วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แพร่ภาพตัวแสบ ตร.ไล่ล่า คนขับคาร์บอมบ์

แพร่ภาพตัวแสบ ตร.ไล่ล่า คนขับคาร์บอมบ์

  • Share:

ล็อกรปภ.อีก1-สอบเครียด เพิ่มน้ำหนัก‘การเมือง’ป่วน ไก่อูยังปักใจกลุ่มอำนาจเก่า

ชุดคลี่คลายคดี “คาร์บอมบ์” ห้างเซ็นทรัลฯ เกาะสมุย ยืนยันภาพชายนิรนามที่แพร่สะพัดว่อนเน็ต เป็นคนขับรถกระบะซุกระเบิดนำมาจอดไว้ใต้ถุนห้างจริง ระดมกำลังเช็กชื่อ-นามสกุลก่อนล่าตัวมาให้ได้โดยเร็ว ตำรวจเรียกสอบเครียดหัวหน้า รปภ.ที่เข้าเวรกะดึกวันเกิดเหตุ ระบุคนร้ายจงใจขับรถมาจอดใกล้เสาอาคาร ทหารล็อกตัว รปภ.ต้องสงสัยอีก 1 คนเข้ารีดข้อมูลในเซฟเฮาส์ วงจรปิดแฉเส้นทางนำรถยนต์ทำคาร์บอมบ์ออกจากจังหวัดชายแดนใต้ แถมเจอรถกระบะนำขบวนคอยตรวจเส้นทางและพามือบึมหลบหนี “โฆษก ตร.” ให้น้ำหนักไปในเรื่องการเมืองก่อกวน เชื่อโจรใต้แค่รับจ้างทำระเบิดเท่านั้น ด้าน “เสธ.ไก่อู” มั่นใจ มีการจัดฉากปล้นรถมาก่อเหตุ โบ้ยฝีมือขั้วอำนาจเก่าจ้องป่วน ขณะที่ความรุนแรงใน 3 จชต.ยังไม่ทุเลา มีผู้บริสุทธิ์ทั้งชาวไทยพุทธ-ไทยมุสลิมตกเป็นเหยื่อถูกสังหารรายวัน

หน่วยงานด้านความมั่นคงระดมกำลังคลี่คลายคดี และเค้นสอบผู้ต้องสงสัยเพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงผู้ก่อเหตุและผู้จ้างวานให้กลุ่มคนร้ายใช้ “คาร์บอมบ์” ก่อวินาศกรรมเขย่าขวัญระเบิดถล่มลานจอดรถใต้ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 7 คน รถยนต์และรถ จยย.เสียหายกว่า 10 คัน เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 10 เม.ย. เบื้องต้นตั้ง 3 ประเด็นหลักคือ โจรใต้ขยายพื้นที่ความรุนแรง เรื่องการเมือง รวมทั้งความขัดแย้งของพนักงานห้างฯบางกลุ่ม แต่ล่าสุดให้น้ำหนักไปที่เรื่องการเมืองขั้วอำนาจเก่า จัดฉากสร้างสถานการณ์ โดยนำรถกระบะมาสด้า 4 ประตู ซึ่งกลุ่มคนร้ายดักปล้นมาจากเจ้าหน้าที่ อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มาซุกระเบิดถังแก๊สทำคาร์บอมบ์หวังเบี่ยงเบนประเด็นให้เชื่อมโยงกับเหตุไฟใต้

