ประโยชน์ไปเยอะ ถ้าทูตคนใหม่ถอดประสบการณ์บทเรียนให้เราใช้ได้ เขาจะมีบทบาทในการเมืองไทย สำหรับนายกลิน เดวีส์ ถูกวางตัวมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว เพียงแต่ต้องผ่านหลายขั้นตอน มีการส่งตัวไปฝึกอบรม เรียนภาษาไทย

สนช.เชื่อความสัมพันธ์สองชาติดีขึ้น

นายกิตติ วะสีนนท์ รองประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องที่สหรัฐฯไม่ทอดทิ้งความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ หวังว่าทูตคนใหม่จะเดินทางมารับตำแหน่งได้โดยเร็ว เชื่อว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของสองประเทศจะดีขึ้น ความร่วมมือต่างๆที่สหรัฐฯเคยยกเลิกไปหลังจากเกิดรัฐประหาร จะมีการพิจารณาทบทวนให้กลับคืนมาอีกครั้ง ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นเพราะระยะหลังไทยหันไปกระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียและจีนนั้น น่าจะเป็นจังหวะบังเอิญมากกว่า การที่สหรัฐฯออกมาให้ข่าวในช่วงนี้ ทำให้ถูกมองว่าเป็นการหันมาพัฒนาความสัมพันธ์กับไทยอีกครั้ง ยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยตั้งเงื่อนไขใดๆกับสหรัฐฯ มีแต่สหรัฐฯไปตั้งเงื่อนไขให้ตัวเองมากเกินไป

“ดอน” รับเป็นสัญญาณที่ดีจากมะกัน

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมช.ต่างประเทศ กล่าวว่า การดำเนินการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนใหม่ ดำเนินการผ่านกระบวนการต่างๆมานานแล้ว ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯทั่วไปเป็นไปตามปกติ การส่งเอกอัคร– ราชทูตสหรัฐฯคนใหม่ซึ่งถือเป็นผู้แทนทางการเมือง จะช่วยให้ความสัมพันธ์กระชับขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ก่อนหน้านี้นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ส่งความปรารถนามายังคนไทยในเทศกาลสงกรานต์ ตามด้วยการประกาศเสนอชื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทยคนใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีในวันปีใหม่ไทย ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯมองไปข้างหน้าร่วมกันกับเรา ความร่วมมือกำลังเดินหน้าต่อเนื่อง ที่ผ่านมาไม่มีช่องว่างในความ สัมพันธ์ กับทุกประเทศก็เป็นเช่นเดียวกัน คือมีช่วงที่คึกคัก ช่วงที่เนือย

“มาร์ค” ชี้สัมพันธ์รัสเซีย–จีนปกติ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การวางนโยบายต่างประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่สร้างสัมพันธ์กับรัสเซียและจีนมากขึ้น เข้าใจว่ารัฐบาลทำงานภายใต้ข้อจำกัด เนื่องจากมิตรประเทศบางภูมิภาคมีแนวปฏิบัติที่เป็นกฎกติกาภายใน ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานที่มีความสัมพันธ์กับไทยได้เต็มที่ แต่มีมิตรประเทศบางส่วนที่ไม่มีข้อจำกัด รัฐบาลจึงสามารถทำงานร่วมกับจีน รัสเซีย หรือแม้กระทั่งญี่ปุ่น ในขณะที่โลกตะวันตกไม่สามารถทำอะไรได้เต็มที่ ซึ่งเป็นไปโดยธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า ไม่ใช่ข้อจำกัดที่เราต้องการ และพร้อมเพิ่มพูนความสัมพันธ์ต่อไปในอนาคต สำหรับท่าทีของสหรัฐฯและสหภาพยุโรป หรืออียู ที่กดดันไทยมากกว่าการรัฐประหารปี 2549 นั้นไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติอยู่แล้ว

ฟังความข้างเดียวจากล็อบบี้ยิสต์

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ข้อมูลที่เขาได้รับเป็นข้อมูลที่ไม่สมดุล โดยเฉพาะการมองปัญหารัฐประหารว่า มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพมองเห็นง่าย แต่เวลาที่มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งเข้ามาทำสิ่งที่ไม่ดี ระดมคนข่มขู่คุกคามฝ่ายตรงกันข้าม ต่างประเทศมองไม่ออก จึงมองแค่ว่าปฏิวัติไม่มีการเลือกตั้งเป็นเผด็จการ แต่เวลาที่มีการเลือกตั้งแล้วทำตัวเหมือนเผด็จการ เขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้เต็มที่ ขณะเดียวกันก็มีการเคลื่อนไหวล็อบบี้เพื่อให้ต่างประเทศรับรู้ ความจริงด้านเดียวทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น ส่วนกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 44 ตนอยากให้ระมัดระวัง เพราะล่าสุดมีการออกคำสั่งเพิ่มบทบาททหาร แม้ในมุมที่เรามองเป็นการบังคับใช้กฎหมาย แต่จะทำให้เกิดคำถามมากขึ้นว่าเหตุใด เจ้าหน้าที่บ้านเมืองฝ่ายอื่นไม่บังคับใช้กฎหมาย

“ยิ่งลักษณ์” ร่วมไหว้อัฐิบรรพบุรุษ

ช่วงสายวันเดียวกันที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ สถานที่ตั้งอัฐิบรรพบุรุษของ “ตระกูลชินวัตร” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายพายัพ ชินวัตร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ นางเยาวเรศ ชินวัตร และ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปก์ ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษของตระกูลที่ล่วงลับ พร้อมทำพิธีรดน้ำดำหัวและไหว้อัฐิของนายเลิศและนางดี ชินวัตร บิดา-มารดา ที่เสียชีวิตไปแล้ว ตามประเพณี “ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่” จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะไปซื้อของที่ตลาดสดสัน-กำแพง โดยมีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนแห่กันมาขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ต่อมาคณะของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ร่วมรดน้ำดำหัว น.ส.จันทร์สม ชินวัตร อายุ 94 ปี ซึ่งเป็นอา ก่อนไปทานข้าวซอยร้าน “ลุงปั๋น” เจ้าประจำที่สันกำแพง โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้กล่าวอวยพรประชาชนคนไทยว่า ขอให้ทุกคนมีความสุข ความเจริญ ทำมาค้าขายดี เจริญยิ่งขึ้นไป มีสุขภาพกายใจแข็งแรง ช่วยกันรักษาประเพณีไทย พร้อมมีความรักสามัคคี อภัยซึ่งกันและกันเพื่อความสงบสุขประเทศ

แรงกดดันให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้ ได้รับการขานรับจากหลายฝ่าย ท่ามกลางการเตรียมเปิดอภิปรายเพื่อรับฟังความเห็นร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แต่มี สปช.บางคนตั้งข้อสังเกตไปยัง 2 พรรคการเมืองใหญ่ 16 เม.ย. 2558 05:48 16 เม.ย. 2558 05:49 ไทยรัฐ