วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ค้ามนุษย์ในรูปแบบประมง (2)

ค้ามนุษย์ในรูปแบบประมง (2)

  • Share:

หน่วยงานที่ปรับลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยให้ตกจาก Tier 2 เฝ้าระวัง ไปเป็น Tier 3 นั้น คือกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐอเมริกา

โจทย์จึงอาจจะไม่ใช่เรื่องการค้ามนุษย์อย่างเดียวก็ได้

แต่อาจจะมาจากปัญหาการเมือง และจากการที่ประเทศไทยทำตัว “ห่าง” จากสหรัฐอเมริกาด้วยหรือเปล่า?

เอาละครับ กลับมาเรื่องของเรือประมง ซึ่งที่ก่อปัญหาการค้ามนุษย์ส่วนใหญ่เป็นเรือที่ไม่แจ้งการเข้าออกกับกรมเจ้าท่าและกับ ตม.

กรมเจ้าท่าและ ตม. ไม่สามารถจะทราบได้นะครับว่า เรือที่กำลังล่องอยู่ในน่านน้ำไทยนี่ จะออกนอกน่านน้ำไทยเมื่อใดและข้อเท็จจริงก็คือ ตม.ไทยจะรับผิดชอบเฉพาะเรือที่จะออกนอกน่านน้ำไทยเท่านั้น ส่วนเรือประมงที่หาปลาอยู่ในน่านน้ำไทยนี่ไม่เกี่ยว

มีหลายครั้ง เรือไทยที่หาปลาอยู่ในทะเลไทย แต่พอออกนอกน่านน้ำไทยปุ๊บ ก็เปลี่ยนธงเป็นเรือประเทศอาเซียนชาติอื่นปั๊บ ซึ่งตรงนี้ทำให้ผมนึกสงสัยว่า จะมีบางขบวนการที่มีเจ้าหน้าที่ทางประเทศอาเซียนชาตินั้นๆ รับรู้ด้วยหรือเปล่า? และมีเรื่องใต้โต๊ะ บนโต๊ะอะไรหรือไม่?

เรือไทยจะไปประเทศอาเซียนชาติอื่น ลูกเรือจะต้องยื่น “หนังสือคนประจำเรือ” หรือ Seaman book ให้ทางการทางโน้นดู แรงงานที่มี seaman Book ถูกต้อง ก็จะไม่มีปัญหา

แต่ที่ผ่านมา ปัญหาเกิด เพราะเจ้าของเรือและไต้ก๋งไม่ได้สนใจเรื่องนี้ บางคนคิดว่าไปจ่ายสตางค์เพื่อขอความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ของประเทศโน้นดีกว่า บางคนก็กล้าเสี่ยงถึงขนาดให้แรงงานจงใจไปใช้ Seaman Book ปลอม

Seaman Book เป็นเอกสารที่ใช้เหมือนกับหนังสือเดินทาง แต่เท่าที่เคยเห็น Seaman Book ของไทยนะครับ ผมขออนุญาตเรียนว่า ไม่ได้มาตรฐาน ท่านทำเพียงหนังสือฉบับหนึ่งซึ่งแค่เอารูปมาแปะแล้วก็ตีตราประทับ ไม่มีความเป็นมาตรฐานเหมือนอย่างพาสปอร์ต เมื่อ Seaman Book ไม่ได้มาตรฐาน ก็จึงเกิดการปลอมแปลงได้ง่าย

ผมพอรู้เรื่องการค้ามนุษย์อยู่บ้างเล็กน้อย เพราะเคยช่วยพ่อทำโครงการศึกษาวิจัยเรื่อง “สภาพปัญหาด้านคุ้มครองแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยและแนวทางแก้ไข” ที่สำนักคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ศูนย์วิจัยนโยบายและการบริหาร วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพาทำเมื่อ พ.ศ.2554 โดยมีพ่อเป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ตอนนั้น ผู้วิจัย 18 คนไปเก็บข้อมูลด้านแรงงานกันจากหลายประเทศ

พวกเราก็เลยพอรู้ว่า การที่แรงงานไทยไปถูกจับกุมคุมขังในประเทศอื่น มีสาเหตุมาจากหลายด้าน ด้านหนึ่ง ก็มีเรื่องของการหลอกลวง มีการบังคับใช้แรงงานกันจริงๆ

แต่อีกด้านหนึ่ง แรงงานบางส่วนสมัครใจไปทำงานบนเรือ และก็ทราบกันตั้งแต่ตอนแรกแล้วว่า เป็นการไปอย่างไม่ถูกต้อง ต่อมา เมื่อไม่ได้รับค่าแรง หรือบางทีเจ้าของเรือจ่ายค่าแรงช้า หรือบางทีจ่ายไม่เพียงพอ ก็มีปัญหา

แรงงานบนเรือลำหนึ่งๆ มักจะติดต่อกับแรงงานบนเรือลำอื่น พอทราบว่าเรือลำอื่นให้ค่าแรงดีกว่า ก็จะชวนกันย้ายหนีไปอยู่เรือลำอื่น

บางทีการอยู่บนเรือทำงานลำบาก พอถึงฝั่งในประเทศอื่นก็ไม่เอาแล้ว ไม่อยู่แล้วเรือ หนีดีกว่า บางคนพอขึ้นฝั่งก็ไปมีครอบครัวและไม่ยอมกลับขึ้นเรืออีก

พอถึงวันที่อยากกลับเมืองไทยก็อาจจะสร้างประเด็นให้น่าสนใจ จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ แรงงานบางคนก็พูดเลยความจริงไปถึงขนาดว่าตนถูกบังคับมา

แต่พวกที่ถูกหลอกของจริงก็มีนะครับ ส่วนพวกที่ดรามาก็เยอะ เคยมีนักวิจัยลงไปพูดคุยกับคนทำงานในเรือ สัมภาษณ์กันอย่างตรงไปตรงมาด้วยคำถามที่ว่า ก็งานบนเรือหนัก แถมยังต้องไปทำทีละหลายปี แล้วคุณจะมาทำกันทำไม? ทำไมไม่ทำงานบนบก? ก็ได้คำตอบว่า ทำงานบนบกเก็บสตางค์ไม่ได้ ได้ค่าจ้างมาปุ๊บ ก็ต้องออกไปใช้จนหมดปั๊บ

คอลัมน์ต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ไทยมักจะได้รับการแปลจากสถานทูตและสรุปข้อมูลรายงานกลับประเทศตน ผมจึงอยากจะใช้โอกาสนี้ เขียนเรื่องการค้ามนุษย์ซะให้ละเอียด รัฐบาลของท่านจะได้เข้าใจประเทศไทย ด้วยข้อมูลที่ต่างจากรายงานของเอ็นจีโอ

ถือว่าเป็นมุมมองจากอีกด้านหนึ่งก็แล้วกันนะครับ

ไม่ใช่รับแต่ข้อมูลของเอ็นจีโอเพียงด้านเดียว

พรุ่งนี้ ขออนุญาตกลับมารับใช้กันต่อครับ.

คุณนิติ นวรัตน์
songlok@outlook.co.th
www.nitipoom.media
www.facebook.com/nitipoom.thailand

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้