ล่าชายนิรนามขับรถคาร์บอมบ์

ความคืบหน้าในการคลี่คลายคดี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 เม.ย. ที่ห้องประชุมชั้น 3 สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.ภ.8 พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. เรียกประชุมตำรวจชุดคลี่คลายคดีคาร์บอมบ์ห้างเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย เพื่อติดตามความคืบหน้าของตำรวจชุดคลี่คลายคดีแต่ละชุด ใช้เวลาประชุมอย่างเคร่งเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนแยกย้ายกันออกไปทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.สมชาย แถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า คดีมีความคืบหน้าไปมาก มีความละเอียดขึ้นและลึกลงมากกว่าเดิม โดยเฉพาะภาพชายต้องสงสัยสวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน ที่มีการนำไปแชร์ในโซเชียลมีเดียขณะนี้ ยืนยันว่าเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างเซ็นทรัลฯ สมุย และยืนยันว่าเป็นชายต้องสงสัยที่เป็นคนขับรถคาร์บอมบ์คันเกิดเหตุไปจอดลานจอดรถใต้ห้างเซ็นทรัลฯสมุย ก่อนที่ชายดังกล่าวจะเดินออกมาจากลานจอดรถขึ้นไปทางบันไดเข้าห้างฯชั้น 1 แล้วเดินออกจากห้างฯไปยังริมถนนหายไป ซึ่งวงจรปิดจับภาพใบหน้าชายต้องสงสัยคนดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

เร่งตะครุบตัวมาให้ได้ใน 1–2 วัน

พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.ภ.8 กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีเช็กชื่อและนามสกุลที่อยู่ของชายดังกล่าว และติดตามตัวมาให้ได้โดยเร็ว คาดว่าจะได้ตัวภายใน 1-2 วันนี้ แต่การทำงานของตำรวจทุกขั้นตอนต้องละเอียด และตอบข้อสงสัยของสังคมได้ จึงให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด ก่อนจะขออนุมัติศาลออกหมายจับชายต้องสงสัยคนดังกล่าว ส่วนการเรียกตัวเจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างเซ็นทรัลฯ สมุย 15 คนมาสอบปากคำก็มีความคืบหน้าไปมากแล้ว รปภ.ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ส่วนเจ้าหน้าที่ รปภ.ต้องสงสัย 3 คนที่ถูกล็อกตัวก็ให้ทหารนำตัวไปสอบสวนขยายผลอยู่ว่าเกี่ยวข้องกับเหตุคาร์บอมบ์ครั้งนี้หรือไม่ ตำรวจชุดคลี่คลายคดียังได้ประสานกับห้างเซ็นทรัลฯ สมุย เพื่อติดตามเจ้าหน้าที่ รปภ.อีก 8 คนที่ถูกไล่ออกและลาออกไปก่อนหน้านี้มาสอบปากคำด้วย เพราะอาจจะเชื่อมโยงกลุ่มคนร้ายก็ได้ ยืนยันว่าตำรวจยังไม่ทิ้งประเด็นทั้ง 3 ประเด็นแต่อย่างใด

เช็กกล้องวงจรปิดทุกตัวทั่วห้าง

ด้าน พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. กล่าวว่า ตำรวจกองปราบปราม ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของห้างเซ็นทรัลฯ สมุย จำนวน 80 ตัวทั่วห้าง โดยเช็กภาพจากกล้องทุกตัวทุกจุดย้อนไปหลายวัน เพราะเชื่อว่าผู้ก่อเหตุน่าจะมาดูลาดเลาไว้ก่อน และน่าจะมีทีมงานร่วมด้วย ไม่ได้ทำเพียงลำพัง ขณะนี้งานตรวจสอบภาพเดินหน้าไปประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์มีความคืบหน้าไปมากแล้วเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้ายภายในห้างฯ แต่ยังเปิดเผยอะไรไม่ได้ขอปกปิดไว้เป็นความลับจนกว่าคดีนี้จะคลี่คลายในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

