วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4บิ๊กยูฟันนอนคุก ส่งฝากขังผัดแรก

เร่งหาคนผิดมาเลย์สวมบัตร

พนักงานสอบสวนคุม 4 คนไทยผู้บริหารยูฟันฯ เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยักษ์ ฝากขังผัดแรก ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที ด้านผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งตำรวจท้องที่สาวเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีนายทุนมาเลเซียสวมบัตรคนไทย ใช้ชื่ออาทิตย์ ปานแก้ว ขณะเดียวกัน เจ้าของโรงงานผลิตน้ำผลไม้ย่านเทพารักษ์โวยเหตุถูกพาดพิงจนถูกเข้าตรวจค้น เป็นเพราะถูกมาเลย์แสบหลอกมาซื้อผลิตภัณฑ์ และเอาใบเสนอราคาไปก่อนติดต่อไม่ได้ รู้อีกครั้งถูกเอาไปใช้จดทะเบียนประกอบธุรกิจขายตรงกับ สคบ.

ภายหลังปฏิบัติการจับกุม 4 ผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้นคนไทยของบริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด พร้อมอายัดทรัพย์กว่า 250 ล้านบาท หลังได้รับการร้องเรียนมีพฤติกรรมเป็นเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ ฉ้อโกงประชาชนในภูมิภาคอาเซียน 3 ประเทศคือ มีประชาชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์สมัครเป็นสมาชิกนับแสนคน เบื้องต้นพบมูลค่าความเสียหายมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันพบตัวการใหญ่คนไทยที่ยังหลบหนี “นายอาทิตย์ ปานแก้ว” ที่แท้เป็นชาวมาเลเซียสวมบัตรคนไทย ย้ายทะเบียนบ้านไปมาถึง 5 ครั้ง จนมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนปลัดอำเภอวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 12 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พ.ต.ท.ชัชวาลย์ พิมพ์ศรี พนักงานสอบสวน บก.ปคบ.คุมตัวนายไชธร ทองหล่อเลิศ อายุ 41 ปี ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช วรงค์ อายุ 39 ปี นายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ อายุ 34 ปี และนายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-4 คดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก มีกำหนด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 เม.ย.58

คำร้องฝากขังระบุว่า บริษัท ยูฟันสโตร์ จำกัด ได้ประกอบธุรกิจขายตรงสินค้าประเภทเครื่องดื่มผลไม้ผสมสมุนไพร และเครื่องสำอาง ตาม พ.ร.บ.ขายตรง พ.ศ.2545 ได้รับอนุญาตเมื่อวันที่ 25 พ.ค.57 ด้วยการรับสมัครสมาชิกเป็นผู้จำหน่ายอิสระ และจะได้รับผลตอบแทนเป็นเงินจากการขายสินค้า มีนายไชธร ผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นผู้โอน-รับเงินจากนายเท คิม เลง 1 ในผู้บริหารชาวมาเลเซีย และผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ที่กำลังหลบหนี ก่อนโอนเงินไปให้ผู้ร่วมขบวนการ ส่วนว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช ผู้ต้องหาที่ 2 ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ยูฟันฯ สูงกว่า 51 เปอร์เซ็นต์ มีพฤติการณ์ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางธนาคาร มีผู้เสียหายหลงเชื่อกว่า 1 แสนราย มูลค่าความเสียหายกว่า 2 หมื่นล้านบาท

