วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สนช.-พท. บี้รธน.ควรทำ ประชามติ

สนช.-พท. บี้รธน.ควรทำ ประชามติ

  • Share:

ปชป.ซ่าปรามคสช. อย่าดึงดันปมที่มา! นายกฯ-อำนาจส.ว.

สปช.ลับดาบรอถล่มร่างแรก รธน. 20-26 เม.ย. วิป สปช.รับเข้าชื่อจองกฐินเที่ยง 17 เม.ย. ถึงวันซักฟอก “วันชัย” ประเมินเวทีชำแหละดุเดือด งัดเหตุผลสู้กันเผ็ดร้อนแน่ สมาชิกจ้องรุมขย่มที่มา ส.ว. “บวรศักดิ์” ปัดแม่น้ำ 5 สาย อยู่เกินโรดแม็ป นัด 27 เม.ย. โชว์พิมพ์เขียว 315 มาตรา กมธ.ยกร่างฯ-สนช.-พท. เห็นสอดคล้องควรทำประชามติ รธน.ฉบับใหม่ เพื่อไทยขู่ คสช.สืบทอด อำนาจเจอวิกฤติซ้ำรอย 14 ตุลาฯ ฉะมโนเขียนกติกาฝืนประชาธิปไตย ปชป.เตือน คสช.สะเทือนถ้าดึงดันล่อเป้าปมที่มานายกฯ-อำนาจ ส.ว.-โอเพ่นลิสต์ “บรรหาร” สะกิดทุกฝ่ายนิ่งรอวันเลือกตั้ง ด้าน สนช.ตั้งท่าชงข้อเสนอแนะปรับแก้ไข คาใจวิธีการเฟ้นหา ส.ว. เปิดทางนายกฯคนนอกผ่าวิกฤติ “บิ๊กตู่” เร่ง เม.ย.เปิดเวทีต่างชาติติวเข้ม รธน. “บิ๊กเจี๊ยบ” โวนานาชาติไร้กังวลมาตรา 44 แล้ว

กรณีที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เตรียมประชุมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกในวันที่ 20-26 เม.ย. โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันแล้วว่าอาจจะผ่านหรือไม่ผ่าน เพราะมีประเด็นอ่อนไหวที่ถูกต่อต้านหลายเรื่อง ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่าควรจะให้มีการจัดทำประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

กมธ.ยกร่างฯ เอาด้วยทำประชามติ

เมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ของบรรดานักการเมืองที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญอาจจะไม่ผ่าน และต้องมีการปรับแก้ในหลายมาตราว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะออกมาวิจารณ์ เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถือว่าเป็นเพียงร่างแรกเท่านั้น ยังต้องผ่านกระบวนการอภิปราย และยื่นคำขอแก้ไขจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) รวมทั้งต้องส่งให้รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดูด้วย และต้องนำร่างรัฐธรรมนูญลงพื้นที่ต่างๆเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนอีก ดังนั้น ยังมีเวลาช่วงเดือน พ.ค.-ก.ค. เป็นช่วง 60 วัน สุดท้ายของการร่างรัฐธรรมนูญ กมธ.ยกร่างฯ จะนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับแก้ให้เหมาะสมได้ ขอยืนยันอีกครั้งว่าเราพร้อมรับฟังทุกความเห็น ส่วนการทำประชามติหากจะทำต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้ทำ แต่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะทำหรือไม่

แจงโอเพ่นลิสต์ ปชช.มีตัวเลือกเพิ่ม

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงระบบการเลือกตั้ง ส.ส.แบบใหม่ว่า เป็นรูปแบบที่ดี สร้างสมดุลให้กับการเมือง สะท้อนคะแนนที่ประชาชนเลือกพรรคการเมืองได้อย่างแท้จริง ส่วนที่นักการเมืองพรรคต่างๆวิจารณ์ระบบโอเพ่นลิสต์นั้น เพราะพวกเขาเสียประโยชน์ ต้องแข่งขันกันหนักขึ้น ต้องลงพื้นที่หาเสียงและแข่งขันทำผลงานกันเองภายในพรรคด้วย แต่ประชาชนกลับได้ประโยชน์อย่างมาก ที่นักการเมืองจะแข่งขัน พยายามทำผลงานโชว์ ทำให้มีตัวเลือกดีๆมากขึ้น

27 เม.ย.เผยโฉมหน้า รธน.ร่างแรก

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกมีเนื้อหาสาระครบถ้วนทั้ง 315 มาตรา แต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะต้องรอให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจถ้อยคำในการอ้างอิงเลขมาตรา จะมีความพร้อมสมบูรณ์ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ โดยจะเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกต่อสื่อมวลชนและประชาชนในวันที่ 27 เม.ย. ส่วนเรื่องระบบการเลือกตั้งแบบส่วนผสมประชาชนไม่ต้องกังวลกับวิธีการลงคะแนนเพราะยังเหมือนเดิม แต่การคำนวณคะแนนเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนเหตุผลที่กำหนดให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ กมธ.ยกร่างฯทำหน้าที่ไปจนถึงวันที่มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกว่า เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะทำหน้าที่ไปจนถึงวันนั้นซึ่งเป็นการสืบทอดงานให้ต่อเนื่อง ส่วนที่มีการทำนายว่าองค์กรตามแม่น้ำทั้ง 5 สายจะอยู่เกินโรดแม็ปที่ได้กำหนดไว้ว่าขณะนี้ไม่มีสัญญาณอะไร เชื่อว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามโรดแม็ปที่วางไว้