สอบเครียด หน.รปภ.ที่เข้าเวร

ที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย พนักงานสอบสวนได้เชิญพนักงาน รปภ.ของบริษัทโปรการ์ด จำกัด 1 ราย ที่รับจ้างดูแลรักษาความปลอดภัย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เกาะสมุย และเข้าเวรในช่วงเวลาเกิดเหตุมาสอบปากคำเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ และจำนวนผู้เข้าเวรทั้งหมดในคืนเกิดเหตุ โดยพนักงาน รปภ.ระดับหัวหน้างานคนหนึ่งที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าเวรคืนเกิดเหตุ ให้การว่า ได้เข้าเวรในช่วงกะที่ 2 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ก่อนเกิดเหตุประมาณ 30 นาที โดยมีพนักงาน รปภ.เข้าเวรทั้งหมด 15 คน มีพนักงาน รปภ.ที่เป็นชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่ 7 คน ทุกคนอยู่ประจำตามจุดที่ได้รับมอบหมาย ส่วนตนทำหน้าที่ตระเวนตรวจดูความเรียบร้อยรอบลานจอดรถ จนถึงเวลา 22.30 น. มีเสียงระเบิดดังสนั่นบริเวณต้นเสาที่ G 23 ซึ่งมีลูกชายตนเข้าเวรอยู่ใกล้จุดดังกล่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

คนร้ายจงใจจอดรถบึมใกล้เสา

หัวหน้าพนักงาน รปภ.กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ดูภาพวงจรปิดและเพิ่งมาทราบว่ารถกระบะคันเกิดเหตุได้ขับเข้ามาทางประตู 2 ด้านฝั่งตรงข้ามกับพรุเฉวง เมื่อเวลา 20.29 น. แล้วจงใจขับเลี้ยววนเข้าไปจอดด้านในช่องว่างระหว่างที่จอดรถ จยย.กับอาคารลิฟต์ที่ 1 ตรงบริเวณต้นเสาที่ G 32 ก่อนที่ชายต้องสงสัยที่สวมเสื้อยืดสีน้ำเงินได้เดินออกไป โดยได้ยินคนพูดกันว่าออกไปโบกเรียกรถแท็กซี่ที่หน้าห้าง ซึ่งขณะนั้นพนักงาน รปภ.ต่างช่วยกันรับรถเข้ามาจอดในลาน ไม่ได้สงสัยหรือทันสังเกตว่าชายคนนั้นไปทางไหน ตนเข้ามาทำงานเป็น รปภ.ที่ศูนย์การค้าฯ แห่งนี้ตั้งแต่เปิดบริการวันแรก เมื่อวันที่ 29 มี.ค.57 ไม่เคยมีปัญหาเรื่องอะไรเลย และไม่เชื่อว่าศูนย์การค้าฯ จะมีความขัดแย้งกับใคร เพราะเป็นที่ท่องเที่ยวและช่วยให้คนมีงานทำจำนวนมาก ไม่มั่นใจว่าสาเหตุมาจากเรื่องอะไรแน่

แฉเส้นทางออกจากพื้นที่ จชต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แหล่งข่าวชุดคลี่คลายคดีเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ภาพบันทึกจากกล้องวงจรปิดบริเวณท่าเทียบเรือโดยสารเฟอร์รี่ของบริษัทราชาเฟอร์รี่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 10 เม.ย. พบรถกระบะคันที่ใช้ทำคาร์บอมบ์ ขับด้วยท่าทางเร่งรีบเนื่องจากเป็นช่วงใกล้เวลาเรือออกจากท่า เมื่อตรวจสอบกล้องย้อนหลังไปตามเส้นทางพบรถยนต์คันดังกล่าวใช้ทางหลวงหมายเลข 408 ต่อเนื่องทางหลวงหมายเลข 401 เส้นเลียบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นถนนสายเก่า คนร้ายขับรถออกจากพื้นที่ อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ผ่านพื้นที่ อ.เมือง อ.ระโนด จ.สงขลา อ.หัวไทร อ.เมือง อ.ท่าศาลา อ.สิชล อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช เข้าสู่ท่าเทียบเรือที่ อ.ดอนสัก ตลอดทางยังพบรถกระบะต้องสงสัยอีกคัน ขับขี่ในลักษณะเกาะกลุ่มคล้ายเป็นรถล่วงหน้าคอยเช็กด่านตรวจ แต่กล้องวงจรปิดจุดลงเรือ กลับไม่พบรถคันดังกล่าว จึงเชื่อว่ารถต้องสงสัยอีก 1 คัน จะจอดรออยู่ใกล้ท่าเรือ ทำหน้าที่รอรับคนขับรถคาร์บอมบ์ หลบหนีออกจากพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี

