วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สวนยาง...พอเพียง

สวนยาง...พอเพียง

โดย ชมชื่น ชูช่อ
14 เม.ย. 2558 05:01 น.
  • Share:

ยุคทองยางพารา กก.ละ 100 บาท คงยากจะมีให้เห็น อีกนานหลายปี และยุคทองของการปลูกอย่างเดียวแล้วรวย คงจะยากยิ่งกว่า

หนทางที่จะอยู่รอดได้ ต้องทำสวนยางผสมผสานตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง...แต่เกษตรกรบางส่วนยังคงกังขาแนวทางนี้จะช่วยให้ตัวเองผ่านพ้นวิกฤติไปได้จริงหรือ

นายแสงจันทร์ บุญแกน ครูยาง สกย. และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 8 ต.สว่าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เป็นตัวอย่างชั้นดีของการเดินตามรอยพอเพียง...มีที่ดิน 45 ไร่ แบ่งทำสวนยางพารา 20 ไร่ ทำนาปลูกข้าว 15 ไร่ ขุดสระน้ำเพื่อกักเก็บน้ำและเลี้ยงปลา 5 ไร่

ที่เหลืออีก 5 ไร่ ทำเป็นที่อยู่อาศัย ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์และสร้างสารพัดอาชีพเสริม ไม่ว่าจะน้ำ เศษวัสดุทางการเกษตร หอยเชอรี่ เศษอาหาร กากน้ำตาล และสารเร่ง พด. มาทำปุ๋ยหมักน้ำ เพื่อนำไปใช้เป็นปุ๋ยในสวนยาง นาข้าว แปลงพืชผักสวนครัว นอกจากจะลดเงินค่าปุ๋ยเคมี ยังมีเหลือก็จะขายเป็นรายได้เสริม

เลี้ยงแหนแดงไว้ควบคุมวัชพืชในนาข้าว เพราะแหนแดงจะคลุมผิวน้ำป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องลงไป ทำให้วัชพืชเจริญเติบโตไม่ได้ แล้วไหนยังเอาแหนแดงไปเป็นอาหารเลี้ยงปลา ทำปุ๋ยพืชสดในนาข้าวได้ด้วย

เลี้ยงไส้เดือน นอกจากจะช่วยทำให้โครงสร้างของดินดีขึ้น ดินอุดมสมบูรณ์ มีอินทรียวัตถุและธาตุอาหารเพิ่มขึ้น ยังนำไปเลี้ยงปลาทั่วไป ปลาสวยงาม กบ รวมทั้งขายเป็นเหยื่อตกปลาได้ และฉี่ไส้เดือนยังสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยน้ำขายได้อีกต่างหาก

ทำไปทำมา แม้ราคายางจะร่วง ขายได้เงินแค่ปีละ 120,000 บาท ไม่พอเลี้ยงครอบครัว แต่เมื่อมีสวนยางเศรษฐกิจพอเพียง เลยมีรายได้จากอย่างอื่นมาเพิ่มเติม ขายข้าวปีละ 100,000 บาท ขายปลา 20,000 บาท และจากขายไก่ดำที่เลี้ยงอีก 20,000 บาท ขายปุ๋ยอาชีพเสริมปีละ 10,000 บาท ถึงจะดูจุกจิกเป็นเบี้ยหัวแตก แต่รวมกันแล้วได้ปีละ 250,000บาท พออยู่เลี้ยงครอบครัวกันไปได้ เพราะค่าใช้จ่ายอย่างอื่นแทบไม่มี

ค่าปุ๋ยค่ายาไม่มี ค่าข้าว ค่าอาหารก็ไม่ต้องซื้อ ในสวนมีให้เก็บกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง...ไม่เหมือนปลูกแต่ยางอย่างเดียว อะไรๆล้วน ต้องควักซื้อเขาทั้งนั้น เพราะยางมันกินไม่ได้.

ชมชื่น ชูช่อ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้