วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เซ่นสงกรานต์ 4วัน191ศพ

เซ่นสงกรานต์ 4วัน191ศพ

  • Share:

เจ็บ1,808ราย-เมาซิ่งตามเคย

4 วันสงกรานต์สังเวยไปด้วย 191 ราย เจ็บ 1,808 คน “ร้อยเอ็ด” แชมป์ 9 ศพ กำชับตั้งด่านชุมชนคุมเข้มการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ด้าน สธ.เตือนพวกแชร์ข้อความมั่ว ยันนมเปรี้ยวไม่ช่วยลดแอลกอฮอล์ พร้อมแจงผลการตรวจการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ก่อนและช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรวจ 1,365 ราย ใน 36 จังหวัดทุกภาค พบผู้กระทำผิด 398 ราย เจอเยอะสุดคือส่งเสริมการขาย 165 ราย

ผ่านครึ่งทางช่วงหยุดต่อเนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันที่ 13 เม.ย. นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข แถลงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 12 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ “สติ วินัย น้ำใจ ปลอดภัยสงกรานต์ สืบสานประเพณี” เกิดอุบัติเหตุ 520 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 70 ราย ผู้บาดเจ็บ 527 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 41.92 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 21.73 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 83.33 โดยมีพฤติกรรมเสี่ยงจากการไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 31.66 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สุรินทร์ 22 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ และสุรินทร์ จังหวัดละ 6 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 21 คน

สรุปอุบัติเหตุทางถนนรวม 4 วัน (9-12 เม.ย.58) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,735 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 191 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,808 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 16 จังหวัด จังหวัดที่ไม่มีผู้บาดเจ็บในช่วง 3 วัน มี 2 จังหวัด ได้แก่ สมุทรปราการ และหนองคาย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 66 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ ร้อยเอ็ด 9 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี 71 คน

รมว.สาธารณสุขกล่าวว่า จากข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนในช่วงที่ผ่านมา พบว่ารถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด คิดเป็นกว่าร้อยละ 80 อีกทั้ง 1 ใน 3 ของอุบัติเหตุมีสาเหตุจากการดื่มแล้วขับ และมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากการขับรถเร็ว โดยถนนสายรองมีสถิติอุบัติเหตุเพิ่มสูงขึ้น ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จึงได้เน้นย้ำจังหวัดกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบูรณาการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครในพื้นที่ตั้งด่านชุมชนคุมเข้มการดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ รวมถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายกระบะ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตราย ตลอดจนจัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มงวด ทั้งการจำหน่ายบนทาง การดื่มบนรถและพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุทางถนนที่เป็นระบบ โดยหากประชาชนพบเห็นหรือประสบอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669

ด้าน นพ.ภาณุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ขณะนี้มีการแชร์ข้อความในโซเชียลมีเดียว่าการดื่มนมเปรี้ยวจะช่วยลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดและจะตรวจไม่พบเมื่อเจ้าหน้าที่ให้เป่าในเครื่องตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ ขอชี้แจงว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน นมเปรี้ยวไม่มีฤทธิ์ทำลายแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด จะทำให้เป็นอันตรายกับผู้ที่ดื่มแล้วขับหรือเมาแล้วขับเพราะแอลกอฮอล์ยังอยู่ในเลือดเหมือนเดิม จึงขอให้ประชาชนช่วยกันแชร์ข้อมูลที่ถูกต้องหรือตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแชร์เพื่อช่วยกันสร้างสังคมไทยให้ปลอดภัยจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นพ.ภาณุมาศกล่าวอีกว่า สำหรับผลการตรวจการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในรอบ 11 วัน ทั้งก่อนและช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตรวจทั้งหมดรวม 1,365 ราย ใน 36 จังหวัดทุกภาค พบผู้กระทำผิด 398 ราย ความผิดอันดับหนึ่ง คือการส่งเสริมการขาย 165 ราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีก วันละไม่เกิน 50,000 บาท จนกว่าจะเลิกโฆษณา ที่เหลือขาย ลด แลก แจก แถม 66 ราย ขายในสถานที่ต้องห้าม 33 ราย และขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 8 ราย ดื่มในที่ห้ามดื่ม เช่น บนถนน สวนสาธารณะ จำนวน 61 ราย ขายผิดเวลา 57 ราย