ล็อก รปภ.อีก 1 คนเข้าเซฟเฮาส์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกองทัพภาคที่ 4 ได้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ รปภ.ห้างเซ็นทรัลฯ สมุย ที่ต้องสงสัยเพิ่มอีก 1 คน จากที่ล็อกตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ 3 คน รวมเป็น 4 คน โดยนำตัวไปสอบปากคำที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เกาะสมุย โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทหาร เร่งสอบปากคำ รปภ.ทั้ง 4 คน อย่างเคร่งเครียด เพื่อขยายผลว่ากลุ่มก่อเหตุคาร์บอมบ์มีส่วนพัวพันกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้หรือไม่ เบื้องต้น รปภ.ทั้ง 4 คนยอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวเนื่องมาจากเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่ยังไม่ทราบว่ากลุ่มปฏิบัติการลงมือก่อเหตุคาร์บอมบ์ในครั้งนี้เป็นกลุ่มไหน อยู่ระหว่างการตรวจสอบของฝ่ายความมั่นคงของทหาร ทภ.4 และหากมีการจับกุมกลุ่มคนร้ายมาได้ครบ ทุกอย่างจะกระจ่างชัดขึ้น

ตร.มุ่งปมโยงการเมืองก่อกวน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจากการนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบในหลายจุด แต่ยังเปิดเผยราย– ละเอียดไม่ได้ ส่วนในประเด็นต่างๆที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ตั้งสมมติฐานไว้ 3 ประเด็น วันนี้ได้สรุปประเด็นเน้นน้ำหนักไปในเรื่องการเมืองเป็นหลัก เนื่องจากมีหลายๆข้อมูลที่เป็นข้อมูลที่ผิดปกติ อยู่ระหว่างการติดตามบุคคลในกลุ่มการเมืองหลายกลุ่มที่รู้ว่าจะมีการก่อกวนในพื้นที่บริเวณนั้น บริเวณนี้ แต่รายละเอียดอาจไม่ตรงกัน โดยพฤติกรรมอาจจะเป็นการจ้างกลุ่มที่มีความชำนาญในการประกอบระเบิด เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นมีหลายคนที่มีข้อมูลชี้ไปในแนวนั้น ขณะนี้ยังไม่ชี้ชัดถึงกับออกหมายจับใครได้ มีแต่เพียงผู้ต้องสงสัย ส่วนการโยกย้าย ผกก.สภ.บ่อผุด จ.สุราษฎร์ธานี เนื่องจากไม่มีความคล่องตัวในการทำงาน จึงให้ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ไปปฏิบัติหน้าที่แทน ตำรวจไม่ได้ถูกชี้นำจากฝ่ายทหารหรือรัฐบาล และพนักงานสอบสวนทำหน้าที่ตามพยานหลักฐานที่มี

เชื่อโจรใต้แค่รับจ้างทำระเบิด

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า สถานการณ์ใน พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาจจะลุกลามขึ้นมายังไม่ได้ตัดทิ้ง เพียงแต่น้ำหนักยังน้อยมากเพราะยังไม่มีอะไรเชื่อมโยง มีแค่รถที่หายมาจาก จ.ยะลา เท่านั้น ส่วนประเด็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวเท่าที่ตรวจสอบขณะนี้ยังไม่พบ เรื่องการให้เจ้าหน้าที่ รปภ.ออกไปก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะหลายคนก็ไปได้งานที่ดีกว่าเดิม ไม่ได้ถูกไล่ออกเพราะความไม่พอใจ แต่ถึงอย่างไรประเด็นเหล่านี้ก็ยังไม่ตัดทิ้งเพียงแต่น้ำหนักน้อยลง ส่วนรถที่หายในพื้นที่ 3 จังหวัด บางครั้งเหตุที่เกิดใน 3 จังหวัดก็เป็นรถที่หายไปจากที่อื่น ซึ่งเป็นตัวชี้ที่อาจจะไม่เที่ยงนัก ดังนั้นเราจะประเมินในเรื่องของการทำระเบิด และชนิดของระเบิดมากกว่า โดยอาจจะเป็นการว่าจ้างก็ได้ คงไม่ถึงขนาดที่ว่าการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดจะขยายพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดเหตุไม่น่าจะใช่พื้นที่ที่อยู่ในเป้าหมายของการขยายพื้นที่ เพราะมีการกระโดดข้ามหลายจังหวัด และไม่มีอยู่ในเป้าหมายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จึงให้น้ำหนักในเรื่องการสร้างความไม่สงบเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่า

