วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันดวลเพื่อนเก่า

ฟุตบอลเมื่อวันเสาร์มีเหตุการณ์ให้เขียนถึงมากมาย การดิ้นหนีตายในพรีเมียร์ลีกเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ “จิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี้ ที่รั้งบ๊วยมานาน เริ่มมีลูกฮึดเก็บแต้ม 6 แต้มจาก 2 นัด

หลังสุด หลังจากชนะเวสต์แฮมก่อนหน้านี้ ล่าสุด

บุกไปเชือดเวสต์บรอมวิชสุดมัน 3–2 ชนิด

ได้ประตูชัยนาทีสุดท้าย

แม้จะยังไม่หลุดจากอันดับ 20 แต่ก็ทำแต้มไล่เบียดทีมท้ายตารางด้วยกันห่างจากโซนปลอดภัยแค่ 3 แต้มเท่านั้น ได้ลุ้นสนุกแน่

แอสตัน วิลลา มาแรงเช่นกันนับตั้งแต่ได้ทิม เชอร์วูด เข้ามาคุมทีม คริสเตียน เบนเตเก เพิ่งซัดแฮตทริกเกมที่เสมอควีนสปาร์ก 3-3 นัดนี้
พลิกชนะ “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์

ถึงถิ่นไวท์ฮาร์ทเลน เบนเตเกทำประตูชัยได้อีก

นอกจาก 3 แต้มอันล้ำค่าของวิลลาแล้ว ยังเป็นชัยชนะส่วนตัวของเชอร์วูดที่เคยถูกปลดจากตำแหน่งผู้จัดการทีมสเปอร์สอีกด้วย

ส่วนอลัน พาร์ดิว ที่ผมเพิ่งเขียนถึงไปเมื่อเร็วๆนี้ นำคริสตัล พาเลซ บุกไปต้อน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ 4-1 ได้ 4 ประตูภายใน 14 นาทีของช่วงต้นครึ่งหลัง

ยานนิก โบลาซี ผู้เล่นตำแหน่งปีก วัย 25 ปี ทำแฮตทริกให้พาเลซได้ภายใน 11 นาที เขาเป็นนักเตะที่มีประวัติไม่ค่อยเหมือนใคร เกิดที่ลียงในฝรั่งเศส แต่ค้าแข้งในอังกฤษเป็นหลัก และเล่นให้ทีมชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

พาร์ดิวเคยคุยว่า ถ้าเขาทำทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าผู้จัดการทีมบางราย พอชนะนัดนี้บอกว่า ลูกทีมของเขาเล่นได้สุดยอดราวกับทีมบราซิล แน่นอนว่าบราซิลไม่ใช่ทีมเบอร์ 1 ของโลกในปัจจุบัน แต่เป็นการเปรียบเทียบในอังกฤษเมื่อทีมใดทีมหนึ่งเล่นได้สวยงาม เร้าใจ

ที่อิตาลี “ม้าลาย” ยูเวนตุส ว่าทีมแชมป์ทำช็อกแพ้ปาร์มา ทีมบ๊วยถังแตกที่ล้มละลายแทบไม่มีเงินจ่ายค่าน้ำค่าไฟและค่าเหนื่อยนักเตะ 0-1 เป็นเกมล็อกถล่มที่สุดนัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนังแดนมะกะโรนีเลยก็ว่าได้

ส่วนที่สเปน บาร์ซานำเซบีญา 2-0 ถูกตีเสมอ ทำให้เรอัล มาดริด มีความหวังในการลุ้นแชมป์มากขึ้น ตามหลังบาร์ซาแค่ 2 แต้ม นัดนี้
ลิโอเนล เมสซี ทำประตูที่ 399 ให้บาร์ซาได้ด้วย

กลางสัปดาห์นี้มีโปรแกรมแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก คู่เอก แอตเลติโก มาดริด ทำศึกดาร์บี้แมตช์ยุโรปกับเรอัล มาดริด และปารีส แซงต์ แชร์กแมง ดวลกับบาร์เซโลนา ส่วนอีก 2 คู่

ปอร์โต เจอ บาเยิร์น มิวนิก และยูเวนตุส พบ โมนาโก

รอบนี้น่าสนใจตรงที่อดีตนักเตะบาร์ซา 4 คน เติบใหญ่มาเป็นกุนซือชั้นนำ ต้องมาดวลกันเองระหว่างโลรองต์ บลองก์ (เปแอสเช) กับ หลุยส์ เอ็นริเก (บาร์ซา) และฆูเลน โลเปเตกี (ปอร์โต) กับเป๊ป กวาร์ดิโอลา

ทั้ง 4 คน เคยเล่นด้วยกันในทีมบาร์ซาชุดคว้าแชมป์สแปนิช ซุปเปอร์คัพ ปี 1996 สั่งสมประสบการณ์ สร้างทีมด้วยเกมรุกในสไตล์บาร์ซาที่โยฮัน ครัฟฟ์ วางรากฐานไว้เหมือนกัน นักเตะชุดนั้น 27 คน ก้าวขึ้นเป็นโค้ชหรือประธานเทคนิคสโมสรต่างๆถึง 22 เลยทีเดียว

ถ้ารวมโจเซ มูรินโญ ที่เป็นผู้ช่วยของบ็อบบี้ ร็อบสัน โค้ชบาร์ซายุคนั้นเข้าไปด้วย พิสูจน์ให้เห็นว่า บาร์ซาเป็นโรงเรียนผลิตกุนซือป้อนวงการอย่างแท้จริง.

โต้ บ้านแหลม

13 เม.ย. 2558 00:43 13 เม.ย. 2558 00:43 ไทยรัฐ


advertisement