วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สมยศ” จับมือ “เอก” ลุยล้าง “ค้ามนุษย์-ประมง” งานสำคัญของชาติ

“การปราบปรามการค้ามนุษย์ได้ปรับ เปลี่ยนแนวทางที่เน้นการป้องกันเป็นหลักเพื่อลดอุปสงค์อุปทาน ซึ่งครอบคลุมทั้งในเรื่องแรงงานต่างด้าว การลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย การค้ามนุษย์และการประมงผิดกฎหมาย นโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำเป้าหมายหลักในเชิงป้องกัน 4 ปัจจัยคือ การป้องกันบริเวณแนวชายแดน การป้องกันเส้นทางลักลอบเข้าพื้นที่ชั้นใน การป้องกันสถานบริการและสถานประกอบการกลุ่มเสี่ยง และการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องการค้ามนุษย์ ขอให้ทุกหน่วยตั้งใจทำงานตามนโยบายรัฐบาลด้วยความเข้มแข็งจริงจังเพื่ออนาคตของประเทศชาติและลูกหลาน”

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้กำหนดยุทธศาสตร์สนองนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในเรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นวาระแห่งชาติ

สถานการณ์ปัจจุบันประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศดำเนินการไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตาม Trafficking Victims Protection Act และไม่ใช่ความพยายามอย่างมีนัยสำคัญกับการป้องกัน ช่วยเหลือเหยื่อหรือจับกุมผู้ค้ามนุษย์ โดยประเทศสหรัฐอเมริกาลดอันดับประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 3 แบบอัตโนมัติ เป็นเวลา 2 ปี

ปี พ.ศ.2555-2556 รัฐบาลไทยได้เสนอแผนงานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ตามกฎหมาย Trafficking Victims Protection Act (TVPA) ต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แต่ไม่สามารถแสดงว่ารัฐบาลไทยได้พยายามที่จะดำเนินการให้จริงจัง จึงถูกลดอันดับลง และจะถูกติดตามกดดันด้วยมาตรฐานทางเศรษฐกิจ

ปี พ.ศ.2557 รัฐบาลไทยได้มีความพยายามในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้มากขึ้น แต่รัฐบาลสหรัฐฯเห็นว่า รัฐบาลยังพยายามไม่มากพอในการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ รวมถึงการละเลยไม่ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่แท้จริงอีกด้วย โดย เจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนร่วมในการแสวงประโยชน์จากการค้ามนุษย์

สรุปเหตุผลที่สหรัฐฯ ได้ลดระดับใน TIP Report จำนวน 5 ข้อ ได้แก่ 1.การบังคับใช้กฎหมายไม่เพียงพอ 2.การสืบสวนและดำเนินคดีล้มเหลว 3.การทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ทุกระดับ 4.การคัดแยกไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ 5.การคุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะแรงงานประมงไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาให้กำหนดยุทธศาสตร์ 5P ได้แก่ Prevention ป้องกันกลุ่มเสี่ยง ธุรกิจท่องเที่ยว, Prosecution ดำเนินคดีผู้กระทำผิดกระบวนการยุติธรรม, Protection คุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย พยาน, Policy and Mechanism กลไกเชิงนโยบายขับเคลื่อนภาครัฐ ภาคีเครือข่าย และ Partnership and International พัฒนาบริหารข้อมูลภาครัฐ ภาคีเครือข่าย

มาตรฐานขั้นต่ำของ TIP Report รัฐบาลห้ามการค้ามนุษย์ในรูปแบบที่เลวร้าย กำหนดบทลงโทษร้ายแรงต่อผู้ทำผิดที่เหยื่อเป็นเด็ก มีบทลงโทษที่รุนแรงเพียงพอที่จะยับยั้ง รัฐต้องแสดงความพยายามอย่างจริงจัง

เป็นเหตุเร่งด่วน พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศวาระแห่งชาติ ขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นในไทย เป็นการบูรณาการร่วมกันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ผลต่อเนื่องในอนาคต

โดยเน้นการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เร่งรัดดำเนินการในเรื่องการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าวซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญ และมอบหมายให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ เป็น ผอ.ศพดส.ตร. เป็นผู้รับผิดชอบ

3 เป้าหมายได้แก่ 1.การตรวจสอบสำนวนการสอบสวนคดีค้ามนุษย์เพื่อคัดแยกคดีค้ามนุษย์ที่มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 มกราคม 2558 2.การพิสูจน์ทราบเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์เพื่อจัดทำฐานข้อมูล จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2558

3.จับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่เป้าหมาย ตั้งแต่เดือน ก.พ.2558 ได้แก่ 1.สระแก้ว-กัมพูชา การนำเด็กมาบังคับขอทาน 2.หนองคาย-ลาว การค้าประเวณี 3.ตาก-พม่า แรงงานภาคอุตสาหกรรม ภาคการประมง จ.ระนอง การลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา

พล.ต.อ.สมยศสั่งระดมตรวจค้นพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ในเรื่องประมงผิดกฎหมาย และพื้นที่ตลาดไท แหล่งค้าแรงงานต่างด้าว ค้าประเวณี และยาเสพติด เพื่อทำให้เป็นพื้นที่สีขาวปลอดการค้ามนุษย์และสิ่งผิดกฎหมาย

