วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"รายงานพิเศษ"-ถอดบทเรียนญี่ปุ่นเพิ่มโทษเมาแล้วขับ "จำ-กักขัง" แทนรอลงอาญา

หลังจากผลักดันมาตรการเมาไม่ขับอย่างต่อเนื่องมาหลายปี แม้มีผลทำให้สังคมตระหนักถึงภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เมาสุราแต่สถิติและความสูญเสียของอุบัติเหตุจากการเมาสุราขับรถยังไม่ลดลง ล่าสุด มูลนิธิเมาไม่ขับ และเครือข่ายเหยื่อเมาไม่ขับ จึงเดินหน้านำเสนอมาตรการเข้มข้นมาตรการใหม่กับผู้ขับขี่รถยนต์ที่เมาสุรา

วันที่ 8 เม.ย.2558 ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน นายดิเรก อิงคนินันท์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “เมาแล้วขับ อุบัติเหตุ ประมาทหรือเจตนา” โดยมีผู้พิพากษาศาลยุติธรรมในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เข้าร่วมประมาณ 150 คน พร้อมด้วย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับ

ประธานศาลฎีกา กล่าวว่า การเมาแล้วขับ เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุทำให้เกิดความพิการและเสียชีวิต ทั้งยังส่งผลกระทบมากมายต่อบุคคล องค์กร และสังคม รวมถึงศาลยุติธรรมที่มีการฟ้องร้องคดีเข้าสู่ศาลจำนวนมาก และลักษณะแห่งคดีก็ยุ่งยากซับซ้อนยิ่งขึ้น การแก้ปัญหาเมาแล้วขับ ต้องทำงานร่วมกันของหน่วยงานหลายๆฝ่าย เพื่อให้การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิผลตามมาตรฐานสากล

นพ.แท้จริง เสนอว่า ปัจจุบันสถิติคนเมาแล้วขับสูงขึ้น สาเหตุมาจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะทราบว่ากฎหมายทำอะไรไม่ได้ จึงไม่ยอมเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ ทำให้ต้องแก้กฎหมายบังคับให้เป่าเครื่องตรวจวัดประกอบกับอัตราโทษปรับน้อย และผู้กระทำผิดส่วนใหญ่มีคำพิพากษาให้รอลงอาญา แต่ถ้ามีโทษจำคุกเชื่อว่าไม่มีคนกล้าฝ่าฝืน อย่างไรก็ตาม หากเห็นว่าแรงเกินไป ก็ขอเสนอเป็นโทษกักขัง “เชื่อว่ากำหนดโทษคนเมาแล้วขับหนักขึ้น อาจทำให้ความสูญเสียลดน้อยลง” คุณหมอเมาไม่ขับย้ำ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ มูลนิธิเมาไม่ขับ ได้เคยยื่นหนังสือถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ขอความร่วมมือไปยังศาลให้ลงโทษผู้ที่เมาแล้วขับ ด้วยโทษกักขังหรือจำคุก โดยไม่ต้องรอลงอาญามาแล้ว เพื่อขอให้ฝ่ายตุลาการช่วยลดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุทางถนนของคนไทย

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) ให้ข้อมูลว่า ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายเมาไม่ขับในบ้านเรา เพราะคนทำผิดไม่ทำตามกฎหมายแล้ว ยังมีความคิดว่าการตัดสินคดีคนเมาแล้วขับเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ จึงนำไปสู่แค่ การจับ ปรับ และรอลงอาญาเท่านั้น ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น สามารถจัดการคนเมาแล้วขับอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี 2001
โดยยึดหลัก โทษหนัก บังคับเข้ม (เก็มบัทสึ-ขะ) โดยแก้กฎหมายคดีเมาแล้วขับจากแค่คดีประมาทเป็นเจตนา ต่อมาปี 2006 แก้กฎหมายเมาแล้วขับอีกครั้ง โดยนอกจากคนเมาแล้วขับจะโดนโทษหนักแล้ว คนนั่งมาด้วยรวมถึงร้านที่จำหน่ายให้ก็มีความผิดด้วย ทำให้อุบัติเหตุปี 2001-2010 ลดลงต่อเนื่อง เมาแล้วขับลดลง จาก 25,400 ราย เหลือเพียง 5,553 ราย หรือลดลงถึง 78.1% ผู้เสียชีวิตจากเมาแล้วขับลดลงจาก 1,191 ราย เหลือเพียง 287 ราย หรือลดลง 75.9%.

หลังจากผลักดันมาตรการเมาไม่ขับอย่างต่อเนื่องมาหลายปี แม้มีผลทำให้สังคมตระหนักถึงภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ที่เมาสุราแต่สถิติและความสูญเสียของอุบัติเหตุจากการเมาสุราขับรถยังไม่ลดลง ล่าสุด มูลนิธิเมาไม่ขับและเครือข่ายเหยื่อเมาไม่ขับ 16 เม.ย. 2558 04:34 16 เม.ย. 2558 04:36 ไทยรัฐ