วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สำรวจเงื่อนไข “ทางวิบาก” โรดแม็ปปฏิรูป : ปัญหาท่วมผู้นำ อำนาจพิเศษแหยง

สำรวจเงื่อนไข “ทางวิบาก” โรดแม็ปปฏิรูป : ปัญหาท่วมผู้นำ อำนาจพิเศษแหยง

  • Share:

ย่างเข้าสู่ห้วงมหาสงกรานต์ โลกเมืองไทยหยุดหมุนชั่วขณะ

เพราะนี่คือช่วงเวลาแห่งความสุข บรรยากาศของความสนุกสนานอย่างแท้จริง

ตามภาพข่าวที่ประชาชน โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดต่างหลั่งไหล มุ่งหน้าเดินทางกลับภูมิลำเนาไปฉลองปีใหม่ไทยกับพ่อแม่ พี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย ทำบุญทำทาน รดน้ำดำหัวคนเฒ่าคนแก่ตามประเพณี

และก็เป็นธรรมเนียมประจำทุกปีเช่นกัน

กับมาตรการรณรงค์ความปลอดภัย เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน กระตุ้นเตือนประชาชนให้ระมัดระวังความ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่ทำสถิติสูงขึ้นต่อเนื่อง

ยิ่งปีนี้นางสงกรานต์ชื่อ “รากษสเทวี” มีโลหิตเป็นภักษาหาร

ว่าตามสูตรคำทำนายโบราณจะโยงกับอุบัติเหตุ เภทภัยที่จะทำให้เลือดตกยางออก มันก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นอีกหลายเท่า

เพราะมิฉะนั้น จากเทศกาลแห่งความสุขจะกลายเป็นความเศร้าโศกแทน

หันไปที่บรรยากาศทางการเมือง ซึ่งตามท้องเรื่องช่วงหลายปีหลังๆมักจะมีความเคลื่อนไหวร้อนแรงล้อกับอากาศที่ร้อนระอุในช่วงเทศกาลมหาสงกรานต์

ม็อบเต็มบ้านเต็มเมือง ยึดถนนสาดกระสุนปืนแทนสาดน้ำ

อย่างไรก็ตาม แต่ปีนี้ยังไม่มีวี่แววความเคลื่อนไหวทางการเมืองร้อนๆแต่อย่างใด

แม้จะมีรายการหยั่งเชิงประลองกำลังกันในที ตามปรากฏการณ์ที่กลุ่มเสื้อแดง นปช.ขออนุญาตรัฐบาลทหารจัดพิธีทำบุญ รำลึกถึงแนวร่วมที่เสียชีวิตจากเหตุสลายชุมนุมม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน 2553 แต่ คสช.ติดเบรก ปรามไม่ให้จัดงานเชิงสัญลักษณ์ก่อเงื่อนไขวุ่นวาย

โหวกเหวกโวยวายกันตามฟอร์ม แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นอาละวาดท้าทายดาบอาญาสิทธิ์มาตรา 44

อย่างดีก็แค่อุ่นหัวเชื้อ ซ่อนอยู่ภายใต้คลื่นลมที่ราบเรียบบนผิวน้ำ

รอปะทุในจังหวะโหมแรงกระเพื่อมใหญ่

ในสถานการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ยังพอได้จังหวะพักหายใจหายคอ อาศัยห้วงมหาสงกรานต์ราดน้ำให้ใจร่มๆ

บ่มเพาะพลังภายใน รอรับศึกหนักที่รออยู่ข้างหน้า

ตามอาการอ่อนล้าที่ถึงขั้นบ่นในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย ยอมรับเต็มปากเต็มคำเลยว่า “เหนื่อย” ต้องแก้ปัญหาบ้านเมืองมากมายหลายเรื่อง

สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ดั่งใจเหมือนในกองทัพ

โดยเฉพาะการรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่หนักหนาสาหัสสากรรจ์

ล่าสุด ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจากปากของ “หม่อมอุ๋ย” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ยอมรับว่า การส่งออกไตรมาสแรกปีนี้หดตัว 4 เปอร์เซ็นต์

เป็นอะไรที่แปรผันตรงกับข้อมูลที่ประเมินจากเศรษฐศาสตร์ข้างถนน เสียงบ่นจากพ่อค้า แม่ค้าตลาดสดขายของไม่ได้ ร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขายไม่หมด เหลือบานเบอะ

แม้แต่เซเว่นอีเลฟเว่นยังยอดตกวูบเป็นปรากฏการณ์

สะท้อนภาวะเศรษฐกิจชาวบ้านรากหญ้ามีปัญหาปากท้องอย่างแรง

เช่นเดียวกันกับสถานการณ์ของพวกเศรษฐีที่สะท้อนจากยอดจองรถในงานมอเตอร์โชว์ไม่เป็นไปตามเป้า เซลค่ายรถต่างๆยอมรับบรรยากาศไม่คึกคัก

