วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉนายทุนยูฟันสวมบัตร (ชมคลิป)

แฉนายทุนยูฟันสวมบัตร (ชมคลิป)

  • Share:

เป็นชาวมาเลย์-ทรัพย์สินในเซฟมี 26 ล.

ตำรวจ ปคบ.เปิดตู้เซฟ ที่ยึดมาได้จากเครือข่าย “ยูฟันสโตร์” พบของมีค่า เพียบ ทั้งเพชร ทอง โฉนด ที่ดิน นาฬิกา กุญแจรถหรู ฯลฯ รวมมูลค่ากว่า 26 ล้านบาท ขณะที่ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาอ้างเป็นแค่ลูกข่ายไม่ใช่ผู้บริหาร และไม่คิดว่าการทำธุรกิจของบริษัทเป็นการฉ้อโกง ไทยรัฐเจาะลึกเบื้องหลังทีมผู้บริหารบริษัทแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติชาวมาเลเซีย พบตัวการใหญ่ซิกแซ็กสวมบัตรประชาชนคนไทยในชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ย้ายทะเบียนบ้านไปมาถึง 5 ครั้ง ล่าสุดอดีตปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ถูกตั้งกรรมการสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่ายูฟันสโตร์กำลังขยายเครือข่ายไปอีก 2 ประเทศ แถมโอนเงินของผู้เสียหายจากประเทศไทยออกไปแล้ว 1 พันล้านบาท

กรณีตำรวจ ปคบ.ประสาน ปปง. และ สคบ. จู่โจมตรวจค้นเครือข่ายบริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด ทำธุรกิจขายเครื่องสำอาง อาหารเสริมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เนื่องจากตรวจสอบพบว่า ดำเนินธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 8 คน เป็นชาวมาเลเซีย 3 คน คนไทย 5 คน หลังจากนั้นส่งชุดสืบสวนสอบสวนไปตรวจค้นจับกุมหลายจุด ควบคุมตัวผู้บริหารได้ 4 คน ประกอบด้วย ว่าที่ ร.ต.ฤทธิเดช วรงค์ อายุ 40 ปี นายรัฐวิชญ์ ฐิติอรุณวัฒน์ อายุ 34 ปี นายไชธร ทองหล่อเลิศ อายุ 40 ปี และนายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า อายุ 40 ปี ดำเนินคดีข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน เบื้องต้นอายัดทรัพย์สินทั้งบ้านที่ดิน รถหรูและทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่า 250 ล้านบาท ส่วนนายเท คิม เลง อายุ 40 ปี นายลี ควง มิง อายุ 38 ปี นายวอน ชิง หัว อายุ 42 ปี ทั้ง 3 คน เป็นชาวมาเลเซีย และนายอาทิตย์ ปานแก้ว อายุ 47 ปี อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดี

ความคืบหน้าที่กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 11 เม.ย. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผช. ผบ.ตร.พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. ร่วมสอบปากคำนายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ใช้เวลาสอบปากคำกว่า 30 นาที จากนั้นจึงดำเนินการเปิดตู้เซฟที่อายัดมาจากบ้านเลขที่ 688/77 หมู่บ้านรื่นฤดี แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ปรากฏว่ามีทรัพย์สินอยู่ภายในจำนวนมาก อาทิ โฉนดที่ดินย่านมีนบุรี 3 ฉบับ กุญแจรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์เอสแอลเค 200 กุญแจรถยนต์ปอร์เช่ คาเยนน์ เครื่องเพชร ทองรูปพรรณ นาฬิกายี่ห้อดัง 7 เรือน เงินสกุลต่างประเทศจำนวนหนึ่ง และเล่มทะเบียนรถ 4 เล่ม รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 26 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา เผยว่า หลังจากนี้จะนำทรัพย์สินส่ง ปปง.เพื่อหาที่มาที่ไป หากพบว่าได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมายจะยึดอายัดไว้ รวมถึงขยายผลยึดทรัพย์สินผู้ต้องหารายอื่นต่อไป เพื่อนำทรัพย์สินมาคืนให้กับผู้เสียหายทั้งหมด ทั้งนี้จะติดตามหาตัวผู้กระทำความผิดที่ยังหลบหนีอยู่ รวมทั้งออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก และจะขยายผลไปยังตัวการใหญ่ทั้งหมดไม่ว่าจะระดับใดก็ตาม หากประชาชนพบว่า ถูกฉ้อโกงในกรณีดังกล่าว สามารถมาร้องทุกข์และแจ้งความเพิ่มเติมได้ตามสถานีตำรวจทั่วประเทศ

ส่วนผู้ต้องหานายอภิชณัฎฐ์ แสนกล้า เผยว่า ตนไม่รู้จักนายเท คิม เลง หรือนายเดเนียล ชาวมาเลเซีย ผู้บริหารบริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด เป็นการส่วนตัว เคยพบเห็นแค่ในงานเลี้ยงของบริษัท แต่ไม่เคยได้พูดคุยด้วย เพราะตนเป็นเพียงสมาชิกชั้นธรรมดาเท่านั้น และมีทีมที่ร่วมทำงานเป็นสมาชิกจำนวนกว่า 30,000 คน และขอยืนยันว่า ทุกคนมีรายได้จากการทำธุรกิจยูฟัน และทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ส่วนตัวจึงไม่คิดว่า การกระทำธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเป็นการฉ้อโกงประชาชนแต่อย่างใด

