วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับถอยหลัง ผู้สูงอายุไทยพุ่ง! ใครดูแล ทางรอดอยู่ที่...?

วันที่ 13 เมษายนของทุกปี นอกจากเป็นวันสงกรานต์ แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ แต่รู้หรือไม่ คนชราหรือผู้สูงอายุ ซึ่งมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในสังคมไทย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณปีละ 1.19 ล้านคน หากเทียบกับเด็กเกิดใหม่ในปี 2557 มีเพียง 7.7 แสนคนเท่านั้น

จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ปัจจุบัน ผู้สูงอายุทั่วประเทศมีประมาณ 9.9 ล้านคน จากจำนวนประชากรประมาณ 64.8 ล้านคน นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายของรัฐเพื่อสนับสนุนสวัสดิการให้ผู้สูงอายุต้องเพิ่มขึ้นตามมา โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุในชนบท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานนอกระบบ ประสบปัญหาความยากจนและมีรายได้ไม่เพียงพอ อีกทั้งอัตราค่ารักษาดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุมีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน อาจได้รับบริการไม่ทั่วถึงและส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลง

ส่วนผลกระทบทางเศรษฐกิจ กรณีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หรืออีก 10 ปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุ 15.1 ล้านคน จะทำให้สังคมไทยในอนาคตขาดแคลนวัยทำงาน และขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้ภาคการผลิตและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเติบโตช้าลง

ขณะที่ ดร.นพดล กรรณิกา ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูปกองทุนประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทน เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้สูงอายุที่เป็นผู้ประกันตนในปี 2558 ที่มีสิทธิได้รับบำเหน็จและบำนาญชราภาพ มีประมาณ 1.4 แสนคน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ รวมเป็นเงินประมาณ 9.5 พันล้านบาท และเงินบำนาญชราภาพ รวมประมาณ 2.9 ร้อยล้านบาท

ส่วนอีก 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะมีผู้สูงอายุที่เป็นผู้ประกันตนและมีสิทธิได้รับบำเหน็จและบำนาญชราภาพ มีประมาณ 4 แสนคน ขณะที่อีก 10 ปีข้างหน้าประมาณการว่าจะมีผู้สูงอายุที่มีสิทธิดังกล่าวประมาณ 1 ล้านคนเศษ และจะได้รับเงินบำเหน็จบำนาญชราภาพประมาณ 6.7 หมื่นล้านบาท

“ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นโมเดลที่ใช้ฐานข้อมูลปี 2557 ซึ่งเมื่อใช้ฐานข้อมูลใหม่ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากข้อมูลที่มีอยู่ในเวลานี้ได้ แต่สาระสำคัญคือประชากรจำนวนมากในสังคมไทยจะกลายเป็นผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องมีการออกแบบมาตรการต่างๆ รองรับ ด้วยการออกกองทุนประกันสังคมผ่านมาตรา 40 ไว้เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ”

สำหรับข้อดีของมาตรา 40 คือ การสร้างวินัยการออมให้กับคนในชาติ รองรับสังคมผู้สูงอายุด้วยออมชราภาพและมีเงินชดเชยขาดรายได้ ช่วยลดภาระหนี้สินครัวเรือนสำหรับผู้มีรายได้น้อยในอนาคตเมื่อผู้ประกันตนกลายเป็นส่วนหนึ่งของผู้สูงอายุ แต่ข้อเสียของมาตรา 40 ไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายบริการการแพทย์โดยให้ใช้บริการด้านสุขภาพจาก สปสช. หรือ บัตรทองแทน แต่มีเงินช่วยกรณีทุพพลภาพ กรณีนอนโรงพยาบาลได้เงินขาดรายได้ และเงินค่าทำศพกรณีเสียชีวิต

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ได้มีแผนแม่บทด้านแรงงาน พ.ศ. 2555-2559 กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์เกี่ยวกับการเสริมสร้างความมั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีให้กำลังแรงงาน เสริมสร้างความมั่นคงในการมีงานทำ เพื่อส่งเสริมให้กำลังแรงงานรวมทั้งผู้สูงอายุได้มีงานทำ มีรายได้ และได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีภารกิจในการส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอาชีพผู้สูงอายุตาม พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 ในด้านการจัดฝึกอบรมฝึกอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุตามอัธยาศัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนผู้สูงอายุเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่เหมาะสม เพราะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ สามารถเป็นผู้นำชุมชน หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนได้