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นไม่ขาดระยะ โดยเมื่อกลางดึกวันที่ 12 เม.ย. ร.ต.ท.สุริโย ไชยยอด พนักงานสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งมีอุบัติเหตุบริเวณแยกจรเข้สามพัน ถนนมาลัยแมนสายจรเข้-อู่ทอง หมู่ 15 ต.จรเข้สามพัน ไปตรวจสอบพบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน 3 กพ 8339 กรุงเทพมหานคร สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้าชนเสาไฟฟ้าบนเกาะกลางถนนพังเสียหายยับเยิน ภายในรถพบผู้บาดเจ็บติดอยู่หลายราย ห่างออกไปเล็กน้อยพบรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีบรอนซ์ ทะเบียน ฌฉ 8857 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่สภาพกระจกหน้าแตกเสียหายทั้งบาน มี น.ส.จรัสทิพย์ จิตร์เฉย อายุ 42 ปี คนขับรถ และนายเจษฎา สายทิม อายุ 40 ปี นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลอู่ทอง ทราบชื่อนางลลิตา ปั้นก๋า อายุ 35 ปี นางลัดดา กิ้มซ้าย อายุ 60 ปี ด.ช.สุทธินันท์ นันทสุคนธ์ อายุ 2 ขวบ และนางศิระสุดา กิ้มซ้าย อายุ 22 ปี ต่อมานางลัดดา และนางศิระสุดา และ ด.ช.สุทธินันท์ ได้เสียชีวิต ซึ่งจากการสอบสวนนายฉกาจ ปั้นก๋า อายุ 27 ปี คนขับรถปิกอัพ ให้การว่าขับรถพาครอบ ครัวประกอบด้วยนางลลิตา นางลัดดา ด.ช.สุทธินันท์ และนางศิระสุดา ที่กำลังตั้งท้อง 4 เดือน มาจาก จ.ชุมพร มุ่งหน้ากลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ จ.แพร่ ถึงที่เกิดเหตุจอดรถติดไฟแดงมีรถเก๋งขับพุ่งชนท้ายอย่างแรงจนรถหมุนไปฟาดกับเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำทำให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 16.50 น. ร.ต.ท.ธีระชัย กลิ่นโกสุม พงส. สภ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ไปสอบสวนอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน 3 คัน บนถนนสายบัวชุม-ปากช่อง หมู่ 6 ต.บัวชุม อ.ชัยบาดาล พบรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน 5 ป-0417 กรุงเทพมหานคร มีนายบุญเกียรติ วรงค์โอราฬ เป็นคนขับ ชนกับรถเก๋งนิสสัน สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน วพ 355 กรุงเทพมหานคร มีนางกุสุมา พนาวิชัยกุล อายุ 53 ปี เป็นคนขับ สภาพหน้ารถทั้ง 2 คันพังยับ ใกล้กันยังพบรถกระบะอีซูซุ สีเขียว ทะเบียน นค 7035 นครราชสีมา มีนายพิทักษ์ เฟืองสันเที๊ยะ อายุ 40 ปี เป็นคนขับ พุ่งชนท้ายรถกระบะอีซูซุ สีขาว มีผู้บาดเจ็บจากรถทั้ง 3 คันจำนวนมาก หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.ท่าหลวง 11 ราย รพ.ชัยบาดาล 3 ราย ต่อมานางจำปา สุดสาคร อายุ 33 ปี ที่นั่งโดยสารมากับรถอีซูซุ สีขาว เสียชีวิต เบื้องต้นตำรวจคาดว่านางกุสุมาที่ขับรถเก๋งมาคนเดียวอาจหลับใน แล่นข้ามเลนไปชนรถกระบะของนายบุญเกียรติ ซึ่งมีผู้นั่งมาในรถหลายคน ก่อนที่รถกระบะของนายพิทักษ์ที่ขับตามหลังมาจะพุ่งชนท้ายรถนายบุญเกียรติซ้ำเข้าอีกคัน ส่วนสาเหตุแท้จริงอยู่ระหว่างสอบสวน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้