เชื่อ สปช.ชำแหละ รธน.ดุเดือดแน่

นายวันชัย สอนศิริ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงการอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 20-26 เม.ย.นี้ ว่าขณะนี้ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะได้วางแผนเตรียมการเป็นอย่างดีเพื่อคัดตัวบุคคลและประเด็นที่จะอภิปราย เชื่อว่าการอภิปรายจะดุเดือดเผ็ดมันแน่นอน แต่จะดุเดือดในเชิงวิชาการที่นำเหตุและผลมาโต้เถียงกัน ไม่ใช่แค่พูดเอามันหรือโต้วาที เพราะสื่อมวลชนและประชาชนจับจ้องดูอยู่ หากอภิปรายไม่เป็นโล้เป็นพาย กมธ.แต่ละคนจะเสียชื่อเสียเอง ซึ่งการอภิปรายครั้งนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์และความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญว่าดีจริงหรือไม่ สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้อย่างไร ส่วนการอภิปรายของ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ขณะนี้กำหนดไว้ 5 คนที่จะอภิปรายในเรื่องของศาล กระบวนการยุติธรรม การปฏิรูปตำรวจและองค์กรอิสระซึ่งจะสรุปประเด็นการอภิปรายในวันที่ 17 เม.ย.

ที่มา ส.ว.เป้าใหญ่รอถูกถล่ม

ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ. ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ประเด็นที่มีปัญหา เช่นที่มา ส.ว.การถ่วงดุลอำนาจ องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ อาจจะมีการอภิปราย ส่วนประเด็นอื่นๆ ต้องรอดูวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งสมาชิก สปช.จะได้รับร่างรัฐธรรมนูญ และคณะของตนจะประชุมหารือช่วงบ่ายหลังจากที่ได้รับร่างช่วงเช้า จะได้สรุปอีกครั้งว่าได้เขียนประเด็นที่เราสงสัยชัดเจนแล้วหรือไม่

เปิดกว้างสมาชิกซักฟอกเต็มสูบ

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการวิป สปช.กล่าวว่า การประชุม สปช. เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก ในวันที่ 20-26 เม.ย. จะพิจารณาเรียงตามหมวด ตามมาตราของรัฐธรรมนูญ โดยเปิดให้สมาชิกแสดงความจำนงตั้งแต่เที่ยงวันที่ 17 เม.ย.จนถึงวันอภิปราย การกำหนดสัดส่วน เวลาการอภิปรายแต่ละหมวดขึ้นอยู่กับว่ามีสมาชิกแสดงความจำนงมากหรือน้อย นอกจากนั้น คณะ กมธ.ปฏิรูปทั้ง 18 คณะ มีสัดส่วนการอภิปรายครบทั้ง 18 คณะ โดยให้เวลาคณะละ 2 ชั่วโมง ส่วน กมธ.ยกร่างฯจะเป็นผู้นำเสนอพร้อมชี้แจงรายละเอียดร่างรัฐธรรมนูญแต่ละหมวด แต่ละมาตรา จากนั้นในแต่ละวัน กมธ.ยกร่างฯจะมีเวลาตอบข้อซักถาม ของสมาชิก และ กมธ.ปฏิรูป

สนช.ตั้งท่าส่งความเห็น รธน.

ขณะที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่หนึ่ง กล่าวถึงกรณีที่คณะ กมธ.ยกร่างฯเตรียมเสนอรัฐธรรมนูญร่างแรกให้ สปช. ในวันที่ 17 เม.ย. ว่า สปช.ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 26 เม.ย. หลังจากนั้น อีก 30 วัน จะเปิดโอกาสให้ ครม. คสช. และ สนช. ร่วมเสนอความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญไปยังคณะ กมธ.ยกร่างฯ ในส่วนของ สนช.มีคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีตนเป็นประธาน ทำหน้าที่รวบรวมความเห็นจากสมาชิก สนช.และการรับฟังความเห็นจากประชาชน จะรวบรวมความเห็นครั้งสุดท้าย เสร็จไม่เกินกลาง เดือน พ.ค. จากนั้นจะส่งให้คณะ กมธ.ยกร่าง รัฐธรรมนูญต่อไป

ติดใจกันมากวิธีการเฟ้นหา ส.ว.