ขณะที่กองพัฒนาศักยภาพแรงงานและผู้ประกอบกิจการ มีโครงการเตรียมความพร้อมก่อนวัยสูงอายุที่มีความประสงค์ใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อการใช้งานคอมพิวเตอร์ การฝึกพื้นฐานการสื่อสารภาษาอังกฤษ การทำธุรกรรมด้วยไอที และการคนคว้าด้วยไอที เช่นเดียวกับ กรมจัดหางาน มีแผนงานของหน่วยงาน กำหนดให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด ให้บริการการหางานให้แก่ ผู้พิการ ผู้สูงอายุ บุคคลบนพื้นที่สูง และแรงงานนอกระบบ

ส่วนปัญหาผู้สูงอายุเข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐ พบว่าเป็นผู้สูงอายุที่เป็นแรงงานนอกระบบและพ้นสภาพการทำงาน จำนวน 3 ล้านคน จาก 9 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 1 ต่อ 3 ที่มิได้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐ แต่ผู้สูงอายุดังกล่าวยังสามารถเข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานของรัฐและมีสิทธิตามกฎหมาย

ผู้สูงอายุยุคใหม่ เปลี่ยนไป หันมาออมเงินมากขึ้น

ในแง่มุมของนักประชากรศาสตร์ รศ.ดร.โยธิน แสวงดี จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งได้ทำวิจัยเชิงคุณภาพเกี่ยวกับผู้สูงอายุในไทยช่วงเดือนต.ค.ปี 57 ถึงปัจจุบัน ออกมายืนยันชัดเจนเลยว่า ในระยะยาวข้างหน้า ผู้สูงอายุทั้งในชนบทและเมือง จะนิยมออมเงินมากขึ้นในรูปแบบต่างๆ เพราะความจำเป็นต้องพึ่งตนเอง อีกทั้งสังคมไทยมีลูกน้อยมากขึ้น และที่สำคัญคนในระยะต่อไป ล้วนแต่มีงานทำทั้งสิ้น รวมทั้งภาคเกษตร แม้จะเสี่ยงแต่ต้องเริ่มออมเงิน เพราะค่ารักษาพยาบาล "แม้ว่าจะฟรี แต่ไม่ฟรีทุกอย่าง" ก็ต้องเตรียมพร้อมในการใช้จ่าย

“การออมหมายถึง เล่นหุ้น ลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ มีที่ดินทำกิน ออมเงินผ่านประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เพราะปัจจุบันลูกๆ อยู่ห่างพ่อ แม่ เป็นการเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นคนแก่ในอนาคต หรือคนที่มีอายุ 40-45 ปีในปัจจุบัน จะเริ่มออกเพื่ออนาคต และเพื่อท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้เข้าใจในเรื่องการออมดี และยืนยันชนบท ไม่มีชนบทแล้ว แต่ละพื้นที่เป็นเมืองใหญ่หมดแล้ว ทุกอย่างเข้าถึงคนชนบท”

อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาสำหรับผู้สูงอายุ คือการหกล้ม เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะฉะนั้นสภาพแวดล้อมจะต้องจัดการให้ดี ไม่ให้ข้าวของเกะกะ เพื่อให้เดินเหินได้สะดวก จึงอย่าละเลย ระมัดระวังไม่ให้ผู้สูงอายุลื่นล้ม เพราะการล้ม แปลว่าตาย

ส่วนการดูแลผู้สูงอายุ ยอมรับว่า ไม่มีอะไรเพียงพอ สำหรับมนุษย์ ดังนั้นรัฐบาลต้องส่งเสริมให้มีงานทำไปจนตาย เนื่องจากกลุ่มที่เกษียณอายุ มีความประมาท สนุกสนานกับการใช้เงินที่ได้มา จนในอนาคตต้องลำบาก จึงอยากให้ผู้สูงอายุ ทำงานให้มาก และมีกิจกรรมการเคลื่อนไหว นอกจากนั้น ยังอยากให้ผู้สูงอายุที่อยู่ในไร่ นา ให้มาทำงานช่วยหยิบข้าวของในห้าง เพื่อให้เกิดสังคม เห็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ทางห้างควรจัดรถบริการรับส่งให้ผู้สูงอายุมาทำงาน

