วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
Happy Birthday ทีวีดิจิตอลเมืองไทย

Happy Birthday ทีวีดิจิตอลเมืองไทย

  • Share:


เผลอนิดเดียวก็เข้าเดือนที่ 4 ของปีแพะ สำหรับเมืองไทย นอกจากจะเป็นเดือนแห่งเทศกาลสงกรานต์แล้ว เดือนเมษายนปี 2558 กลายเป็นเดือนสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในเมื่อบริษัทที่ประมูลช่องทีวีระบบดิจิตอลได้ออกอากาศตามหมายเลขช่องที่ได้กันมาครบ 1 ปีพอดิบพอดี แต่คำถามก็ยังมีอยู่มากมาย จังหวัดที่เหลือจะได้ดูหรือไม่? ดูได้ยังไง? คำตอบที่ยังงงๆ กันอยู่

ผมเขียนถึงเรื่องนี้ก็เพราะว่า ทั้งสถานีโทรทัศน์ในระบบออกอากาศแบบดิจิตอล และประชาชนคนดูจำนวนกว่า 22 ล้านครัวเรือนนั้น ล้วนมีความต้องการที่เหมือนกันในบางเรื่อง และต้องการแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในหลายๆ เรื่อง เรื่องที่สำคัญที่สุดของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ช่องทีวีต้องการให้มีคนดูช่องของตัวเองมากกว่าช่องอื่นๆ ในขณะที่ คนดูที่สามารถดูได้ก็อยากดูรายการที่ตัวเองชอบ พูดง่ายๆ ดูแล้วโดน เพราะฉะนั้น มีทางเดียวของทั้ง 2 ฝ่าย คือ ทำยังไงให้ (เสพ) ติดหน้าจอมากที่สุด ถ้าหากทำได้มากเท่าไหร่ เรตติ้งก็ดี กระแสที่คนดูจะพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองก็ดี

สุดท้าย คือ ยอดขายโฆษณาก็ดี ก็จะตามมาในที่สุด แต่อย่าลืมว่า ความท้าทายครั้งนี้ของเจ้าของช่องทีวีไม่ง่ายๆ เหมือนอดีตอีกต่อไป คำว่า “หน้าจอ” ที่สามารถดูทีวีได้ทุกวันนี้มีมากกว่าจอทีวี ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอพีซี หน้าจอโน้ตบุ๊ก หน้าจอแท็บเล็ต และสุดท้าย คือ หน้าจอโทรมือถือ

ผมอยากให้ทุกท่านลองมาดูผลสำรวจชิ้นหนึ่งของต่างประเทศที่เปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานนัก โดยบริษัทการตลาดชื่อดังก้องโลกแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า มิลล์วาร์ด บราวน์ เปิดเผยรายงาน พบว่า ประชากรในภูมิภาค หรือทวีปเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งแน่นอนว่ารวมประเทศไทยด้วย ได้ใช้เวลาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรมือถือ และหน้าจอโทรทัศน์ มากกว่าประชากรในภูมิภาค หรือทวีปอื่นๆ ของโลก ไม่เพียงเท่านั้น

รายงานดังกล่าวเปิดเผยต่อไปว่า ชาวเอเชียใช้เวลาอยู่กับหน้าจอนาน 439 นาทีต่อวัน หรือมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป ตัวเลขนี้ฟังแล้วจะน่าทึ่งถึงขั้นใจหาย ในเมื่อเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนทั่วโลกที่ใช้เวลาอยู่หน้าจอเพียงวันละ 417 นาที หรือเกือบ 7 ชั่วโมงต่อวัน จากผลสำรวจสรุปได้ง่ายๆ ว่า คนในทวีปเอเชีย-แปซิฟิก อยู่ติดกับหน้าจอมากจริงๆ เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับโลก ทำให้ผู้ผลิตรายการทีวี และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ในทวีปนี้ต้องแข่งขันกันอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะประเทศไทยที่ก้าวเข้าสู่ยุคทีวีระบบดิจิตอล ควบคู่ไปกับการมีหมายเลขโทรมือถือทะลุกว่า 94 ล้านคน ซึ่งมากกว่าประชากรทั้งประเทศไปแล้ว

ผมมั่นใจแน่นอนว่า ผู้อ่านหลายคนคงต้องอยากรู้ต่อไปว่า รายงานผลสำรวจนี้บอกอะไรอีกมากน้อยแค่ไหน? คำตอบ คือ บอกอะไรอีกมากมายได้อย่างน่าสนใจ และแทบไม่เคยนึกถึงมาก่อนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในยุคสมัยนี้เมื่อเทียบกับพฤติกรรมของคนทั่วโลก ในแง่ที่ว่า เมื่อใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากมายขนาดนั้น คนกลุ่มนี้ดูอะไร? เลือกหรือไม่เลือกที่จะดูอะไร? ดูไปหาข้อมูลไปในเวลาเดียวกันใช่หรือไม่? ดูเมื่อเวลาเท่าไหร่? ดูในช่วงเวลาไหนเป็นอย่างไร? ดูผ่านหน้าจอไหนบ้าง ระหว่างหน้าจอทีวี หน้าจอแท็บเล็ต หน้าจอโน้ตบุ๊ก และหน้าจอโทรมือถือ?

สิ่งที่รายงานชิ้นนี้บอกต่อไป คือ คนทำรายการ ข้อมูล เนื้อหาสาระทั้งรูปแบบข่าว ภาพยนตร์ เกม และแอพพลิเคชั่น ได้ประโยชน์อะไรจากรายงานผลสำรวจชิ้นนี้?

แม้จะเป็นเพียงรายงาน และก็กลายเป็นบททดสอบหน้าจอทั้งเจ้าของสถานี เจ้าของรายการ และคนดูทีวีในระบบทีวีดิจิตอลได้เดินทางมาครบ 1 ปีแล้ว จากนี้ไป ช่องที่แข็งแกร่งทั้งชื่อเสียงในทางด้านรายการและการช่วยเหลือสังคม ฐานคนดูที่มีมาก่อนและยังสามารถมัดใจคนดูต่อไปได้เรื่อยๆ เนื้อหารายการที่แตกต่างและสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญ ความแข็งแกร่งทางการเงินที่พิสูจน์กันได้ในระยะยาว

ทั้งหมดจะผสมผสานกับรายงานวิจัยทางตลาด เพื่อเหลือผู้เล่นทีวีช่องดิจิตอลเพียงตัวจริง ภาพจริง และเสียงจริงกันสักที. 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้