ไฟไหม้ “โคออป” คาดอุบัติเหตุ

พล.ต.ท.ประวุฒิยังกล่าวต่อว่า ส่วนการสอบสวนและการสอบพยานเบื้องต้นในกรณีเหตุเพลิงไหม้โคออป พบว่า โกดังเป็นโกดังปิด ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ เพียงแต่สังเกตเห็นเปลวเพลิงจากภายนอกได้ เนื่องจากประตูที่ปิดเป็นประตูโปร่ง ซึ่ง รปภ.ให้การว่า เห็นเพลิงไหม้อยู่ภายในโกดังเก็บของ และโกดังดังกล่าวก็ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ และยังให้การสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ดังนั้น ในเบื้องต้นจากการสอบพยานแวดล้อมยังไม่พบประเด็นในเรื่องของการจงใจให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ แต่ก็ยังต้องรอผลการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง

โฆษก รบ.มั่นใจจัดฉากปล้นรถ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยความคืบหน้าคดีระเบิดห้างเซ็นทรัลฯ สมุย ว่า การจากสืบสวนขยายผลและตรวจสอบหลักฐานในหลายจุด พบข้อมูลน่าเชื่อได้ว่า มีการจัดฉากหรือสนับสนุนให้มีการขโมยรถยนต์จากพื้นที่ อบต.ละแอ อ.ยะหา จ.ยะลา มาใช้ก่อเหตุ เพื่อหวังให้เชื่อมโยงไปว่าเป็นผู้ก่อเหตุจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลักษณะวิธีการปล้นรถมีความแตกต่างจากเหตุการณ์จริงที่มักจะเกิดขึ้นในพื้นที่ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้มัดและควบคุมตัวผู้ขับรถก่อนจะขโมยรถหลบหนีไป ก็มีความเกี่ยวเนื่องกับสภาพแวดล้อมใกล้ชิดกับเจ้าของรถ จนน่าเชื่อได้ว่าบุคคลแวดล้อมน่าจะมีส่วนรู้เห็นกับผู้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังเชื่อมั่นในข้อมูลว่า การก่อเหตุเป็นการบงการของกลุ่มการเมืองอำนาจเก่าที่ต้องการสร้างสถานการณ์ แต่เบี่ยงเบนประเด็นให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าเกี่ยวข้องกับเหตุใน 3 จังหวัดใต้ ซึ่งมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ไม่หลงประเด็นอย่างแน่นอน