นายสุรชัยกล่าวว่า ในส่วนที่ สนช.ไปรวบรวมความเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญก็มีความเห็นที่หลากหลาย โดยในหลายประเด็นยังมีความเห็นแตกต่างจากเนื้อหาร่างแรกของคณะ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อาทิเรื่องที่มา ส.ว.แม้ร่างล่าสุดของคณะ กมธ.ยกร่างฯจะปรับแก้ไขเนื้อหาให้มี ส.ว.เลือกตั้งระดับจังหวัดแล้ว แต่ สนช.บางส่วนยังติดใจเรื่องวิธีการได้มาซึ่ง ส.ว. สำหรับเรื่องการทำประชามติ สนช.ขอรอดูท่าทีที่ชัดเจนของคณะ กมธ.ยกร่างฯก่อน ซึ่งในการเสนอความเห็นครั้งสุดท้ายต่อคณะ กมธ.ยกร่างฯนั้น สนช.จะเสนอความเห็นเรื่องการทำประชามติให้คณะ กมธ.ยกร่างฯพิจารณาว่า ควรจะทำประชาชมติร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะดำเนินไปตามโรดแม็ป ที่ คสช.วางไว้ทุกอย่าง คาดว่าช่วงต้นเดือน ก.ย.ทาง สปช.จะนำร่างรัฐธรรมนูญที่พิจารณาเสร็จสมบูรณ์แล้วขึ้นทูลเกล้าฯ ได้

เปิดทางนายกฯ คนนอกผ่าทางตัน

นายธานี อ่อนละเอียด สนช.ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาศึกษาเสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ขณะนี้คณะ กมธ.อยู่ ระหว่างรวบรวมความเห็นของ สนช. และความเห็นจากภายนอก เพื่อส่งเป็นความคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้คณะ กมธ.ยกร่างฯต่อไป คาดว่าจะส่งให้ได้เร็วๆนี้ เท่าที่รับฟังเสียงของ สนช.ส่วนใหญ่ พบว่า เรื่องที่มา ส.ว.สมาชิก สนช.ยังมีความเห็นหลากหลาย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับวิธีการเลือก ส.ว.จังหวัด และ ส.ว.สรรหาตามที่คณะ กมธ. ยกร่างฯเสนอมา ส่วนเรื่องที่มานายกฯ สนช.ส่วนใหญ่ ไม่ขัดข้องให้มีนายกฯ คนนอกได้ในภาวะวิกฤติเพื่อเป็นทางออกแก่บ้านเมืองในยามฉุกเฉิน แต่ต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจริงๆว่า ภาวะใดที่เรียกว่าภาวะไม่ปกติที่ให้มีนายกฯคนนอกได้

เทใจเชียร์ทำประชามติถาม ปชช.

นายธานีกล่าวว่า ส่วนเรื่องการทำประชามติ สนช.ส่วนใหญ่เห็นว่า ควรให้มีการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อความชอบธรรม เพราะเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างกันอยู่ มีการพูดถึงว่าการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นใดบ้างที่ต้องผ่านการทำประชามติจากประชาชน แต่ถ้ากฎหมายแม่ทั้งฉบับไม่ต้องผ่านการทำประชามติก็ดูเป็นเรื่องตลก ส่วนตัวเห็นด้วยให้ทำประชามติ ขณะที่เรื่องที่มา ส.ว.ส่วนตัวเสนอให้ประยุกต์นำรูปแบบ ส.ว.สรรหาและเลือกตั้งมาผสมกัน โดยให้มี ส.ว. 150 คน แบ่งกลุ่ม ส.ว.เป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 30 คนคือ กลุ่มวิชาชีพ วิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคอื่นๆ ให้ผู้สนใจมาสมัครเป็น ส.ว.ในแต่ละกลุ่ม จากนั้นให้ประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ใครที่ได้คะแนนตั้งแต่ลำดับที่ 1-30 ของแต่ละกลุ่มก็ได้เป็น ส.ว. วิธีการนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยตรง และยังได้ ส.ว.ที่มีความหลากหลายจากทุกกลุ่มอาชีพ ที่สำคัญไม่ได้ยึดโยงกับกลุ่มการเมืองใด เพราะใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ระดับจังหวัด ใครจะเป็น ส.ว.ต้องผ่านความเห็นชอบจากคนทั้งประเทศ

“สาธิต” เตือนอย่าดื้อดันประเด็นล่อเป้า

ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอฝากไปยัง กมธ.ยกร่างฯ และ คสช.ว่าการร่างรัฐธรรมนูญ โยงการแก้ปัญหาในบ้านเมืองทั้งหมด หลักใหญ่คือทุกอย่างต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในประเด็นล่อเป้าของรัฐธรรมนูญอย่าดึงดัน ทั้งเรื่องที่มานายกรัฐมนตรี ที่มา ส.ว.และอำนาจ ส.ว.ที่มีมากเกินไป หรือระบบเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์ ถ้าเอาความคิดตนเป็นใหญ่ จนรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการยอมรับ จะกระทบรัฐบาล คสช.แน่ เพราะวันนี้เผชิญทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศ ไหนจะพวกจ้องบ่อนทำลายคสช.เข้ามาสร้างสถานการณ์อีก กมธ.ยกร่างฯควรหันกลับมาฟัง จุดใดที่พรรคการเมืองสองพรรคเห็นตรงกัน ควรกลับมาแก้ไข เช่นที่มานายกฯ ควรมาจาก ส.ส. ส่วนสัดส่วน ส.ว. ควรปรับไม่ให้มาจากการเลือกตั้งโดยอ้อมทั้งหมด และการเขียนให้ ส.ว.มีอำนาจมาก โดยไม่มีองค์กรมาตรวจสอบเหมาะสมหรือไม่ เพราะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

