วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปลี่ยน “ภาระ” เป็น “พลัง”

6 กระทรวงสังคมบูรณาการเชื่อมงานเสริมศักยภาพรับมือ “สังคมผู้สูงอายุ”

ผู้สูงอายุพุ่งกระฉูด !!!

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสภาพของสังคมไทยในปัจจุบัน จากข้อมูลการสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจ ผู้สูงอายุไทยในปี 2557 มีจำนวนสูงถึง 10,014,699 คน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งประเทศ

และยิ่งนับวันจำนวนผู้สูงอายุจะยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง จากร้อยละ 9.4 ในปี 2545 เป็นร้อยละ 10.7 และ 12.2 ในปี 2550 และ 2554 ซึ่งตามนิยามขององค์การสหประชาชาติที่กำหนดว่าประเทศใดมีประชากรอายุ 60 ปี
ขึ้นไปเกินร้อยละ 10 หรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ แสดงว่าประเทศนั้นกำลังเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ”

นั่นหมายถึงไทยได้เข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ” (Ageing Society) นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมาแล้ว

ทั้งเป็นที่คาดการณ์กันว่าในปี 2564 ไทยจะเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีสัดส่วนเป็นร้อยละ 20 และอีก 20 ปีข้างหน้าหรือปี 2578 จะเป็นสังคมผู้สูงวัยระดับสุดยอด ประมาณการว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ของประชากรทั้งหมด

นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ดร.จิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ฉายภาพสถานการณ์ในอนาคตอันใกล้นี้ว่า “สังคมผู้สูงอายุไม่ได้มีผลกระทบเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้นแต่จะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจวงกว้างในอนาคต เช่น ค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น การลดลงของวัยแรงงาน เป็นต้น หลายภาคส่วนเริ่มตระหนักและเตรียมรับมือ ทั้งการทำแผนรองรับ การวิจัย อย่างไรก็ตามแนวนโยบายที่ควรนำมาใช้ คือ การส่งเสริมการออมที่ต้องทำเป็นระบบ การขยายอายุเกษียณของแรงงานให้ทำงานต่อเนื่องยาวนานขึ้นก็เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยได้แต่ไม่ใช่เบ็ดเสร็จ ต้องเชื่อมโยงไปถึงการพัฒนาคุณภาพแรงงาน ซึ่งจะโยงไปถึงการปรับปรุงระบบการศึกษา การวิจัยรองรับด้วยสิ่งเหล่านี้ต้องอาศัยเวลา ซึ่งต้องเริ่มดำเนินการและเตรียมการล่วงหน้า”

ขณะที่ความตื่นตัวในภาครัฐบาล ล่าสุด ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม ได้ประกาศความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่มีนโยบายสนับสนุนมาตรการรองรับผู้สูงอายุไทยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีศักยภาพต่อการร่วมพัฒนาสังคม โดยผนึกพลัง 6 กระทรวงด้านสังคม และหน่วยงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บูรณาการสร้างกลไกเชื่อมประสานการทำงานผู้สูงอายุให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีการจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งชมรมผู้สูงอายุ สนับสนุนจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่ ให้ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เป็นศูนย์กลางพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุระดับพื้นที่ ล่าสุดยังปรับเปลี่ยนโครงสร้าง พม. ด้วยการจัดตั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกรมน้องใหม่ที่จะรับผิดชอบขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ในส่วนของ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เน้นจัดบริการด้านสุขภาพ ทั้งด้านทันตกรรม สายตา การดูแลผู้สูงอายุในภาวะพึ่งพิง การจัดทีมหมอครอบครัวดูแลถึงบ้าน และเตรียมความพร้อมวัยกลางคนเพื่อเข้าสู่วัยผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ ด้วยการ จัดตั้งสำนักอนามัยผู้สูงอายุ แยกออกจากสำนักส่งเสริมสุขภาพ โดยหวังว่าสำนักอนามัยผู้สูงอายุจะพัฒนากลุ่มผู้สูงอายุ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มติดบ้าน ติดเตียง และติดสังคม ให้ดีขึ้น เนื่องจากเรื่องของผู้สูงอายุนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บแต่เป็นเรื่องวิถีชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ

ทั้งจะมีการจัดตั้ง แคร์เมเนเจอร์ (Care manager) ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแต่ละคนว่ามีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลเรื่องใดบ้าง และเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร ด้วยการฟื้นฟูสุขภาพทางกาย จิต และสังคม นอกจากนี้ยังได้อบรม แคร์เมเนเจอร์ ที่จะคอยจัดการและวางแผนการดูแลผู้สูงอายุซึ่งเริ่มอบรมไปแล้ว 28 จังหวัด และตั้งเป้าว่าภายในเดือนเมษายนนี้จะต้องมีแคร์เมเนเจอร์ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุและวางแผนให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ

ฝั่ง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดช่วงอายุ จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยสำหรับผู้สูงอายุ จัดการศึกษาต่อเนื่องเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ

กระทรวงมหาดไทย (มท.) สนับสนุนการพัฒนากลไกระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพ ชีวิตผู้สูงอายุ อำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงบริการพื้นฐานของชุมชน

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับผู้สูงอายุ และสนับสนุนส่งเสริมการนำไปใช้งานจริงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพ การใช้ชีวิตในสังคม

กระทรวงแรงงาน สนับสนุนการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพและการทำงานที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อสร้างรายได้เสริม

ในโอกาสที่วันนี้ วันที่ 14 เมษายน ถือเป็นวันครอบครัว และเพิ่งผ่านวันสงกรานต์ หรือปีใหม่ของคนไทย ในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งถือเป็นวัน “ผู้สูงอายุ” มาหมาดๆ ทีมข่าวสังคม ขอใช้ช่วงเวลาดีๆนี้สะกิดทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐ ให้เห็นถึง ความสำคัญของ “ครอบครัว” ที่แม้จะเป็นหน่วยเล็กๆ ของสังคม แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่าเป็นหน่วยสำคัญที่สุดของสังคมที่ไม่ควรมองข้ามคุณค่า

เช่นเดียวกับ “ผู้สูงอายุ” ที่เราอยากฝากทั้งภาครัฐและเอกชน นอกเหนือจากการเร่งขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ เพื่อรับมือกับ สังคมผู้สูงอายุ โดยร่วมกันดูแลใส่ใจผู้สูงอายุทั้งที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงแล้ว ที่สำคัญเราอยากขอฝากไว้คือ การเปิดโอกาสและสนับสนุนผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยที่เป็นคลังปัญญา ให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ ประสบการณ์ ที่ก่อเกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และสังคม

เปลี่ยน “ภาระ” เป็น “พลัง” ที่มีคุณค่า สำหรับสังคมไทย.

ทีมข่าวพัฒนาสังคม

ผู้สูงอายุพุ่งกระฉูด!!! ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือสภาพของสังคมไทยในปัจจุบัน จากข้อมูลการสำรวจของ สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจ ผู้สูงอายุไทยในปี 57 มีจำนวนสูงถึง 10,014,699 คน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 14.9 ของประชากรทั้งประเทศ 13 เม.ย. 2558 10:29 13 เม.ย. 2558 10:41 ไทยรัฐ