พร้อมเสนอแนวคิด อยากให้มีรายการทีวีสำหรับผู้สูงอายุ ได้หัวเราะ สร้างอารมณ์ขัน ไม่ใช่ แต่งตัวล้อเลียนคนแก่ แต่ควรนำความน่ารักของผู้สูงอายุมานำเสนอจะดีกว่า และเชื่อว่าทุกรัฐบาลต่างมีแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แต่ก็ขึ้นกับการเมือง ส่วนที่มองว่า เด็กเกิดใหม่มีน้อยกว่าผู้สูงอายุนั้นไม่ใช่ เพราะมีการกำหนดช่วงอายุเด็กเกิดใหม่ 0.1-1 ปี ส่วนผู้สูงอายุกำหนด 60 ปี ขึ้นไปจนถึง 100 ปี จึงทำให้สถิติผู้สูงอายุมากขึ้น

และจากเก็บข้อมูลวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่าส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารการกิน เรื่องสุขภาพ และอยู่บ้านของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ สำหรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 600-1,000 บาท ที่รัฐบาลให้มา ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิตแน่นอน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้โต เป็นการเพิ่มกำลังซื้อเท่านั้น

นอกจากนั้น อยากให้ลูกอนุญาตให้พ่อแม่ออกมานอกบ้านบ้าง "ไม่ใช่อยู่ในอิฐบล็อก" โดยเฉพาะจะเห็นผู้สูงอายุที่เป็นคนชั้นกลางลงมา จะอยู่แต่ในคอก นานๆทีจะได้ออกบ้าน โดยให้ผู้สูงอายุกดรีโมตดูทีวีอยู่ที่บ้าน เพราะลูกไม่ยอมให้ออกมา เหตุกลัวเสียหน้า

“ที่สำคัญอาจมองว่าให้ผู้สูงอายุเฝ้าบ้าน เหมือนเป็นยาม เพราะห่วงในทรัพย์สิน และอยากให้ผู้สูงอายุที่เคยมียศ บารมีในอดีต ควรเปลี่ยนตัวเอง ลดตัวลงมา อย่าติดยึดในยศฐาบรรดาศักดิ์ เพราะฉะนั้นสังคมไทยจะต้องละลายชนชั้น เพื่อให้ได้สัมผัสความสุข ให้เข้าได้กับผู้สูงอายุทุกระดับ ไม่ใช่ไม่ยอมคลุกคลีกับคนที่จบ ป.4”

จากแง่มุมหลากหลายของ 2 นักวิชาการ เกี่ยวกับผู้สูงอายุในสังคมไทย ที่นับวันจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอีกไม่นานคนหนุ่มสาวในวัยทำงาน หรือวัยสี่สิบขึ้น จะต้องเป็นหนึ่งในผู้สูงอายุ ถามว่าใครมีแผนรองรับกับตัวเองไว้อย่างไร?

เมื่ออยู่ในยามชรา เงินทองมีเก็บหรือไม่! เพื่อดูแลสุขภาพในวันภายหน้า หรือเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน หากไม่มีลูกหลาน แล้วจะอยู่ยังไง...คงเริ่มได้แล้วสำหรับการออมเงิน เพราะเวลา ความเสื่อมสภาพของร่างกายไม่เคยรอใคร หวังพึ่งรัฐคงไม่ได้เต็มที่ เพราะของฟรีทุกอย่างคงไม่มีในโลกจริงๆ

วันที่ 13 เมษายนของทุกปี นอกจากเป็นวันสงกรานต์ แล้วยังเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ แต่รู้หรือไม่ คนชราหรือผู้สูงอายุ ซึ่งมีอายุ 60 ปีขึ้นไปในสังคมไทย มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณปีละ 1.19 ล้านคน... 12 เม.ย. 2558 12:01 13 เม.ย. 2558 03:04 ไทยรัฐ