โวยตีกัน 2 พรรคใหญ่กุมข้างมาก

เมื่อถามว่า หาก กมธ.ยกร่างฯ ดึงดันเขียนรัฐธรรมนูญ โดยไม่ฟังเสียง มีสิทธิที่ 2 พรรคใหญ่จะบอยคอตเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ นายสาธิต กล่าวว่า เชื่อว่าไม่มีพรรคใดคิดจะไม่ลงเลือกตั้ง นอกจากพรรคการเมืองที่สมรู้ร่วมคิดจ้องป่วน จ้องทำลาย คสช.ให้บริหารประเทศไม่ได้ เพราะการเลือกตั้งจะแก้วิกฤติปัญหาลดแรงกดดัน ทั้งจากในและนอกประเทศ แต่ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังตอบไม่ได้ว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ ทุกอย่างเป็นเรื่องอนาคต ต้องดูสังคมยอมรับกติกาที่ร่างมาหรือไม่ การออกแบบกติกาให้พรรคขนาดเล็กและขนาดกลางมีบทบาทมากขึ้น ถ้านำไปเชื่อมโยงกับการให้นายกฯ ไม่ต้องมาจาก ส.ส.ก็ได้ กมธ.ยกร่างฯต้องตอบ เพราะคนตั้งคำถามว่าการออกแบบตรงนี้ เพื่อสืบทอดอำนาจให้ใครหรือไม่ ตนไม่ปฏิเสธระบบเลือกตั้งแบบโอเพ่นลิสต์มีข้อดีทุกคะแนนเสียงของประชาชนจะไม่ตกหล่น แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินจริงๆ ถ้าประชาชนเลือกเพื่อไทยเป็นเสียงข้างมาก ประชาธิปัตย์ต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้าน พูดกันแบบแฟร์ๆ อย่าออกแบบให้ 2 พรรคการเมืองใหญ่ไม่มีสิทธิเป็นเสียงข้างมาก

พท.ฉะ “บวรศักดิ์” มโนร่าง รธน.

นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กล่าวว่า เท่าที่เห็นเนื้อหาในรัฐธรรมนูญร่างแรกที่เสร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกรับไม่ได้ ไร้สาระ หลายประเด็นเป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาได้ แก่ 1.ที่มานายกฯ ที่เปิดโอกาสให้คนนอกมาเป็นนายกฯได้ 2. ที่มา ส.ส.ให้ความสำคัญ ส.ส.บัญชีรายชื่อมากกว่า ส.ส.เขต 3. ที่มา ส.ว.ซึ่งให้ความสำคัญกับ ส.ว.สรรหามากเกินไป และให้อำนาจเทียบเท่ากับ ส.ส. ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรมี ส.ว.เลยจะดีกว่า ถ้ามี ส.ว.แล้วให้มีหน้าที่ไม่ต่างจาก ส.ส.ทั้งการเสนอและพิจารณากฎหมาย การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะมีไปทำไม ถ้าจะมี ส.ว.ก็ควรให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงเพียงอย่างเดียว 4. องค์กรต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ที่มีจำนวนมากเกินไป ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ คนที่ออกแบบรัฐธรรมนูญ อาทิ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เคยลงสมัครเลือกตั้ง แล้วไปใช้จินตนาการต่างๆ ทำให้กติกาที่ออกมาไม่เป็นที่ยอมรับในระบอบประชาธิปไตย

ขู่ คสช.สืบทอดอำนาจซ้ำรอย 14ตุลาฯ

นพ.เชิดชัยกล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ควรทำประชามติ ถามความเห็นชอบจากประชาชน มิเช่นนั้นจะเกิดปัญหาไม่จบสิ้น เพราะไม่ได้รับความชอบธรรมจากประชาชน คสช.ก็ไม่มีความชอบธรรมอยู่แล้ว ถ้ายังไม่มีการทำประชามติอีก ก็ยิ่งไม่ชอบธรรมมากขึ้น ยิ่งถ้า คสช.คิดสืบทอดอำนาจต่อไปอีก ก็จะเกิดเหตุการณ์เหมือน 14 ต.ค.16 เกิดขึ้น ขณะนี้ประชาชนอดทนมา 1 ปีถือว่าให้โอกาสมากพอแล้ว ขอให้รีบคืนอำนาจให้ประชาชนตามโรดแม็ปโดยเร็ว และขอให้ทหารเลิกระแวงคนเสื้อแดงได้แล้ว เหตุการณ์ความรุนแรงต่างๆที่เกิดขึ้น คนเสื้อแดงไม่ได้เกี่ยวข้อง และอดทนมาตลอดเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ ที่ผ่านมาแม้ปากจะบอกว่าอยากให้ประเทศสงบ แต่การกระทำกลับไปแหย่คนเสื้อแดงเหมือนท้ารบ อยากให้เกิดสงคราม แต่คนเสื้อแดงก็อดทนมาตลอด แต่คนเรามีขีดความอดทนจำกัดเหมือนกัน