พล.ต.อ.สมยศย้ำว่า ได้กวดขันจับกุมการค้ามนุษย์และการทำประมงที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง โดยตั้งแต่เดือน ต.ค.2557 จนถึงเดือน มี.ค.2558 จับกุมเครือข่ายการค้ามนุษย์ได้แล้ว 70 คน ผู้ต้องหา 81 คน เป็นความผิดในข้อหาสำคัญคือ ความผิดเกี่ยวกับการค้าประเวณี 43 ราย ผู้ต้องหา 72 คน ความผิดเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน 18 ราย ผู้ต้องหา 6 คน ดำเนินการเชิงรุกตรวจสอบสถานที่และกิจการที่เป็นกลุ่มเสี่ยงรวม 268,898 ครั้ง แยกเป็นการตรวจแรงงานต่างด้าว 321,985 ราย แรงงานไทย 107,206 ราย สามารถช่วยเหลือบุคคลกลุ่มเสี่ยงได้ 130 ราย จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับและความผิดซึ่งหน้าในความผิดเกี่ยวกับแรงงานเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปเป็นความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ได้ 1,905 ราย

“ในการป้องกันการประมงผิดกฎหมาย ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองทัพเรือและกรมเจ้าท่า ตรวจเรือประมงในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล รวม 652 ลำ ตรวจแรงงานประมง 9,250 ราย สนับสนุนการจัดตั้งหน่วยบริการเบ็ดเสร็จเคลื่อนที่ของกรมประมงในพื้นที่ 22 อำเภอ และในช่วงเดือน มี.ค.ได้สั่งให้สืบสวนจับกุม 1.เครือข่ายนำคนมาเป็นขอทานในพื้นที่ต้นทางจังหวัดสระแก้วและปลายทางกรุงเทพมหานคร 2.เครือข่ายนำแรงงานผิดกฎหมายมาเป็นแรงงานทาสหรือแรงงานในเรือประมงในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก และ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

3.เครือข่ายนำโรฮิงญาเพื่อขายแรงงานในประเทศไทยหรือส่งประเทศที่สามในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทราและ จ.นครศรีธรรมราช 4.เครือข่ายนำเด็กและหญิงสาวลักลอบเข้ามาค้าประเวณีหรือบังคับค้าประเวณีในพื้นที่ จ.หนองคาย ขณะนี้กำลังสืบสวนขยายผลยึดทรัพย์สินและดำเนินการกับนายทุน ผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังการค้ามนุษย์ จะขุดรากถอนโคนไม่ให้ไปทำผิดได้อีก”

รัฐบาลได้ปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้เป็นรูปธรรม ซึ่งแต่เดิมมีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานหลัก ที่มี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พม. เป็นแกนหลักสำคัญ เป็นการสร้างกลไกระดับชาติ เพื่อให้เห็นว่าประเทศไทยให้ความสำคัญ เป็นวาระแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สั่งการทุกหน่วยงาน เสมือนเป็นการทำลายกำแพงระหว่างหน่วยงาน ที่แต่เดิมให้เป็นเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เข้มแข็งทุกด้าน

เพิ่มอำนาจทางปกครองให้แก่เจ้าหน้าที่รัฐในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

กรณีที่ตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ในสถานประกอบกิจการ โรงงาน และยานพาหนะ ให้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งปิดสถานประกอบกิจการหรือโรงงานชั่วคราว พักใช้ใบอนุญาตประกอบการ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นอีก

กฎหมายคุ้มครองประชาชนทุกคนที่อยากจะช่วย แต่รู้สึกกลัวที่จะต้องรับผิดตามกฎหมาย กำหนดหลักประกันผู้ใดแจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจว่า มีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา

พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. แม่งานหลักย้ำว่า “เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนให้ความสำคัญทำงานตามนโยบายการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของรัฐบาลที่ประกาศ เป็นวาระแห่งชาติเพื่อบูรณาการทุกหน่วยเข้ามาร่วมกันดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องการค้ามนุษย์และการประมงผิดกฎหมาย ไม่ได้ทำตามเพื่อให้ได้ผลลำดับ TIP Report ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา แต่จะนำสถานการณ์มาวางเป็นแนวทางในการปฏิบัติเตรียมเผชิญปัญหาค้ามนุษย์ในอนาคต ผลจะออกมาอย่างไรเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง ยึดหลักสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน”

“จะทำทุกมิติ มั่นใจทำอย่างจริงจังตามมาตรฐานสากลทุกอย่าง จะทำต่อเนื่อง ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรรับได้ เพราะไม่ได้ทำเพื่อหวังผลในเรื่อง TIP Report แต่เป็นความเข้าใจสภาพปัญหาการค้ามนุษย์และการประมงผิดกฎหมายเป็นปัญหาใหญ่ในหลายประเทศ เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญไม่ต้องการให้มีการค้ามนุษย์ในประเทศไทย และดำเนินการแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้เน้นกำชับไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ เป็นผู้กระทำผิดเสียเอง ผบก.ภ.จ.จะต้องรับผิดชอบหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ในส่วนรับผิดชอบเข้ามาเกี่ยวข้อง ถือว่าไม่สนองนโยบายรัฐบาลและ ตร.ถือเป็นวาระสำคัญของชาติ”.

ทีมข่าวอาชญากรรม

11 เม.ย. 2558 11:26 11 เม.ย. 2558 11:30 ไทยรัฐ