วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อะเมซซิ่งไม้เมืองหนาว อีกก้าวนวัตกรรมไทย

กลางอากาศร้อนปานตับแลบในเดือนเมษายน พ.ศ.2558

ระหว่างวันที่ 8-17 เมษายน เวลา 09.00-19.30 น. มีงาน “มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาวครั้งที่ 5 ทิวลิปบานที่ระยอง” เทศกาลไม้เมืองหนาวกลางป่าแดดนี้ จัดขึ้น ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดระยอง

เจ้าภาพคือ โรงแยกก๊าซธรรมชาติ ของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดให้เข้าชมโดยเก็บเงินคนละ 20 บาท เพื่อนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลวังจันทร์

คำถามคือ ไม้เมืองหนาวเบ่งบานกลางอากาศร้อนได้อย่างไร เจ้าภาพบอกว่า เป็นความสำเร็จของคนไทยในการเพาะพันธุ์และปลูกไม้เมืองหนาวให้เติบโตในฤดูร้อน ด้วยนวัตกรรมการใช้พลังงานความเย็นที่ได้จากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ได้จากกระบวนการแยกก๊าซธรรมชาติ

กล่าวอย่างรวบรัดคือ นำเอาผลพลอยได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ มาใช้ประโยชน์นั่นเอง ประโยชน์ที่ได้ยังต่อยอดไปอีก คือนำเงินจากการเข้าชมไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล

ผู้ชมจะได้พบอะไรบ้างในงาน เรื่องนี้ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แจกแจงว่า ทาง ปตท.ได้นำพันธุ์ไม้เมืองหนาวหลายสายพันธุ์มาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมกว่า 40,000 ดอก บนพื้นที่กว่า 1,200 ตารางเมตร ดอกไม้ที่นำมาอวดกลีบมี ทิวลิป ลิลลี่ แอมะรีลลีซ หรือว่านสี่ทิศและแกลดิโอลัส เป็นต้น

งานนี้นอกจากมีดอกไม้เมืองหนาวสดสวยแล้ว ยังมีผลไม้เมืองหนาวที่คนไทยรู้จักกันดี บางคนถึงกับชอบรสชาติ นั่นคือสตรอเบอรี่ แต่มีไว้เพียงสาธิตเท่านั้น มิได้มีไว้ขาย

สกู๊ปข่าวหน้า 1 เข้าไปชมความมหัศจรรย์พบว่า ดอกไม้อยู่ในอาคารแสดงจัดแต่งขึ้นมาใหม่ เมื่อผู้ชมลอดซุ้มประดับประดาด้วยดอกไม้สดๆเข้าไป จะพบทางเดินแล่นเข้าสู่ตัวอาคาร ผ่านด่านแรกเข้าไปสู่อาคารจัดแสดง ภายในอากาศเย็นฉ่ำด้วยแอร์จากกระแสไฟฟ้า

การใช้ “พลังงานความเย็นจากการแยกก๊าซ” นำมาใช้เพียงการเพาะปลูกเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆกับอาคารนิทรรศการ จึงไม่ต้องหวั่นกลัวว่าจะสูดก๊าซพิษเข้าไป

การจัดแสดงดอกไม้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เป็นนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการแยกก๊าซธรรมชาติ ที่นำมาใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้เมืองหนาว มีเจ้าหน้าที่ทำท่าสาธิตการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้ดูในห้องกระจก ดูท่วงท่าทะมัดทะแมงดี เหมาะสำหรับคนที่มีพื้นฐานความรู้อยู่แล้ว แต่คนไม่มีพื้นฐานเลย ก็พอเข้าใจขั้นตอนได้

ส่วนที่สอง เป็นจุดสำคัญของงาน นั่นคือลานดอกไม้เมืองหนาว ชนิดต่างๆ นำมาจัดวางอย่างเหมาะเจาะ ลงตัว ดอกทิวลิปแต่ละสีจัดไว้เป็นสัดส่วน ปรายตามองสีเหลืองดอกตุ่มตูมเสมือนสาวแรกรุ่น ดอกแย้มกลีบเล็กน้อยเสมือนสาวสะคราญ ดอกเบ่งบานเผยเกสรภายใน เสมือนหนึ่งสตรีผ่านร้อนหนาว ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างยาวนาน และยังมีสีส้ม สีแดง สีขาวละลานตา

นาทีที่คนกรูกันเข้าไป ทำให้ดอกไม้สวยๆ หามุมงามๆเก็บภาพแห่งความทรงจำยาก มองไปทางไหนก็มีแต่คน เนื่องจากสถานที่คับแคบเกินไป และทราบมาอีกประการหนึ่งว่า ดอกไม้ 40,000 ดอกนั้นแท้จริงเวียนกันมาประดับประดาระหว่างงาน ทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมดอกไม้ไม่ละลานตา

โซนดอกไม้เนื่องจากสถานที่คับแคบมาก ถ้าคนเข้าไปพร้อมๆ กันกว่า 200 คน โอกาสที่จะถ่ายภาพดอกไม้งามสะพรั่งไปลงเฟซบุ๊กคงยากยิ่ง เพราะไม่ว่าจะเปลี่ยนมุมกล้องไปทางใด ก็พบว่าคืบก็คนศอกก็คน คนใจร้อนถ้ามาพบปรากฏการณ์อย่างนี้ อาจไม่เหมาะสมนัก