จี้โชว์พิมพ์เขียวก่อนอภิปราย

นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี สปช.จะอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 20-26 เม.ย. ว่าอยากให้ กมธ.ยกร่างฯเปิดเผยร่างแรกที่ สปช.จะอภิปรายต่อสาธารณชนให้ได้รับรู้ว่าเป็นอย่างไร จะได้ทราบถึงเหตุผลการร่างแต่ละมาตรา จะได้มีส่วนร่วมในการรับฟังการอภิปรายมากกว่าที่เป็นอยู่ ที่ผ่านมามีเพียงการหยิบยกบางประเด็นออกมาให้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ แต่ไม่รู้ว่าร่างทั้งหมดเป็นอย่างไร และการที่ผู้ร่างและผู้อภิปรายไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้ไม่มีโอกาสชี้แจงต่อประชาชนโดยตรง ส่วนที่ผู้มีอำนาจพูดว่าอย่าเพิ่งวิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่ถึงที่สุด จำเป็นต้องเอาร่างออกมาให้ประชาชนเห็นก่อนการอภิปรายของ สปช.

หยันแค่พิธีกรรม สปช.ชูมือผ่านฉลุย

นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญของ สปช.เป็นเพียงพิธีกรรม อาจจะมี สปช.เพียงส่วนน้อยที่ออกเสียงไม่เห็นด้วย แต่สุดท้ายแล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาของ สปช.แน่นอน เพราะไม่เช่นนั้น สปช.คงจะตกงานกันหมด ทั้งนี้ กมธ.ยกร่างฯเองก็ไม่เคยถอยเลย ตั้งธงไว้ อ้างว่าทำเพื่อการปฏิรูป เพื่อให้ประเทศดีขึ้น แต่จริงๆแล้วกลับทำให้ประเทศถอยหลัง โดยเฉพาะเรื่องที่มา ส.ว.แม้จะมีการเลือกตั้งใน 77 จังหวัด แต่สัดส่วนของ ส.ว.สรรหายังมีมากกว่า ที่สำคัญคือให้อำนาจ ส.ว.มากมายเกินพอดี ทั้งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ระบบแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ความหวังของตนอยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่จะตัดสินใจว่าจะคุมทิศทางบ้านเมืองไปทางไหน หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน เชื่อว่าความวุ่นวายเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา แต่กำลังจะสร้างวิกฤติเกิดขึ้น ตอนนี้ยังมีเวลา เมื่อร่างรัฐธรรมนูญมาถึงมือ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ท่านไตร่ตรองทบทวนให้ดี หากเกิดกติกาที่ไม่เป็นธรรม เชื่อว่าฝ่ายการเมือง โดยเฉพาะพรรคการเมืองต้องคิดหนักว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่

“บุญจง” เตือนต้านกันมากจะวืด ลต.

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และอดีตรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกระแสต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า เมื่อฟังจากกระแสรอบด้านเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและผู้มีประสบการณ์ระบุว่ารัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านประชามติ หากจะพูดโดยรวมคือเวลานี้ พรรคการเมืองและหลายภาคส่วนไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ ดังนั้นขอมโนและจินตนาการดูว่า หากรัฐบาลและ คสช.เปิดโอกาสให้มีประชามติขึ้นมาและสมมติว่ารัฐ ธรรมนูญไม่ผ่านประชามติจากพี่น้องประชาชน และหากเป็นเช่นนั้น อยากจะถามว่าเวลานั้นสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป การเลือกตั้งที่ทุกคนต้องการจะมีหรือไม่ หรือหากจะมีแต่จะเป็นเมื่อใด

ท้าพวกคนดีมาลงสนามพิสูจน์สักตั้ง

ด้านนายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และอดีต รมช.คมนาคม แสดงความเห็นส่วนตัวว่า เท่าที่ร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมายอมรับว่าเหนื่อย แต่สุดท้ายต้องดูเมื่อร่างเสร็จรัฐธรรมนูญจะเป็นเช่นใด ส่วนตัวเราเป็นนักกีฬาก็พร้อมยอมรับกติกาได้ทั้งหมด แต่อยากเรียนว่าเมื่อกติกาต่างๆของรัฐธรรมนูญออกมาแล้ว อยากให้บรรดาคนดีทั้งหลาย ลงมาสมัครรับเลือกตั้งด้วยจะได้รู้