คนรวยก็หยุดชะงักใช้จ่ายเพราะแหยงปัญหาสภาพคล่องสะดุด

สัญญาณเศรษฐกิจไหลเข้าสู่จุด “อันตราย”

โดยความจำเป็นเฉพาะหน้าตามสูตรต้องปรับครม. ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจเพื่อเดินยุทธศาสตร์กระตุกความมั่นใจเฉพาะหน้า ก็ไม่วายติดปัญหา

เจออาการกั๊กกันไปกั๊กกันมาระหว่างคนกันเอง

เคลียร์ลูกเกรงใจพี่ สลัดความสัมพันธ์พรรคพวกเพื่อนฝูงไม่ออก

แค่ปมภายในที่ติดล็อก “บิ๊กตู่” กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว ไหนยังต้องเจอแรงเสียดทานจากปัจจัยภายนอกประเทศที่กดทับเศรษฐกิจหนักขึ้นทุกขณะ

โดยเฉพาะในสภาวะที่รัฐบาล คสช.ต้องเดินเกมการเมืองโลกโยงการเมืองในประเทศ

ตามจังหวะหันไปผูกเสี่ยวกับประเทศรัสเซียและสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อ “ถ่วง ดุล” อำนาจลดแรงกดดันจากพี่เบิ้มสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป

คบพวกสังคมนิยมประคองน้ำหนักฝั่งเสรีประชาธิปไตย

ปัญหาใหญ่ก็คือ ถ้าเดินเกมพลาดก็สุ่มเสี่ยงกับโดนตัดสิทธิทางการค้าจากองค์กรโลกบาลที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐฯและโลกตะวันตก ยกตัวอย่างที่เห็นชัดๆก็คือปมสินค้าประมงมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ที่หมิ่นเหม่จะถูกแบนจากปัญหาการค้าแรงงานมนุษย์

จุดนี้จะยิ่งซ้ำสถานการณ์เศรษฐกิจที่ลำบากอยู่แล้ว ให้หืดขึ้นคอหนักไปอีก

และก็เป็นอะไรที่ลามต่อเนื่องกันเป็นโดมิโนในภาวะที่เศรษฐกิจ “ติดหล่ม”

กระแสมันก็โยงไปถึงปมการบริหารที่ปั่นผลงานไม่ออก

ตามรูปการณ์ที่รัฐบาล คสช.พยายามหันไปปั่นผลงานด้านสังคมแทน แบบที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.)

เปิดคิวกระตุกเรตติ้ง จั่วหัวรายการเชือดสะท้านเมือง

ชงรายชื่อข้าราชการระดับต่างๆกว่า 100 รายชื่อ ที่พัวพันการทุจริตคอร์รัปชัน เสนอ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อพิจารณาส่งไปยังต้นสังกัดเพื่อให้โยกย้ายออกจากตำแหน่ง พร้อมสอบสวนทางวินัยและดำเนินคดีอาญา

ตั้งท่าเล่นแรง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

กระตุกผู้คนในสังคมลุ้นด้วยความตื่นตาตื่นใจ

แต่เอาเข้าจริง บัญชีเชือดก็เพิ่งถูกส่งถึง “บิ๊กตู่” ตามขั้นตอนราชการ หลังเลื่อนออกไปเป็นสัปดาห์

อาการส่อเหมือนชะลอคันเร่ง ไม่กล้าเดินหน้าลุยเต็มตัว

เรื่องของเรื่อง ด้วยฤทธิ์เดชของข้าราชการประจำ ก็อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับในที่ประชุมแม่น้ำ 5 สาย ปัญหาใหญ่ที่งานบริหารไม่เดินหน้าอย่างที่ควรจะเป็น เพราะเจอข้าราชการจากระบอบการเมืองเก่าใส่เกียร์ว่าง ไม่สนองรัฐบาลชั่วคราวของทหาร

แนวรบด้านข้าราชการประจำเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน

ตามสถานการณ์ขืน คสช.หักด้ามพร้าด้วยเข่า ก็เสี่ยงกับแรงต้านที่ประเมินไม่ได้

และนั่นก็ยังหมายรวมถึงรายการโยงไปติดคนในเครือข่ายเดียวกัน ตามธรรมชาติของข้าราชการประจำที่จะสนิทไปหมดทุกขั้วทุกค่าย ไม่เว้นแม้แต่ขุนทหารใหญ่ใน คสช.ก็เคยใช้งานกันมา