คำร้องฝากขังระบุต่อว่า นายรัฐวิชญ์ ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ร่วมขบวนการ ทำหน้าที่สำคัญในการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชวนเชื่อทางสื่อออนไลน์ เป็นผู้บรรยาย จัดการประชุม สัมมนา จูงใจจนเหยื่อหลงเชื่อจ่ายค่าสมัครเป็นสมาชิกมากกว่า 60,000 ราย ส่วนนายอภิชณัฎฐ์ ผู้ต้องหาที่ 4 เป็นผู้ร่วมขบวนการสำคัญอีกคนหนึ่ง มีพฤติการณ์เช่นเดียวกับนายรัฐวิชญ์ มีประชาชนหลงเชื่อกว่า 50,000 ราย ภายหลังบริษัท ยูฟันฯกับพวกผู้ต้องหามิได้จำหน่ายสินค้า 3 รายการตามที่จดทะเบียนไว้ แต่กลับเสนอขายหน่วยลงทุนทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบออนไลน์ หรือ U-TOKEN หรือทางเว็บไซต์ ซึ่งมิได้ประกอบธุรกิจให้เป็นไปตามแผนการจ่ายผลตอบแทนที่จดทะเบียนไว้ โดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงแล้วนำไปอ้างต่อประชาชนว่า บริษัท ยูฟันฯดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ได้เงินไปหมุนเวียนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เป็นการกระทำเข้าข่ายความผิด ฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4, 5, 12, 15 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ต่อมาพนักงานสอบสวน ปคบ.ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนพยานมาโดยตลอด แต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จึงขอฝากขังผู้ต้องหา พร้อมทั้งขอคัดค้านการประกัน เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหาย และมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีไปต่างประเทศ และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน เกรงจะเป็นอุปสรรคต่อพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาตินายรัฐวิชญ์ และนายอภิชณัฎฐ์ ผู้ต้องหาที่ 3 และ 4 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 2.5 ล้านบาท ขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของผู้ต้องหาเกี่ยวกับประชาชนผู้บริโภคจำนวนมาก มีมูลค่าการลงทุนสูง โดยเป็นการระดมเงินจากประชาชนทั่วไปที่เป็นสมาชิก ปรากฏว่ามีผู้ร่วมดำเนินการบางส่วนหลบหนีออกนอกประเทศ และมีการออกหมายจับไว้ หากปล่อยชั่วคราวเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 จะหลบหนี ไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสี่ไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

ต่อมาเวลา 12.30 น. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้าตรวจสอบบริษัท บีโอไอ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เลขที่ 1600 หมู่ 1 ถนนเทพารักษ์ ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ 1 ในบริษัทผลิต ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มให้แก่บริษัท ยูฟัน สโตร์ พบ น.ส.กนกพร ทองใจ เจ้าของให้การว่า เมื่อเดือน ก.พ.57 ได้รับการติดต่อจากนายอาทิตย์ ปานแก้ว เข้ามาสอบถามราคาว่าจ้างผลิต ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เนเชอรัล วอเตอร์ แอนตี้ ออกซิแดนซ์ อาซูมิ จึงออกเอกสารใบเสนอราคาของบริษัทให้ไป แต่ไม่มีการติดต่อกลับ ได้พยายามทวงใบเสนอราคากลับแต่ถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าได้ทำใบเสนอราคาดังกล่าวหายไปแล้ว กระทั่งทราบจากข่าวทางโทรทัศน์ว่า ใบเสนอราคาดังกล่าวได้ถูกบริษัท ยูฟันฯ นำ ไปแอบอ้างใช้ในการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ด้าน พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทยูฟันฯ ได้ใช้เอกสารใบเสนอราคาดังกล่าวไปแอบอ้างจดทะเบียนกับ สคบ. เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน จะต้องแจ้งข้อหาเพิ่ม และการที่ผู้บริหารบริษัท ยูฟันฯให้ข้อมูลต่อสาธารณชนว่า จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงอย่างถูกต้อง มีผลกำไรจากการจำหน่ายสินค้าเป็นหลักเป็นเรื่องโกหกทั้งสิ้น ในส่วนที่หลายคนอ้างว่า ยังสามารถเข้าเว็บไซต์ของบริษัทอยู่ได้เนื่องจากใช้เซิร์ฟเวอร์ของต่างประเทศนั้น อยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลเพื่อดำเนินการปิดให้เรียบร้อย จะได้ไม่หลอกลวงเหยื่อรายอื่น รวมทั้งกระแสข่าวเรื่องผู้บริหารของยูฟันฯที่ถูกจับได้รับการปล่อยตัวแล้วนั้นไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เสียหายขณะนี้มีเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังมีผู้ตกเป็นเหยื่อชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย อยากให้รีบแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าพนักงาน เพื่อที่จะเพิ่มข้อหากับผู้ต้องหาในเครือข่าย และเรียกร้องเงินคืนต่อไป

ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.ต.ท.สุวิระเปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และไทยรัฐทีวี ว่าในเช้าวันนี้ได้มีการประชุมทางคอนเฟอเรนซ์กับ ผบช.ก. ผบช.น.และ ผบช.ทั้ง 9 ภาค ให้ทุกกองบัญชาการสั่งการตำรวจทุกโรงพักและทุกหน่วย อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากบริษัท ยูฟันฯ ในการรับแจ้งความ และให้ส่งสำนวนการสอบสวนมาที่ บก.ปคบ. ส่วนกรณีแกนนำ และเครือข่ายบริษัท ยูฟันฯ ยังคงใช้เครือข่ายโซเชียลมีเดียโพสต์ข้อความว่า บริษัทดำเนินการถูกต้อง ขอให้สมาชิกรอฟังผลนั้น จริงแล้วเป็นการสกัดกั้นไม่ให้สมาชิกเข้าแจ้งความกับตำรวจ ได้สั่งให้เฝ้าติดตามตลอดว่ามีใครโพสต์ข้อความถึงสมาชิกอย่างไร เพราะเข้าข่ายหลอกลวงและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ได้สั่งให้ตำรวจเก็บรวบรวมหลักฐานไว้อย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีกับทุกคนที่เกี่ยวข้องในการโพสต์ข้อความ ขอเตือนให้หยุดกระทำการดังกล่าว เพราะก่อนเข้าจับกุมได้เฝ้าติดตามและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆมาหลายเดือน และขอแจ้งให้ประชาชนที่คิดว่าได้รับความเสียหายเข้าแจ้งกับตำรวจได้ทั่วประเทศ

ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า สำหรับนายอาทิตย์ ปานแก้ว หุ้นส่วนผู้บริหารคนสำคัญของ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด ที่หลบหนีอยู่นั้น ทราบภายหลังชัดเจนว่า เป็นชาวมาเลเซียที่สวมบัตรประจำตัวประชาชนไทย และกรมการปกครองได้สั่งจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนราษฎร ที่ จ.อุตรดิตถ์ ไปแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบชื่อที่แท้จริงว่าเป็นใคร และสั่งการให้ตำรวจท้องที่ คือ สภ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว สืบสวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบฝ่ายทะเบียนของ อ.วังน้ำเย็น ที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนชื่อนายอาทิตย์ เข้าทะเบียนบ้านที่ อ.วังน้ำเย็นด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางตรวจสอบไปตามบ้านเลขที่ ที่นายอาทิตย์ ปานแก้ว นายทุนชาวมาเลเซียที่สวมบัตรประชาชนไทย ย้ายทะเบียนบ้านไปมาถึง 5 ครั้ง โดยที่ จ.อุตรดิตถ์ ที่บ้านเลขที่ 120/57 ถนนอินใจมี ซอย 3 ต.ท่าอิฐ อ.เมือง พบว่าเป็นห้องแถวปูนชั้นเดียว ให้เช่าเป็นรายเดือน มีนางสมพร แก้วพูลปกรณ์ อายุ 56 ปี เป็นเจ้าของ โดยนางสมพรเปิดเผยว่า รู้จักกับนายอาทิตย์มานานหลายปี เพราะเคยทำธุรกิจเป็นตัวแทนขายเหรียญควอนตั้ม แต่ปัจจุบันได้เลิกทำธุรกิจไปแล้ว โดยเมื่อวันที่ 31 ต.ค.57 นายอาทิตย์ได้ขอย้ายชื่อจากบ้านเลขที่ 88 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี มาเข้าทะเบียนบ้านตน จึงให้ทะเบียนบ้านไปดำเนินการจนถึงบัดนี้ยังไม่ได้ทะเบียนบ้านคืน และไม่รู้ว่านำทะเบียนบ้านไปทำอะไรบ้าง