“เติ้ง” แนะทุกฝ่ายนิ่งรอวันเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บึงฉวากเฉลิมพระเกียรติ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยตรีสุพีร์พัฒน์ จองพานิช ผวจ.สุพรรณบุรี พร้อมข้าราชการ ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ่อค้าประชาชน ชาวสุพรรณบุรี นักการเมือง อดีตรัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยนายธีระ วงศ์สมุทร อดีต รมว.เกษตรฯในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมพิธีรดน้ำดำหัวของพรจากนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯและประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น โดยนายบรรหารกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนจะทำงานทางการเมือง เพื่อพัฒนา จ.สุพรรณบุรีทั้งด้านการศึกษา การท่องเที่ยวและการกีฬา หากวันข้างหน้าสิ้นตนแล้วไม่รู้จะมีใครเข้ามาพัฒนาแทนยังรู้สึกเป็นห่วง ตั้งแต่เข้ามาเป็นนักการเมือง ทุกๆวันตนได้สัญญาที่จะมุ่งมั่นพัฒนา จ.สุพรรณบุรีจากเมืองตาบอดให้เป็นเมืองตาใส ตาสว่าง กว้างไกลเทียบนานาประเทศ

“ปีใหม่ไทยปีนี้เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทย พวกผู้แทนราษฎรถูกแช่แข็งกันหมด ต้องอยู่เฉยๆ ทำอะไรไม่ได้ ถ้าทำอะไรมากไปก็อาจถูก คสช.เรียกตัวไป พรรคชาติไทยพัฒนาก็ต้องอยู่เฉยๆ รอว่าโอกาสหน้าฟ้าใหม่ มีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง ขอให้ข้าราชการทุกคนช่วยกันทำงานสร้างสรรค์ส่งเสริมรัฐบาลชุดปัจจุบันให้เจริญก้าวหน้า เชื่อว่าคงไม่ช้าจะมีการเลือกตั้ง แล้วนักการเมืองก็ไปต่อสู้กันในสนามการเมืองที่จะมีในอนาคต” นายบรรหาร กล่าว

ซัด กมธ.ไม่เชื่อใจนักการเมือง–ปชช.

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า ดูเหมือนว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้จะมีแนวความคิดที่ไม่เชื่อใจนักการเมืองและประชาชน ดูได้จากการออกแบบจะเห็นกลุ่มคนที่มีอำนาจไม่ได้มาจากการเลือกโดยตรงของประชาชน เช่น ส.ว.ที่ไม่มีการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง หรือระบบเลือกตั้ง ส.ส.ที่พยายามทำให้กระบวนการซับซ้อนมากขึ้น กมธ.ยกร่างฯคิดว่าประเทศชาติต้องการคนดีคนเก่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ใครคือคนดีคนเก่ง จะใช้สิ่งใดวัด แนวคิดนี้ก็เป็นแค่เชิงตรรกะไม่สามารถจับต้องได้ มีแต่จะทำให้บรรดานักการเมืองเอาสิ่งเหล่านี้มาโจมตีได้

“บิ๊กตู่” เร่ง เม.ย.เปิดฟังต่างชาติติว

วันเดียวกัน นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าเชิญต่างชาติแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่างรัฐธรรมนูญว่า อยู่ระหว่างที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ประสานงานปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะแม่งานเรื่องนี้ พยายามดูว่าเขามีบทเรียนอะไร ประสบความสำเร็จ มีปัญหาอุปสรรคอะไร ในการปฏิรูปและการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเยอรมัน รูปแบบเวทีคล้ายเวทีในการปฏิรูปประเทศไทยสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่คราวนี้เฉพาะเจาะจงเรื่องรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเชิญประเทศไหนมาบ้างนั้น พูดคุยเบื้องต้นไว้หลายประเทศ แต่ไม่แน่ใจมีกี่ประเทศ นอกเหนือเยอรมันและฝรั่งเศส ซึ่งองค์ประกอบรัฐธรรมนูญมาจากการเทียบเคียงกันหลายประเทศ ของฝรั่งเศสเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ ระบบเลือกตั้งจากเยอรมัน การเลือกตั้งระบบสัดส่วนและระบบผสม 3-5 ประเทศที่ศึกษารูปแบบมาจากเยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น แต่ในที่สุดของญี่ปุ่นและออสเตรเลียไม่ค่อยมีใครนำมาใช้เท่ากับเยอรมัน ฝรั่งเศส

เมื่อถามว่า ถ้าต้องรอรับฟังความคิดทั้งในและต่างประเทศด้วย จะทำให้ล่าช้าออกไปหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่น่ามีผลกระทบโรดแม็ป เพราะนายกฯสั่งการมาแล้วว่า ทำเร็วที่สุด อยากให้เวทีนี้เกิดขึ้นในเดือน เม.ย. แต่ไม่รู้จะทันหรือไม่ เพราะจะเปิดเป็นเวทีสาธารณะ