คนกันเอง คุ้นหน้ากันทั้งนั้น

เข้าข่ายลูบหน้าปะจมูก รายการเชือดคอร์รัปชันโชว์จึงหนีไม่พ้นอาการยึกๆยักๆ

และโดยอาการกึกๆกักๆสถานการณ์ด้านการบริหารของรัฐบาลที่เดินหน้าได้ไม่สุด

นั่นก็ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเซ็นคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 4/2558 โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ม.44 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ และประชาชนโดยส่วนรวม

ลุยสางปมปัญหาที่หมักหมมมานานจนฝังรากลึก

ตามโจทย์ในการลุยสางปัญหาการบุกรุกป่าสงวน ยึดที่อุทยานแห่งชาติ หรือแม้กระทั่งการยึดทางเท้าสาธารณะเป็นที่ขายของแบบตลาดนางเลิ้ง ตลาดโบ๊เบ๊

เจอพวกดื้อแพ่ง ดื้อยา ไม่กลัวกระบองยักษ์

มุกสุดท้าย จำเป็นต้องยกระดับ “อำนาจพิเศษ” ในการลุยเคลียร์ปัญหา

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง โดยสถานการณ์เดินหน้าตามโรดแม็ปปฏิรูปประเทศไทยก็มาถึงโค้งสำคัญ

ตามกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่คืบหน้ามาถึงขั้นเย็บเล่มส่งโมเดลแรกจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จ่อเข้าอภิปรายในที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 20-26 เมษายน ที่จะถึงนี้

ก่อนจะส่งต่อไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คณะรัฐมนตรี และ คสช.ต่อไป

ซึ่งตามรูปการณ์ก็จะเป็นจังหวะที่จะมีปมสะท้อนกลับจาก คสช. ครม. สนช. และ สปช.กลับมาสู่ “36 อรหันต์ทองคำ” ทีมงานออกแบบร่างรัฐธรรมนูญใหม่

ใครคิดอย่างไร ฝ่ายไหนต้องการอะไร จะสะท้อนออกมาหมดในขั้นนี้

และโดยธรรมชาติของเครือข่ายฝ่ายต้านระบอบ “ทักษิณ” ที่รวมตัวจากร้อยพ่อพันแม่

แน่นอน อาการ “ขบเหลี่ยม” ผลประโยชน์ไม่ลงล็อก มันคงเลี่ยงไม่พ้น

แค่เบื้องต้นเลย โจทย์ของท็อปบูตกับคำตอบที่ได้ ก็ทำท่าจะไม่ตรงกันแล้ว

จับอาการอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดกลางวงประชุมแม่น้ำ 5 สาย เป็นนัย ขณะนี้ปัญหาเยอะเกินไปแล้ว เพิ่มความขัดแย้งเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเข้าไปอีก

ยอมรับว่าหนัก ต่างประเทศเองก็มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจไทย

ทุบโต๊ะเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญรัฐธรรมนูญจากประเทศเยอรมนีและประเทศฝรั่งเศสมาเลกเชอร์โมเดลรัฐธรรมนูญ เป็นเชิงย้ำโจทย์ให้ “36 อรหันต์ทองคำ” ทำข้อสอบกันอีกรอบ

ทิ้งทุ่นไว้เลยว่า รัฐธรรมนูญใหม่ไม่ผ่าน ก็ต้องล้มกระดานตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่

ล้อกับกระแสข่าววงในเบื้องหลังมีการจับเข่าคุยในหมู่พี่น้อง “บูรพาพยัคฆ์” เตรียมแผนหนึ่งแผนสองแผนสามไว้รองรับกรณีโรดแม็ปปฏิรูปสะดุด ไปไม่ถึงเป้าหมายตามโปรแกรม

วางหมากข้ามช็อต หาทางหนีทีไล่กันล่วงหน้าตั้งแต่หัววัน

นั่นก็เพราะถูก “มัดคอ” ด้วยสถานะของ “รัฏฐาธิปัตย์” ที่แสดงตัวแสดงตนไว้แล้ว

ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

ถึงนาทีนี้ “บิ๊กตู่” น่าจะเริ่มเห็นเค้าลางบางอย่าง ในอารมณ์ของผู้นำที่สำรวจสถานการณ์หน้าม่านหลังม่าน เต็มไปด้วยปมปัญหาสารพัดที่พุ่งเข้าใส่จนออกอาการท้อแท้ หลุดปากบ่นเหนื่อย

อาการเหมือน “น้ำล้นแก้ว” เต็มที

โดนทั้งปมเศรษฐกิจ เจอทั้งเงื่อนรัฐธรรมนูญใหม่ กระแทกเข้าใส่ “เรือแป๊ะ”

“นายกฯลุงตู่” ถูกปัญหาล้อมกรอบ แน่นขึ้นๆสางปมไม่ออก

แม้แต่ “อำนาจพิเศษ” ก็ส่อจะเอาไม่อยู่.

“ทีมการเมือง”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้