ส่วนที่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 9 ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 23 ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นบ้านที่นายอาทิตย์ย้ายทะเบียนบ้านจาก อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว มาเข้าทะเบียนบ้าน และทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ เมื่อวันที่ 31 ต.ค.57 พบว่าเป็นอาคารสูง 4 ชั้น 2 หลังติดกัน สร้างอยู่ในที่ดินประมาณ 300 ตารางวา ตัวอาคารมีสภาพเก่าทรุดโทรม มีนางสังวาลย์ แสงเทียน อายุ 36 ปี เป็นผู้ดูแล และเปิดเผยว่า ตั้งแต่ดูแลอาคารนี้มากว่า 10 ปี ไม่รู้จัก และไม่เคยเห็นนายอาทิตย์เลย มีแต่จดหมายของนายอาทิตย์ที่ส่งมาจากธนาคารหลายแห่งมาเป็นระยะๆ ทราบแต่เพียงว่า นายอาทิตย์เคยมาซื้ออาคารแห่งนี้ แต่ถูกธนาคารยึดคืนไปแล้ว และอาคารนี้มีการซื้อขายผลัดเปลี่ยนกันมาแล้วหลายเจ้าของ แต่ไม่มีใครประสบผลสำเร็จและถูกธนาคารยึดทุกราย

อีกด้านหนึ่งที่ จ.สระแก้ว ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 5 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โดยสอบถามนายสมัคร คงถัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 เกี่ยวกับบ้านเลขที่ดังกล่าวที่ย้ายชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว เข้าในทะเบียนบ้าน นายสมัครเปิดเผยว่า บ้านเลขที่ดังกล่าวไม่มีตัวตนที่แท้จริง มีแต่รายชื่อแฝงในทะเบียนบ้านเท่านั้น เจ้าของบ้านเป็นผู้หญิงจำชื่อไม่ได้เพราะนานมาแล้ว โดยนายอาทิตย์มีชื่อเป็นผู้อาศัย ที่ตรวจสอบพบเนื่องจากมีการเลือกตั้ง ได้ ตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถามคนในหมู่บ้านก็ไม่มีใครรู้จัก หลังจากนั้นทะเบียนบ้านเลขที่ดังกล่าวได้หายไป และก่อนหน้านี้มีตำรวจจากกรุงเทพฯ 3 นาย มาสอบถามเกี่ยวกับนายอาทิตย์ และบ้านเลขที่ดังกล่าวเช่นกัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ นายอำเภอวังน้ำเย็น กล่าวว่า กรณีชาวมาเลเซียปลอมแปลงเอกสารทางราชการ สวมบัตรประจำตัวประชาชนชื่อ นายอาทิตย์ ปานแก้ว ย้ายเข้าทะเบียนบ้านที่ อ.วังน้ำเย็น เกิดขึ้นในสมัยที่นายวิชัย โภคเจริญ เป็นปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนในขณะนั้น ได้สั่งการให้ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชนคนปัจจุบันเร่งสรุปเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อรายงาน ผวจ.สระแก้วตามลำดับ หากตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ใครมีส่วนร่วมทุจริต จะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทางวินัยและคดีอาญา ขณะเดียวกัน ได้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงตามที่กรมการปกครองสั่งการมาแล้ว เพื่อรายงานให้ทางกรมทราบต่อไป

พนักงานสอบสวนคุม 4 คนไทยผู้บริหารยูฟันฯ เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ยักษ์ ฝากขังผัดแรก ก่อนถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที ด้านผู้ช่วย ผบ.ตร. สั่งตำรวจท้องที่สาวเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 13 เม.ย. 2558 04:51 13 เม.ย. 2558 04:51 ไทยรัฐ