ด้านการติดตามเครือข่ายนายทุนชาวมาเลเซียที่เข้ามาตั้งบริษัทยูฟันสโตร์ จำกัด ในประเทศไทย ทีมข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและไทยรัฐทีวีได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกและเครือข่ายของบริษัทยูฟันสโตร์ฯ ให้ตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว เนื่องจากทราบว่าช่วงเดือนเมษายน 2558 ผู้บริหารบริษัทวางแผนที่จะถ่ายโอนเงินจากประเทศไทยไปไว้ต่างประเทศ หลังจากเปิดสำนักงานในประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 28 มี.ค.และที่ประเทศเวียดนาม โดยจะโอนเงินจากประเทศไทยไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่ออำพรางว่า นำไปลงทุนต่อ ยอดในต่างประเทศ แท้ที่จริงแล้วจะถ่ายโอนเงินหนีไปจากประเทศไทย นอกจากนี้ยังทราบว่า หุ้นส่วนของบริษัทตัวการใหญ่ที่เป็นชาวมาเลเซียมีการสวมบัตรประจำตัวประชาชนเป็นคนไทยชื่อ นายอาทิตย์ ปานแก้ว จึงแจ้งให้ตำรวจทราบ แต่ทางตำรวจขอไม่ให้เปิดเผยข่าวก่อน เนื่องจากเกรงผู้ต้องหาจะไหวตัวเพราะรอจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่ จนกระทั่งผู้ต้องหาโอนเงินออกนอกประเทศ 1,000 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตัดสินจับกุมเพื่อสกัดการโอนเงินออกนอกประเทศ

ส่วนการปลอมแปลงเอกสารราชการสวมบัตรประจำตัวประชาชนคนไทยในชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 5-2704-00036-54-1 ที่อยู่สุดท้ายย้ายไปอยู่บ้านเลขที่ 120/57 ถนนอินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้ไปตรวจสอบที่ สนง.เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายมเหสักข์ ศิริพันธ์ ผู้ช่วยนายทะเบียนเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์เผยว่า ชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ย้ายมาจากบ้านเลขที่ 88 หมู่ 8 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 31 ต.ค.2557 และวันเดียวกันได้ขอทำบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเห็นว่ามีหลักฐานการย้ายเข้าทะเบียนที่ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ถูกต้อง จึงทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ แต่เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2558 สำนักงานทะเบียนกลาง กรมการปกครอง แจ้งการจำหน่ายชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ออกจากสารบบไปแล้วเพื่อระงับการเคลื่อนไหวของบุคคลผู้นี้ ขณะนี้รอสำนักงานทะเบียนกลางแจ้งเรื่องดังกล่าวมาให้สำนักงานทะเบียนเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อรวบรวมหลักฐานแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนบ้านเลขที่ 120/57 ถนนอินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ที่ย้ายมาเข้าครั้งสุดท้ายตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นบ้านร้างไม่มีใครอยู่

จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวไทยรัฐและไทยรัฐทีวี ได้พบเส้นทางที่นายทุนมาเลเซียสวมบัตรประจำตัวประชาชนเป็นคนไทยในชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ย้ายไปตามจังหวัดต่างๆและขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ เริ่มจากวันที่ 9 ต.ค.2553 เพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 153 หมู่ 5 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว และวันที่ 12 พ.ย.2553 ทำบัตรประจำตัวประชาชนที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ต่อมาวันที่ 11 ม.ค.2554 ย้ายชื่อไปเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ 779/10 ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. และวันที่ 28 เม.ย.2554 กลับไปทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งที่ 2 ที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อ้างบ้านเลขที่ใน กทม. จากนั้นวันที่ 22 มี.ค.2555 ย้ายชื่อไปเข้าทะเบียนบ้านเลขที่ 88 หมู่ 9 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และวันที่ 17 ก.ค.2557 ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งที่ 3 ที่สำนักงานเขตบางนา อ้างบ้านเลขที่ใน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อจากนั้นวันที่ 21 ต.ค.2557 ทำบัตรประจำตัวประชาชนครั้งที่ 4 ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย อ้างที่อยู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนกระทั่งครั้งที่สุดท้ายย้ายชื่อไปเข้าบ้านเลขที่ 120/57 ถนนอินใจมี ต.ท่าอิฐ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และทำบัตรประจำตัวประชาชนเป็นครั้งที่ 5

ต่อมาเมื่อเช้าวันที่ 11 เม.ย. ผู้สื่อข่าวไทยรัฐได้สอบถามนายธีระชัย ลิ้มประสิทธิศักดิ์ นายอำเภอวังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เกี่ยวกับกรณีนายทุนชาวมาเลเซียปลอมแปลงเอกสารทางราชการสวมชื่อเป็นคนไทยในชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว โดยทราบว่ากรมการปกครองสั่งให้ตั้งกรรมการสอบสวนปลัดอำเภอวังน้ำเย็นที่รับผิดชอบในขณะนั้น นายธีระชัย เปิดเผยว่า ตนเพิ่งย้ายมาเป็นนายอำเภอเมื่อปี 2557 ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก แต่ได้เรียกปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนคนปัจจุบันมาสอบถาม และตรวจสอบชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ตามที่อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 5 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ทราบว่าย้ายจาก อ.วังน้ำเย็น ไปเข้าชื่อในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ส่วนนายวิชัย โภคทรัพย์ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนในขณะนั้นได้ย้ายไปที่อื่นแล้ว และนายโกปาน แสนเวท อส.อำเภอ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยฝ่ายทะเบียนอำเภอในขณะนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ขณะนี้ทางอำเภอวังน้ำเย็นได้ตั้งกรรมการสอบสวนนายวิชัย โภคทรัพย์ ปลัดอำเภอฝ่ายทะเบียนในขณะนั้นตามคำสั่งของกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบการปลอมแปลงเอกสารราชการสวมชื่อนายอาทิตย์ ปานแก้ว ว่าเป็นมาอย่างไร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้