วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับโจ๋ควงสปาร์ตา-กรรไกร บุกแทงขาใหญ่ดับ แค้นบังคับให้ไหว้

จับโจ๋ควงสปาร์ตา-กรรไกร บุกแทงขาใหญ่ดับ แค้นบังคับให้ไหว้

  • Share:

จับ 2 โจ๋ ควงสปาร์ตา-กรรไกร บุกแทงขาใหญ่อดีตเจ้าถิ่นดับ หลังกล่าวอ้างเป็นนักเลงรุ่นพี่ บังคับให้กราบไหว้ยามพบหน้า จนเกิดความแค้น...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 10 เม.ย. 58 พ.ต.ท.อดุลย์ วรอนุ พงส.ชำนาญการพิเศษ สภ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี รับแจ้งจากหน่วยกู้ชีพ รพ.หนองวัวซอ มีคนถูกมีดฟันที่ศีรษะและตามร่างกายหลายแห่ง อาการสาหัส เข้ามารักษาตัว แพทย์เร่งพยายามรักษา แต่ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.ท.สุเทพ ลุนละวงษ์ รอง สว.สส., ร.ต.ท.วุฒิไกร วรรณเสน รองสวป.สภ.หนองวัวซอ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ นายพิทยา คูคำ อายุ 24 ปี อยู่หมู่ 1 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า เดิมที นายพิทยา ผู้ตาย เป็นคนในพื้นที่ ต่อมาเมื่อหลายปีก่อนครอบครัวได้ย้ายไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.สตูล และก่อนเกิดเหตุ ประมาณ 1 เดือน นายพิทยาได้เดินทางกลับมาเยี่ยมญาติพี่น้อง และถือโอกาสร่วมฉลองเทศกาลสงกรานต์ ก่อนเกิดเหตุ เมื่อช่วงค่ำ ผู้ตายและญาติ พร้อมกลุ่มเพื่อนประมาณ 5-6 คน ได้นั่งล้อมวงกินข้าว อยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 55 หมู่ 10 ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ ตามประสานคนคุ้นเคยกัน กระทั่งเวลา 22.30 น. มี 2 คนร้าย ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนกันมาจอดหน้าบ้าน มี 1 คนร้ายเดินควงมีดสปาร์ต้า ปรี่เข้ามาฟันเข้าศีรษะผู้ตายจนล้มลงกับพื้น

หลังจากนั้น นายสุรชาติ หงส์ทอง อายุ 23 ปี หนึ่งในกลุ่มเพื่อนและเป็นญาติของผู้ตาย ได้เข้าไปขัดขวางและห้ามปราม แต่คนร้ายคนหนึ่ง ทราบชื่อคือ นายลิขิต ไกรยอด อายุ 22 ปี อยู่หมู่ 8 ต.หมากหญ้า อ.หนองวัวซอ อาศัยจังหวะเผลอ ใช้กรรไกรตัดผ้าแทงตามลำตัวผู้ตายแบบไม่ยั้งกว่า 5 ครั้ง ก่อนทั้งคู่จะขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันหลบหนีไป

ต่อมา ร.ต.ท.สุเทพ ลุนละวงษ์ รอง สว.สส. เร่งนำกำลังออกสืบสวนติดตามตัวคนร้าย ทราบว่า นายสุระชาติ หงษ์ทอง เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.หนองวัวซอ เนื่องจากมีอาการร่างกายขาดน้ำ อาเจียนไม่หยุด จากการดื่มเหล้าขาวติดต่อกันในปริมาณมาก ตำรวจจึงเข้าจับกุมตัว ก่อนนำไปพร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นมีดสปาร์ตา ยาว 70 เซนติเมตร ที่ทำตกอยู่บริเวณหน้าบ้านของตน ขณะญาตินำตัวส่ง รพ.

ส่วนนายลิขิต มือใช้กรรไกรเสียบร่างผู้ตาย ตำรวจได้บุกเข้าประสานกดดันแม่ ให้โทรศัพท์ติดต่อเพื่อให้ยินยอมมอบตัว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดของกลางเป็นกรรไกรตัดผ้า 1 ด้าม ยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ซุกอยู่บริเวณใต้ที่นอนภายในบ้าน และหลังก่อเหตุได้หลบหนีไปตั้งหลักอยู่ที่บ้านญาติ

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ทราบว่า ได้ร่วมกันใช้มีดดาบสปาร์ตาและกรรไกร ฟันและแทงนายพิทยาจริง แต่ไม่ได้ตั้งใจ และไม่ทราบว่าผู้ตายจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เนื่องจากก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายชอบพูดจาดูถูกศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของพวกตนไว้มาก ซ้ำยังบังคับให้พวกตนยกมือกราบไหว้เมื่อยามพบหน้า โดยอ้างว่าเป็นนักเลงรุ่นพี่ ต้องให้ความเคารพตามลำดับ จึงทำให้เกิดความแค้น เพราะนอกจากพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และพระสงฆ์แล้ว พวกตนไม่เคยคิดจะยกมือกราบไหว้ใครเลย แต่ผู้ตายเป็นใคร ใหญ่มาจากไหนถึงได้มาเที่ยวบังคับให้คนอื่นยกมือกราบไหว้

หลังจากนั้นจึงพากันดื่มเหล้าขาวย้อมใจไป 2 ขวดเล็ก ที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ก่อนจะกลับไปเอาอาวุธที่บ้าน แล้วขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันไปเพื่อชำระแค้นกับผู้ตาย ทั้งนี้ หลังก่อเหตุ ได้หลบหนีไป จนกระทั่งได้รับการติดต่อประสานจากแม่ให้ยอมเข้ามอบตัว เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” พร้อมควบคุมตัวนำส่ง พงส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้