กต.ยันต่างประเทศหมดกังวล ม.44

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงผลตอบรับจากการชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องมาตรา 44 ของรัฐ– ธรรมนูญชั่วคราวต่อคณะทูตานุทูตและสื่อต่างชาติ ว่า นานาจิตตัง คนดีก็วิจารณ์ในทางที่ดี คนเอียงก็พยายามวิจารณ์กันเหมือนเดิม สำหรับมาตรา 44 เป็นเครื่องมือที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับประเทศ ซึ่งระบบปกติก็ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ขณะที่เรายังคงรักษาอำนาจทั้ง 3 คือฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการไว้ได้ เสียงสะท้อนและวิพากษ์วิจารณ์ก็ลดระดับลงมามาก หลังจากยกเลิกกฎอัยการศึกตามที่นานาชาติต้องการ อย่างไรก็ตาม สำหรับมิตรประเทศหากยังมีข้อสงสัยในประเด็นใดขอให้ถาม ยินดีชี้แจง และพร้อมรับฟังคำแนะนำ เพื่อนำมาปรับใช้กับของไทยให้เหมาะสม เราเปิดกว้างรับคำแนะนำ แต่จะให้ประเทศไทยไปกินขนมปังไปทั้งชีวิตคงไม่ได้ เพราะเราแค่ไปอยู่ในจุดที่เหมือนเขา และมีเจตนารมณ์และเป้าหมายที่เหมือนกันเท่านั้น ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศขณะนี้ยังดีเช่นเดิม ไม่มีประเทศใดถามเรื่องมาตรา 44 ผู้ที่ถามเป็นคนที่ต้องทำหน้าที่และเกี่ยวข้องเท่านั้น

ป.ป.ช.เค้นรายชื่อ ขรก.โกงรอบ 2

อีกเรื่องนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ช.เตรียมส่งรายชื่อข้าราชการทุจริตรอบสองให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า จะมีการดำเนินการหลังประชุม ศอตช.อีกครั้ง ซึ่ง ป.ป.ช.จะไปตรวจสอบเพื่อแจ้งรายชื่อข้าราชการทุจริตเพิ่มเติมรอบสอง แต่ระบุไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าใดต้องรอไปตรวจสอบข้อมูลก่อน พร้อมกับเสนอความเห็นต่อที่ประชุม ป.ป.ช.ด้วย เมื่อถามว่า รายชื่อข้าราชการทุจริตรอบสองมีข้าราชการระดับสูง เช่น ปลัดกระทรวง ผู้ว่าฯ อธิบดีด้วยหรือไม่ นายสรรเสริญตอบว่า ยังสรุปไม่ได้ว่าจะมีข้าราชการระดับสูงร่วมด้วยหรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบก่อน เพียงแต่ตำแหน่งระดับปลัดกระทรวง ผู้ว่าฯ อธิบดี อยู่ในอำนาจที่ ป.ป.ช.จะตรวจสอบได้อยู่แล้ว ทั้งนี้รายชื่อที่ ป.ป.ช.จะส่งให้ ศอตช.จะยึดหลักเกณฑ์เดิมคือเป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนรายชื่อรอบแรกที่เดิมระบุว่า มีอยู่ 5-10 รายนั้นจากการประมวลล่าสุดพบมีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาจำนวนมาก ทำให้รายชื่อรอบแรกที่จะส่งให้ ศอตช.มีประมาณ 20-30 คนส่วนใหญ่เป็นระดับท้องถิ่นและข้าราชการประจำระดับซีเล็กๆ

ชี้ ศก.ฟุบยิ่งกว่ายุคแฮมเบอร์เกอร์

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ออกมายอมรับเศรษฐกิจวันนี้มีปัญหาว่า มองมาตลอดว่ามีปัญหาจริงและมองไม่เห็นว่าจะกระเตื้องขึ้นโดยวิธีไหน ซึ่งนักธุรกิจเท่าที่คุยมาเขายืนยันว่า ปัญหาหนักกว่าวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะมีปัญหากำลังซื้อในประเทศหดหาย การบริหาร วางนโยบายของรัฐบาลหลายอย่างไม่สอดคล้องกันจากแนวคิดกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลคิดในกรอบเดิมๆ ที่ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ เกิดจากปัญหาจำนำข้าวมา เป็นภาระด้านการเงิน และรัฐบาลยังไม่สามารถหารายได้ทดแทนให้เกษตรกร

“มาร์ค” เมินโต้ “บิ๊กตู่” บลัฟเจ๋งกว่า

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สิ่งที่เสียดาย คือหากปล่อยให้รัฐบาลที่แล้วบริหารประเทศต่อไป โครงการนี้จะพังในมือของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และประชาชนจะได้เรียนรู้ถึงพิษภัยของประชานิยมด้วยตัวเอง ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจต่อการเลือกตั้งในอนาคต แต่พอมีการรัฐประหารตอนนี้ชาวนาลืมปัญหาจำนำข้าว แล้วมีการวิจัยพบว่าต้องการโครงการจำนำข้าวกลับมาอีก เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเท่ากับเราวนอยู่กับปัญหาเดิม เนื่องจากไม่มีการให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจมากกว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ขอตอบโต้ เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจจะเป็นเครื่องชี้วัดความสามารถในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจเองว่าคลี่คลายปัญหาได้ดีเพียงใด

