วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้เวลารายงานตัว... ไปซ่อม “หัวใจ” มาครับ

โดย ซูม

ผมกราบเรียนท่านผู้อ่านไว้แล้วเมื่อหลายวันก่อนโน้นว่า ผมจะแวบไปทำธุระบางอย่างนอกโรงพิมพ์สักหลายๆวัน จึงขออนุญาตเขียนต้นฉบับแห้งๆล่วงหน้าทิ้งไว้ เหมือนเวลาที่ผมเดินทางไปต่างประเทศ

เขียนทิ้งไว้ 4-5 วัน พอไปถึงจุดหมายปลายทางปุ๊บก็จะเขียนสดกลับมาทันที ว่าผมถึงนิวยอร์กแล้ว ถึงลอนดอนแล้ว ถึงปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้แล้ว...กำลังจะแวะไปดูงาน หรือบางครั้งก็ดูกีฬาโน่นนี่นั่น

จากนั้นผมก็จะเขียนเล่าถึงสิ่งที่ผมพบเห็นว่าได้พบได้เห็น ได้ดูอะไรบ้าง? ได้ความรู้อะไรบ้าง? หรือสนุกสนานบันเทิงอย่างไรบ้าง?

ถือเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศจากการเขียนถึงเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆในบ้านเราไปได้ระยะหนึ่ง

แต่คราวนี้กราบเรียนตรงๆว่า ผมไม่แน่ใจว่าผมจะไปถึงจุดหมายปลายทางหรือเปล่า และที่สำคัญจะได้กลับมาเขียนหนังสืออีกหรือเปล่า?

ผมก็เลยไม่กล้าบอกท่านผู้อ่านว่าผมจะหายไปไหน? ไปทำอะไร? หรือไปที่เมืองใด ประเทศใด? เหมือนที่ผ่านๆมา

สำหรับแฟนๆที่ติดตามอ่านกันมานานพอสมควร อาจจะพอระแคะระคายบ้าง เพราะในวันที่ผมเขียนถึงหนังสือของคุณ ประมนต์ สุธีวงศ์ อดีตประธานสภาหอการค้าไทย นั้น ผมแอบใบ้เอาไว้บ้างนิดหน่อย

โดยย้ำว่าผมอ่านหนังสือของคุณประมนต์รวดเดียวจบ ได้ทั้งความเพลิดเพลิน ได้ทั้งความรู้ และแนวคิด ตลอดจนวิธีการทำงานต่างๆครบถ้วน

แต่ “บท” หรือ “เนื้อหา” ที่ผมอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายๆจบนั้น ก็คือบทที่คุณประมนต์เขียนถึงช่วงเวลาไปผ่าตัดหัวใจ ที่เรียกกันว่าไป “ทำบายพาสหัวใจ” ที่โรงพยาบาลศิริราชนั่นเอง

เสร็จแล้วผมก็สรุปว่า...“จะบอกให้วันหลังนะครับ” ว่าทำไมผมถึงต้องอ่านข้อเขียน 14-15 หน้าของคุณประมนต์ว่าด้วยเรื่องการไปผ่าตัดหัวใจอย่างเอาจริงเอาจังขนาดนั้น

วันนี้ขออนุญาต “บอก” หรือ “เฉลย” เลยครับ ว่าขณะที่ผมเขียนเรื่องคุณประมนต์นั้น ผมมีนัดกับคุณหมอเรียบร้อยแล้วว่า จะไปทำ “บายพาส” ผ่าตัดหัวใจด้วยเหมือนกัน และต้นฉบับเรื่องคุณประมนต์เป็นหนึ่งในจำนวน 9 เรื่อง สำหรับลงตีพิมพ์ 9 วัน...ที่ผมเขียนล่วงหน้าทิ้งไว้

จากนั้นผมก็ไปที่ โรงพยาบาลรามาธิบดี และเข้าห้องพักผู้ป่วยเตรียมรอการผ่าตัดด้วยความรู้สึกหนาวๆร้อนๆทั้งที่แอร์เย็นเฉียบ เหมือนที่ผมเกริ่นไว้ตอนแรกว่า...ตูจะไปถึงจุดหมายปลายทาง (หมายถึงผ่าตัดสำเร็จด้วยดี) และได้กลับมาเขียนต้นฉบับวันที่ 10 หรือไม่หนอ?

อาศัยว่าวันเข้าโรงพยาบาลของผมเป็นวันมหาปีติของปวงชนชาวไทยได้แก่ วันที่ 2 เมษายน 2558 วันเฉลิมพระชนมายุ 5 รอบ ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รวมทั้งตึกที่ผมจะไปขึ้นเขียงให้คุณหมอผ่าตัดนั้น ก็คือ “ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์” ทำให้ขวัญกำลังใจของผมค่อยๆดีขึ้น

นอนพักอยู่ 2 วัน คุณหมอ สุชาติ ไชยโรจน์ จากภาควิชาศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ส่งบุรุษพยาบาลมารับตัวผมไปที่ห้องผ่าตัด ของศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ ประมาณ 6 โมงเช้าเศษๆ

ผมหลับตั้งแต่นอนอยู่บนเตียงเข็นแล้วครับ แล้วก็หลับยาวไปจนถึงเที่ยงเศษๆ ค่อยลืมตาตื่นอีกครั้ง และพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงอีกเตียงหนึ่งที่ประดับประดาด้วยสายระโยงระยางหลายสิบสาย

ได้ยินอาจารย์สุชาติบอกว่า “เรียบร้อยแล้วครับคุณสมชาย ผมจัดการไป 4 เส้น...เส้นเลือดใหญ่เลี้ยงหัวใจที่อุดตันสนิท 3 เส้น แถมเส้นเล็กๆที่ใกล้อุดตันเต็มทีอีก 1 เส้น...พักผ่อนตามสบายนะครับ”

ผมนอนพักอยู่ที่หอผู้ป่วย CCU อีก 4 วัน คุณหมอสุชาติก็ส่งตัวไปนอนต่อที่หอผู้ป่วยปกติอีก 3 วัน...และจากนั้นก็ส่งตัวผมกลับบ้าน

แน่นอนผมยังมีโจทย์และวิธีปฏิบัติต่างๆนานา เพื่อการฟื้นฟูร่างกายอีกหลายสัปดาห์ เพื่อให้กลับมาแข็งแรงตามปกติ

แต่อย่างน้อยวันนี้...ผมได้กลับมาเขียนต้นฉบับที่ 10 ตามที่ตั้งใจไว้

ผมคงต้องขออนุญาตเขียนถึงเรื่องนี้ต่ออีกสักพักนะครับ...เหมือนเวลากลับจากเมืองนอกนั่นแหละ ก็ต้องเล่าว่าบรรยากาศที่โน่นเป็นอย่างไรบ้าง

งวดนี้คงไม่ใช่บรรยากาศของนิวยอร์ก ลอนดอน หรือเซี่ยงไฮ้ละครับ...แต่จะเป็นเรื่องการผ่าตัดหัวใจ และโรงพยาบาลรามาธิบดีแทน...

“ซูม”

13 เม.ย. 2558 08:41 13 เม.ย. 2558 08:41 ไทยรัฐ