ดังนั้น คนที่ใจร้อนต้องใช้สติในการชม

นอกจากดอกทิวลิปหลากสีแล้ว ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นๆ แต่ดอกไม้ที่คนไทยคุ้นมากที่สุดเห็นจะเป็นแอมะรีลลีซ หรือว่านสี่ทิศนั่นเอง ดอกไม้ชนิดนี้ชาวบ้านหลายท้องที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายมีหลากหลายสี เช่นเดียวกับในอาคารที่จัดแสดง ปรายตาดูคนเข้ามาเยี่ยมชม ส่วนใหญ่ผู้ชมชอบดอกไม้มักถ่ายภาพระยะใกล้ เน้นไปที่กลีบดอก หรือไม่ก็เก็บภาพทีละดอกๆไป เนื่องจากไม่อาจเก็บภาพมุมกว้างได้

ติดกับบริเวณแสดงดอกไม้เมืองหนาว ลอดซุ้มออกไปพบสตรอเบอรี่เมืองหนาว แต่ละกอแต่ละผลสดใส อยู่ในกระถางเล็กๆ ถึงมุมนี้อาจเป็นเพราะว่าอากาศที่ปรับไว้เพื่อถนอมไม้เมืองหนาว ทำให้คนเมืองร้อนบางคนถึงกับออกอาการสั่น

เดินออกจากอาคารนิทรรศการดอกไม้เมืองหนาวไป เข้าส่วนที่สาม ได้สัมผัสความจริงของอากาศ ว่าร้อนเพียงใด นั่นคืออาณาบริเวณร้านค้าของชุมชน ที่ ปตท.เชิญให้นำเอาสินค้าพื้นบ้านมาขายโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าพื้นที่แต่อย่างใด สินค้ามีทั้งไอศกรีมเย็นๆ กล้าไม้นานาพันธุ์ แม้กระทั่งตะบองเพชร

แม่ค้าระยองสาวใหญ่ใจดี เมตตาบอกว่า ตะบองเพชรของเธอมีทั้งชื่อถังเงินและถังทอง การเลี้ยงตะบองเพชร เธอบอกว่าไม่ใช่จะปล่อยทิ้งๆ ขว้างๆ แล้วจะสวยงามได้ ต้องดูแลเอาใจใส่เหมือนคนรักเลยเชียว ถ้าไม่อย่างนั้นต้นก็จะไม่สวยงาม สีไม่สวย หนามอันแหลมคมก็จะไม่น่าดู

การเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปของสรรพสิ่ง เกาะเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมอย่างเลี่ยงไม่ได้

สำหรับความเป็นมาของโครงการนี้ นายชาครีย์ บูรณกานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ บริษัท ปตท. บอกว่า เริ่มงานมากับหน่วยงานอื่นๆ มากว่า 6 ปีแล้ว ขั้นตอนการศึกษาคือ เมื่อได้หัวดอกไม้เมืองหนาวมาแล้ว ต้องมาทดลองดูว่าจะให้อยู่ในโรงเรือนอย่างไร เพาะอย่างไร พร้อมกันนั้นก็มีการค้นคว้าเพิ่มเติม เรื่องการนำเอาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มาใช้

“เรานำเข้าหัวพันธุ์ไม้เหมืองหนาวมาจากประเทศฮอลแลนด์ ปลูกเบื้องแรกได้ดอก ตอนแรกเลยคิดค้นกันว่าทำอย่างไรจะให้แตกหน่อออกมา ทำมาจนออกดอกและแตกหน่อออกมาเป็นรอบที่สองได้”

การทำให้เจริญเติบโตนั้น “เราเอาคาร์บอนไดออกไซด์มาช่วยให้เติบโต ให้ออกดอก ตั้งแต่เริ่มปลูกจนออกดอกใช้เวลาประมาณ 45–50 วัน ถ้าเป็นไปตามธรรมชาติ จะต้องใช้เวลาประมาณ 60 วัน”

ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือว่า “เป็นอันซีนของ ปตท. เราทำธุรกิจค้าขายน้ำมัน ปิโตรเคมี และแยกก๊าซ เราเอาพลังงานที่เหลือใช้มาสร้างประโยชน์ได้ เราอยากให้คนได้รู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริงๆ ตลอดเวลา 10 กว่าวันของงานนี้ เราอยากให้คนดูมีความสุข และอยากให้ชุมชนไม้ดอกไม้ประดับได้เข้ามาร่วมด้วย”

พร้อมกันนี้ “เรายังได้เปิดทางให้ชุมชนได้เข้ามาเรียนรู้ มีคนสนใจและถามมาจากทั่วประเทศ แต่เราทำได้คือ ทำการอบรมให้เป็นรุ่นๆไป”

คนเข้าอบรมเรื่องการปลูกไม้เมืองหนาว แม้จะมีแสดงความสนใจมาจากทั่วประเทศ แต่เชื่อเหลือเกินว่า คงไม่มีชาวสวน ตำบลดงขี้เหล็ก และตำบลเนินหอม จังหวัดปราจีนฯแน่ๆ

เพราะยังค้างคาคดีความฟ้องร้องกับ “ปตท.” อยู่.

กลางอากาศร้อนปานตับแลบในเดือนเมษายน พ.ศ.2558 ระหว่างวันที่ 8-17 เมษายน เวลา 09.00-19.30 น. มีงาน “มหัศจรรย์ไม้เมืองหนาวครั้งที่ 5 ทิวลิปบานที่ระยอง” เทศกาลไม้เมืองหนาวกลางป่าแดดนี้ จัดขึ้น ณ สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพ... 13 เม.ย. 2558 08:19 13 เม.ย. 2558 09:02 ไทยรัฐ