เตือนตกหลุมผูกขาดตลาดไก่ไข่

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนห่วงแนวคิดที่จะเสนอให้ยกเลิกการเปิดเสรีนำเข้าพ่อแม่พันธุ์ไก่ไข่ ที่รัฐบาลประชาธิปัตย์เคยมีมติไว้ เพื่อกลับไปล็อกโควตานำเข้าเหมือนเดิมจนเกิดปัญหาการผูกขาดว่า ข้อมูลที่ให้เกี่ยวกับราคาไข่ไก่สับสนมาโดยตลอด บางช่วงราคาลดลงก็จะโทษว่า เพราะเปิดเสรีทั้งที่ช่วงเวลานั้นยังไม่มีการนำเข้าเลย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ล้มเสรีราคาไข่ไก่ก็กลับเพิ่มสูงขึ้นได้ จึงอยากให้รัฐบาลเอาใจใส่ว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนความเป็นจริงของตลาด หรือมีความพยายามจะชี้นำตลาดโดยการผูกขาดของคนกลุ่มหนึ่ง และเอ้กบอร์ดต้องโปร่งใส สิ่งที่ต้องทำคือการแก้ปัญหากฎหมายการแข่งขันทางการค้า เพื่อลดปัญหาการผูกขาด อยากให้นายกฯพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ชาวบ้านชอบ รบ.เด็ดขาดแต่จี้แก้ปากท้อง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นตัวแทนครอบครัวไทยต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องในวันครอบครัวไทย วันที่ 14 เม.ย. จำนวน 1,278 คน เมื่อวันที่ 6-12 เม.ย. พบว่า ร้อยละ 81.22 เห็นว่ารัฐบาลมีอำนาจเด็ดขาดในการบริหารประเทศ แก้ปัญหาได้รวดเร็ว ร้อยละ 79.50 ดูแลบ้านเมืองให้สงบสุข ไม่มีการประท้วง ทะเลาะเบาะแว้ง ร้อยละ 76.84 เน้นปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันและจัดระเบียบสังคม และร้อยละ 58.37 มีความเป็นผู้นำ ตรงไปตรงมา เปิดเผย ตั้งใจทำงาน โดยสิ่งที่ครอบครัวไทยชื่นชอบรัฐบาล ร้อยละ 85.05 มีกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชน ร้อยละ 64.24 การดำเนินการเด็ดขาดต่อผู้กระทำผิดทุจริตคอร์รัปชัน ขณะที่สิ่งที่ไม่ชื่นชอบรัฐบาล ร้อยละ 71.52 คือ น้ำเสียง หรือคำพูดที่ตรงหรือดุเกินไปร้อยละ 70.03 การใช้อำนาจ ไม่ยืดหยุ่น เผด็จการเกินไป ทั้งนี้ ร้อยละ 78.33 คาดหวังให้พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง มีเสถียรภาพ ร้อยละ 77.46 ประชาชนกินดีอยู่ดี ครอบครัวมีความสุข ส่วนสิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล ร้อยละ 82.94 ขอให้ตั้งใจทำงาน ไม่ย่อท้อ ใช้อำนาจในทางที่ถูก เป็นธรรม ร้อยละ 80.83 แก้ปัญหาค่าครองชีพสูง ข้าวของแพง เพิ่มรายได้ให้ประชาชน

นายกฯ สั่งทำตลาดเกษตรกร

วันเดียวกัน ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวกับการจัดทำตลาดเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จัดกิจกรรมเพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย อาทิ การจัดประกวดตลาดเกษตรกรดีเด่น จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่ผู้ผลิตสินค้าเกษตร ส่งเสริมตลาดสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ส่งเสริมพื้นที่ตลาดเกษตรกรเป็นแหล่งท่องเที่ยว โครงการตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ รวมทั้งตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเข้าไปส่งเสริมพื้นที่ที่มีความพร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปด้วย

คุมเข้มเรือทิ้งสมอทำลายปะการัง

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงสงกรานต์พบมีเรือท่องเที่ยว เรือคาตามาราน เรือสปีดโบ๊ต บรรทุกนักท่องเที่ยวไปพักผ่อนตามเกาะแก่งและชายหาดจำนวนมาก โดยเฉพาะฝั่งอันดามันที่มักเกิดเหตุ เจ้าของเรือมักง่ายทอดสมอลงไปในทะเลแทนที่จะจอดเรือในแนวที่เจ้าหน้าที่ผูกทุ่นไว้สำหรับจอดเรือ พบว่า มีเรือจำนวนหนึ่งไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ทอดสมอลงไปในทะเลโดยตรง ซึ่งทำลายแนวปะการัง สมบัติทางทะเลที่ควรอนุรักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.สั่งการให้กรมเจ้าท่า และตำรวจน้ำ ออกเรือตรวจตรา และขอความร่วมมือ หากฝ่าฝืนต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่เกาะชายฝั่งอันดามัน ประเทศไทยมีนโยบายต้อนรับและดูแลนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ต้องไม่ละเลยการดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้