ถล่ม 2 ผัวเมียดับคาสวนยาง

ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอยู่ต่อเนื่อง เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 เม.ย. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผบก.ภ.จ.ยะลา พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ผกก.สภ.ยะหา พ.ต.ท.ประสม หลวงพูล รอง ผกก.สส. ร.ต.ท.ปรัชญา เหตุหาก พงส.สภ.ยะหา นายจะเร ตุ้งแก้ว ปลัดป้องกัน อ.ยะหา และ จนท.กู้ภัยแม่กอเหนี่ยวยะหา ไปตรวจสอบเหตุนายบาราเฮง ลาแล อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17/1 หมู่ 5 บ้านสะปาเราะ ต.ยะหา และนางมาลิวัลย์ แดเบาะ อายุ 51 ปี ภรรยา ทั้งคู่ถูกยิงศีรษะและลำตัวพรุน เหตุเกิดในสวนยางบ้านซีเซะใน หมู่ 5 ต.บาโระ อ.ยะหา ห่างทางหลวงสาย 4077 (ยะหา-บันนังสตา) ช่วงยะหา-ปะแต ราว 300 เมตร แต่เมื่อไปถึงพบญาตินำศพ 2 ผัวเมียกลับไปทำพิธีที่บ้านแล้ว จุดเกิดเหตุมีเพียงรถ จยย.ฮอนด้า สีฟ้า-ดำ ทะเบียน ขคว 598 ยะลา ล้มตะแคงอยู่ และมีปลอกกระสุนปืนอาก้าตกเกลื่อนนับสิบปลอก คาดขณะที่ 2 ผัวเมียขี่รถ จยย.จะไปกรีดยาง ถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนมาดักรอแถวโคนต้นยางพารา และใช้ปืนกราดยิงถล่ม สงสัยฝีมือแนวร่วมสร้างสถานการณ์รายวัน

ยิงแพทย์ประจำตำบลร่างพรุน

ที่ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.รือเสาะ และ ร.ต.ท.อุทัย พันธุ์ทอง พนักงานสอบสวน ไปสอบเหตุยิงกันบนถนนในหมู่บ้านนาดา หมู่ 3 ต.รือเสาะ พบรถ จยย.ยามาฮ่า สีน้ำเงิน ทะเบียน กลน 922 ภูเก็ต ล้มอยู่ริมถนน และมีปลอกกระสุนปืน 9 มม. ตกอยู่ 8 ปลอก ผู้ถูกยิงคือนายอนุรักษ์ สาและ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/2 หมู่ 3 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส แพทย์ประจำตำบลรือเสาะ ถูกกระสุนปืนเข้าลำตัวและแผ่นหลัง รวม 8 นัด นำตัวส่งรักษาที่ รพ.รือเสาะ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา สอบสวนทราบว่าขณะที่ผู้ตายขี่รถ จยย.ออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปดูงานรับเหมาปูกระเบื้องที่ ร.ร.บ้านนาดา และก่อนถึงโรงเรียนราว 100 เมตร ถูก 2 คนร้ายขี่รถ จยย.ไล่ตามแล้วชักปืนยิงใส่จนเสียชีวิต สาเหตุเป็นการสร้างสถานการณ์ร้ายของกลุ่มผู้ไม่หวังดี

ผู้ว่าฯดูจุดฆ่าเผา 4 ไทยพุทธ

เมื่อเวลา 09.00 น. นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผวจ.นราธิวาส พล.ต.ต.พัฒนวุธ อังคะนาวิน ผบก.ภ.จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.นราธิวาส ไปตรวจสอบเหตุคนร้ายใช้ปืน เอ็ม16 บุกยิงชาวบ้านเสียชีวิต 4 ศพ ที่บ้านเลขที่ 286 และ 288 หมู่ 12 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา จุดแรกตรวจสอบบ้านเลขที่ 286 ของนายจุล อินเอิบ พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 รวม 10 ปลอก ตกอยู่ใกล้หน้าต่างและประตู ในบ้านพบคราบเลือดและร่องรอยเพลิงไหม้ ซึ่งคนร้ายใช้น้ำมันราดแล้วจุดไฟเผาศพนายจุลและนางดำ อินเอิบ 2 ผัวเมียส่วนจุดที่ 2 บ้านเลขที่ 288 ห่างจากหลังแรก 20 เมตร เป็นบ้านนายสมนึก รัตนะ เจ้าหน้าที่พบคราบเลือดบริเวณหน้าประตูบ้าน และในบ้านพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 รวม 8 ปลอก ซึ่งคนร้ายยิงนายสมนึก รัตนะ และนางอารี รัตนะ 2 แม่ลูกเสียชีวิตแล้วจุดไฟเผา เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ร้ายรายวัน

จ่ายเยียวยาเหยื่อโจรใต้

ที่ห้องไอซียู รพ.ปัตตานี นายวีรพงค์ แก้วสุวรรณ ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยนายกเหล่ากาชาด จ.ปัตตานี เข้ามอบเงินช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบ 4 รายใน 2 เหตุการณ์ คือ นายสุบิน สุขขี อายุ 46 ปี และนางมนทิพย์ สุขขี อายุ 44 ปี 2 สามีภรรยา ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้ปืนสงครามยิงขณะขายอาหารหน้าบ้านพื้นที่หมู่ 4 บ้านตาแกะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา อาการล่าสุดของทั้งคู่ยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากกระสุนถูกจุดสำคัญ จากนั้น ผวจ.ปัตตานียังได้มอบเงินช่วยเหลือและกระเช้าของขวัญให้กับ ส.ต.ต.สหรัฐ ไชยนุ้ย อายุ 33 ปี และ น.ส.ณัฏฐ์นรี สุทธิ์โพธิ์ อายุ 19 ปี ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดริมถนนสายปะนาเระ-ยะหริ่ง หมู่ 5 อ.ปะนาเระ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา อาการทั้งคู่ปลอดภัยแล้ว เหลือเพียงรอยบาดแผลจากสะเก็ดระเบิดเท่านั้น โดยทั้ง 2 เหตุการณ์เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการกระทำของกลุ่มแนวร่วมโจรใต้ในพื้นที่ ต้องการทำร้ายชาวกลุ่มไทยพุทธ

กราดยิงทหารพราน–ญาติเจ็บ

ต่อมาเมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.ท.ณรงค์ศักดิ์ พุตแก้ว พงส.สภ.จะแนะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีคนร้ายใช้ปืนซุ่มยิงทหารพราน สังกัดร้อย ทพ.4601 กรมทหารพรานที่ 46 บาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนในหมู่บ้านไอร์บาลอ หมู่ 6 ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษา รพ.สุคิริน ทราบชื่อ อส.ทพ.สุกรี หนูเสน อายุ 29 ปี ถูกยิงหัวไหล่ นายกิตติศักดิ์ กามิ อายุ 25 ปี ถูกยิงเข้าที่ขาทั้ง 2 ข้าง และ น.ส.สุวาริน กันทะนิด อายุ 24 ปี มีบาดแผลจากรถล้ม โดยทั้ง 3 คนเป็นญาติกัน ก่อนเกิดเหตุ นายกิตติศักดิ์ และ น.ส.สุวาริน ขี่รถ จยย.ออกจากบ้านไปรับ อส.ทพ.สุกรี ที่ฐานทหารพราน เนื่องจากถึงกำหนดลาพักตามวงรอบ ขณะขี่รถ จยย.ออกจากฐานมาถึงที่เกิดเหตุเป็นเนินดินสองข้างทาง มีคนร้ายซุ่มอยู่และใช้ปืนสงครามกราดยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บและรถ จยย.ล้มลง ก่อนที่คนร้ายจะหลบหนีไป เบื้องต้นคาดฝีมือแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

วางบึมป้อมเก็บเงิน อช.พังยับ

เวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้ระเบิดแสวงเครื่องวางไว้ในป้อมเก็บเงินทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว หมู่ 5 ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี และเกิดระเบิดขึ้น ทำให้ป้อมเก็บเงินพังเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากขณะเกิดเหตุจุดดังกล่าวปิดให้บริการแล้ว คาดว่าคนร้ายต้องการก่อกวน เพราะหากเกิดระเบิดขึ้นในช่วงกลางวันจะส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเที่ยวพักผ่อนคลายร้อนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยังไม่เข้าไปตรวจสอบบริเวณ ดังกล่าว จะต้องรอในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น เพราะเกรงคนร้ายอาจซุกระเบิดลวงไว้แล้วถือโอกาสซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้